โรคซิฟิลิส โรคใกล้ตัวที่คุณควรระวัง

โรคซิฟิลิส โรคใกล้ตัวที่คุณควรระวัง

โรคซิฟฟิลิส
โรคซิฟฟิลิส

โรคซิฟิลิส เป็นโรคที่ิดต่อกันทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งถือว่าเป็นอีกโรคหนึ่งที่ร้ายแรง และมีคนเป็นเยอะ เพราะส่วนใหญ่จะไม่ค่อยระมัดระวังในการมีเพศสัมพันธ์ เช่น การเปลี่ยนคู่นอนบ่อย การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ซึ่งก็มีหลายสาเหตุด้วยกัน 

ไขข้อสงสัย 6 ข้อ เกี่ยวกับ โรคซิฟิลิส

1.สาเหตุของ โรคซิฟิลิส เกิดจากอะไร                        
นอกจากจะ ติดเชื้อแบคทีเรีย แล้ว ยังมีเชื้อโรคอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น แพลลิดัม และทรีโพนีมา เชื้อโรคเหล่านี้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้โดยการเข้าสู่ทางบาดแผล เยื่อบุต่างๆ และเข้าสู้ทางผิวหนังตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อีกด้วย

2.ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างเดียวหรือไม่
หลายๆ ท่าน ก็มักจะเข้าใจกันผิดว่าโรคนี้อาจจะเกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์กันอย่างเดียว แต่ทุกคนก็มักจะลืมไปว่าเชื้อโรคนั้นสามารถแพร่กระจายไปทั่วร่างกายได้โดยแค่การสัมผัสที่บาดแผลต่างๆ ของผู้ติดเชื้อ 

3.ใช้ห้องน้ำร่วมกัน หรือสัมผัสกันมือกันจะติดเชื้อหรือไม่
การที่คุณสัมผัสตัวผู้ป่วยหรือใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้ป่วย จะไม่ส่งผลให้คุณติดเชื้อได้ เพราะโรคซิฟิลิสจะแพร่เชื้อผ่านทางผิวหนังที่เป็นบาดแผลและมีเชื้อซิฟิลิสอยู่ด้วย ดังนั้นคุณไม่ต้องกังวลใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกับผู้ป่วย คุณควรให้กำลังใจผู้ป่วย และช่วยดูแลเขาเท่าที่จะช่วยได้ อาการจะได้ดีขึ้น

4.อาการเป็นอย่างไร
อาจจะเริ่มจากการที่มีผื่นขึ้น มีแผลที่แข็ง เช่น ริมฝีปาก อวัยวะเพศ โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นแค่เพียงแผลใหญ่แผลเดียว เมื่อเริ่มมีอาการแล้วอยู่ๆ อาการเหล่านี้ก็หายไป คุณอย่าพึ่งวางใจเพราะอาจจะอยู่ในช่วงระยะอาการแฝง คุณควรรีบไปพบแพทย์ทันทีที่รู้อาการ

5.ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคนี้
คนที่ชอบ มี เพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน และคนที่ชอบมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ แบบเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อย ดังนั้นหากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ ต้องระวังให้มากขึ้น

6.โรคซิฟิลิส รักษาหายขาดไหม
ถ้าคุณรู้ตัวว่ามีอาการ คุณควรรีบไปพบแพทย์จะได้รักษาทัน เพราะการรักษาตอนที่ยังเป็นระยะแรกจะรักษาให้หายขาดได้ ถ้าหากพบในระยะหลัง อาจจะรักษาให้หายขาดได้ยาก และต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานอีกด้วย

การวินิฉัย

สำหรับการรักษา โรคซิฟิลิส แพทย์จะทำการสอบถามข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วยก่อน เช่น อาการความผิดปกติที่เกิดขึ้นของผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วย พฤติกรรมด้านเพศสัมพันธ์ว่า มี เพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือไม่ รวมไปถึงการตรวจร่างกายในเบื้องต้น เพื่อหาว่า ติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเปล่า ซึ่งแพทย์หรือพยาบาลจะตรวจดูบริเวณอวัยวะเพศหรือส่วนอื่นของร่างกายว่าพบแผลหรือความผิดปกติใด ๆ ที่อาจเกิดจากโรคซิฟิลิส ก่อนจะสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นเพิ่มเติม ซึ่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่มักใช้ในการวินิจฉัย ได้แก่

  • การตรวจเลือด เป็นการตรวจหาเชื้อที่อยู่ในกระแสเลือดของผู้ป่วย โดยในบางรายที่ผลการตรวจออกมาว่ามีการติดเชื้อ อาจต้องมีการตรวจซ้ำอีกครั้งหลังจากการตรวจครั้งแรก เพื่อช่วยยืนยันการติดเชื้อที่ทำให้เกิดโรคซิฟิลิสขึ้น  
  • การเก็บตัวอย่างเชื้อไปตรวจ (Swab Test) ในกรณีที่ผู้ป่วยเกิดแผลหรือผื่นตามร่างกาย แพทย์อาจมีการเก็บตัวอย่างเชื้อบนผิวหนังหรือน้ำเหลืองจากแผลไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ หาเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคซิฟิลิสหรือไม่

ทั้งนี้ การวินิจฉัยต้องดูระยะของโรคที่ผู้ป่วยเป็นร่วมด้วย เนื่องจากในบางระยะอาจไม่มีอาการของโรคแสดงออกมาให้เห็น แต่เมื่อโรคเข้าสู่ระยะสุดท้าย มักพบความผิดปกติของระบบร่างกายอื่นๆ แพทย์จึงอาจมีการเก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการในบางรายตามระยะโรคของผู้ป่วย