ตาเขม่น สัญญาอันตรายของปัญหาสุขภาพ

ตาเขม่น สัญญาอันตรายของปัญหาสุขภาพ

ตาเขม่น
ตาเขม่น

เราคงเคยได้ยินความเชื่อเรื่อง ตาเขม่น กันใช่ไหมคะ ซึ่งความเชื่อนั้นก็มีมากมาย บ้างเชื่อว่า “ถ้าเขม่นด้านขวา จะมีเรื่องราวไม่ดีเกิดขึ้น” แต่ “ถ้าเขม่นด้านซ้าย จะมีเรื่องราวดีๆ” นั่นก็ตามความเชื่อของแต่ละคน แต่ประเด็นที่เราจะมากล่าวกันในวันนี้ จะเรื่องของสุขภาพที่เกี่ยวกับการเขม่นของตานั่นเองค่ะ

สาเหตุที่ทำให้ ตาเขม่น

ตาเขม่น เป็นอาการที่มีการกระตุกเกิดขึ้นบริเวณเปลือกตา ซึ่งเป็นได้ทั้งเปลือกตาล่างและเปลือกตาบน แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นที่เปลือกตาด้านบน โดยปกติการกระตุกเกร็งของเปลือกตานั้นจะไม่รุนแรงเท่าไหร่ ซึ่งอาการ ตากระตุก ส่วนใหญ่เกิดจากการนำไฟฟ้าของกระแสประสาทจากสมองมาที่กล้ามเนื้อเปลือกตา ซึ่งในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า อาการนี้เกิดจากสาเหตุอะไร แต่ก็มีสาเหตุร่วมที่สามารถอธิบายได้ ดังนี้

  1. เกิดจากภาวะเครียด
    หากเกิดความเครียด ร่างกายจะตอบสนอง เนื่องจากความเครียดมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนบางตัว ซึ่งฮอร์โมนเองก็ส่งผลต่อกล้ามเนื้อได้โดยตรงนั่นเอง
  2. การนอนหลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ
    บางคนกลับใช้เวลากลางคืนในการทำงาน หรืออ่านหนังสือ ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อตาต้องใช้งานมากกว่าปกติ ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดอาการล้า และทำให้เปลือกตากระตุก
  3. เกิดจากภาวะตาแห้ง
    หากมีอาการตาแห้ง ก็จะทำให้เกิดอาการกระตุกตามมา
  4. ร่างกายขาดวิตามินบางชนิด
    การที่ร่างกายได้รับวิตามินไม่เพียงพอ เช่น วิตามินบี 12 ก็จะทำให้กล้ามเนื้อและเส้นประสาทมีปัญหาและเกิดอาการกระตุกขึ้นนั่นเอง
  5. การกระตุกสามารถเกิดจากโรคภูมิแพ้ได้
    เนื่องจากโรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องต่อการเกิดอาการตาแห้ง และคันได้ ซึ่งเป็นอาการที่ส่งผลกระตุ้นต่อการเกิดอาการตากระตุกได้

การป้องกันไม่ให้เกิดอาการกระตุก

วิธีป้องกันปัญหา ตาเขม่น หรือ ตากระตุก นั้นไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผลแบบตายตัว เพราะหลายครั้งอาการกระตุกมักเกิดขึ้นเองโดยที่เราไม่ทันตัว แต่ก็สามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง หรือสามารถรักษาตนเองจากอาการกระตุกได้ ดังนี้

  1. เมื่อเกิดอาการตากระตุก การเลือกประคบร้อนและประคบเย็นสามารถที่จะช่วยบรรเทาอาการตากระตุกได้ ใช้ระยะเวลาเพียง 10 นาที
  2. นวดบริเวณตา เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ด้วยตนเองโดยใช้การนวดกดจุดบริเวณรอบดวงตา
  3. หาก นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็ควรปรับเวลาในการนอนหลับพักผ่อนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน
  4. พยายามกำจัดความเครียด โดยใช้กิจกรรมผ่อนคลาย เช่น เล่นโยคะ ดูรายการบันเทิง เป็นต้น

อาการกระตุกกของตา แม้จะไม่ใช่อาการที่ไม่อันตราย แต่ก็สามารถสร้างความรำคาญให้กับผู้ที่มีปัญหานี้ได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว แนะนำให้พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดอาการกระตุก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการดังกล่าวค่ะ