ทำไมต้องเป็น ร้อนใน นะ

ทำไมต้องเป็น ร้อนใน นะ

ร้อนใน
ร้อนใน

ร้อนใน มีลักษณะเป็นแผลขนาดเล็กและตื้น มีสีเหลืองหรือขาวล้อมรอบด้วยสีแดง เกิดขึ้นที่เนื้อเยื่ออ่อนในช่องปากหรือเหงือก บางรายก็พบว่าเกิดขึ้นบริเวณด้านในริมฝีปาก แก้มหรือลิ้น เป็นแผล ทำให้เกิดความเจ็บและรับประทานอาหารหรือพูดคุยได้ลำบาก บางรายอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ต่อมน้ำเหลืองบวม เป็นไข้ หรือรู้สึกไม่สบาย เป็นต้น

อาการ ร้อนใน เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

สาเหตุของการเกิดแผล ร้อนใน ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่พบว่โอกาสที่จะเป็นแผลร้อนในจะเพิ่มมากขึ้นหากพบว่ามีสมาชิกในครอบครัวมักเป็นแผลร้อนใน ซึ่งอาจเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือปัจจัยทาง สภาพแวดล้อม ที่เหมือนกัน เช่น เกิดจากสารก่อ ภูมิแพ้ หรืออาหารบางชนิด รวมไปถึงสิ่งกระตุ้นที่อาจทำให้เกิดแผลร้อนใน ได้แก่

  1. การตอบสนองต่อแบคทีเรียในปาก
  2. เชื้อไวรัส
  3. เกิดการบาดเจ็บที่ปาก
  4. เกิดจากความเครียด
  5. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  6. มีประจำเดือน
  7. มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน
  8. การแพ้อาหาร หรือการขาดวิตามินและแร่ธาตุ
  9. มีความผิดปกติหรือความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  10. เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมน
  11. ขาดวิตามินหรือแร่ธาตุ

สำหรับอาการเจ็บแผลร้อนในจะเป็นมากในช่วง 2-3 วันแรก ในช่วงนี้ผู้ป่วยจากอาการเริ่มแรกจะมีความรู้สึกเจ็บ ปวด และแสบที่บริเวณแผลมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลารับประทานอาหาร หากเป็นอาหารรสเผ็ดและเปรี้ยวจัดยิ่งทำให้เจ็บและแสบมาก หากมีแผลที่มีขนาดใหญ่ก็อาจจะทำให้มีความรู้สึกเจ็บมากจนไม่สามารถกลืน หรือพูดได้อย่างสะดวกเหมือนปกติ แต่เมื่อแผลเริ่มมีอาการดีขึ้น ขนาดของแผลก็จะมีขนาดเล็กลง ตามปกติแล้วผู้ป่วยจะไม่เป็นไข้ และไม่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร รวมทั้งไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมอยู่ด้วย แต่หากผู้ป่วยมีอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

วิธีป้องกัน

วิธีป้องกันอาการ ร้อนใน ที่นอกจากการเฝ้าระวังเรื่อง สภาพแวดล้อม หรือการเกิด ภูมิแพ้ แล้ว สามารถทำได้ ดังนี้

  1. หมั่นดูแลสุขอนามัยภายในช่องปาก
  2. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในช่องปาก อาหารที่มีรสจัด เค็มจัด หรือผลไม้ที่มีกรดในปริมาณมาก
  3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่แพ้
  4. แปรงฟันหลังรับประทานอาหารแต่ละมื้อเป็นประจำ หรือใช้ไหมขัดฟันวันละครั้งก็จะสามารถช่วยทำให้ช่องปากสะอาด และไม่มีเศษอาหารหลงเหลือที่อาจไปกระตุ้นทำให้เกิดแผลร้อนในได้ 
  5. ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของโซเดียม ลอริล ซัลเฟต อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่งด้วย
  6. พักผ่อนให้เพียงพอ
  7. หลีกเลี่ยงความเครียด หรือรู้จักวิธีผ่อนคลายความเครียดอย่างเหมาะสม
  8. รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ผักผลไม้ และธัญพืช เพื่อป้องกันการขาดวิตามินและแร่ธาตุในร่างกาย