ปวดศีรษะข้างเดียว เป็นไมเกรนจริงหรือ?

ปวดศีรษะข้างเดียว เป็นไมเกรนจริงหรือ?

ปวดศีรษะข้างเดียว เป็นไมเกรนจริงหรือ
ปวดศีรษะข้างเดียว เป็นไมเกรนจริงหรือ

   เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยเป็นกันใช่ไหมคะ กับอาการปวดศีรษะข้างเดียว ซึ่งอาการนี้ส่วนใหญ่เรามักจะคิดว่าเป็นสาเหตุของการเกิดโรค “ไมเกรน”แต่ก็อย่าพึ่งด่วนสรุปเลยนะคะ เพราะอาการปวดศีรษะอาจมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน

ลักษณะของไมเกรน

   ไมเกรน มีลักษณะที่แสดงอาการปวดศีรษะที่ อาจจะเป็นการปวดแบบตุบ ๆ หรือปวดศีรษะในข้างใดข้างหนึ่ง แต่ทั้งนี้ก็ยังสามารถที่จะเป็นทั้งสองข้างได้พร้อมกันได้ด้วย หรือนอกจากอาการปวดศีรษะแล้วยังมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น

  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • อ่อนแรง หรือ อ่อนเพลีย
  • และไวต่อแสง เสียง หรือกลิ่นมากขึ้น

สาเหตุที่ทำให้เกิดไมเกรน

  • ความเครียด
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในผู้หญิง
  • สภาพแวดล้อม เช่น แสงจ้าหรือแสงแฟลช เสียงดัง กลิ่นที่รุนแรง หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศแบบฉับพลัน
  • พฤติกรรมการนอนที่ผิดปกติ อาจจะนอนหลับไม่เพียงพอ หรือนอนมากเกินไป
  • สูบบุหรี่
  • การอดอาหาร

ทำอย่างไรถึงจะหายจากไมเกรน

  • หาวิธีที่ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอส่วนด้านหลังคลายตัว เช่น ประคบอุ่นบริเวณคอด้านหลัง หรือ อาบน้ำอุ่น เพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
  • ปรับเปลี่ยนท่าทางในการเดิน นั่ง หรือ นอน ทำให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น เพื่อลดความตึงบริเวณหัว คอ และไหล่
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะขาดน้ำ ซึ่งจะนำมาสู่การปวดศีรษะไมเกรนได้
  • นอนพักระหว่างวัน หรือ งีบสักพักนั่นเอง เพื่อลดอาการปวดศีรษะที่เกิดจากความอ่อนเพลีย
  • ทำกิจกรรมทางกีฬา ที่ไม่ส่งผลต่อความเครียดและทำให้ผ่อนคลาย เช่น การเล่นโยคะ เป็นต้น

การปวดศีรษะอยู่บ่อยครั้ง เสี่ยงต่อการเกิดโรคอะไรบ้าง?

   จากบทความข้างต้นทำให้ทราบว่า อาการปวดศีรษะ ไม่ได้ทำให้เกิดไมเกรนได้เสมอไป แต่อาจจะเป็นผลมาจากโรคอื่น ๆ ได้ เช่น

  • โรคหลอดเลือดสมองตีบและแตก
  • โรคปวดศีรษะชนิดกล้ามเนื้อตึงตัว (Tension-type Headache) มีลักษณะเหมือนถูกกด บีบ โดยจะมีอาการเริ่มที่ท้ายทอย ร้าวไปขมับทั้งสอง
  • โรคปวดศีรษะคลัสเตอร์ (Cluster-type Headache) ส่วนใหญ่แล้วโรคนี้มักจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยประมาณตั้ง 3 เท่า เลยทีเดียว ซึ่งผู้ป่วยจะมีการปวดอย่างรุนแรงบริเวณรอบ ๆ ดวงตา เบ้าตา หรือ ปวดขมับข้างเดียวเท่านั้น

   อย่างไรก็ตามหากมีภาวะปวดหัวบ่อยครั้ง แนะนำให้เช็คลิตท์อาการร่วมด้วยเสียก่อนว่าเป็นอย่างไร เพื่อเป็นการสำรวจเก็บข้อมูลไว้นการเข้าปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น ดูว่ามีอาการร่วมด้วยหรือไม่, ปวดศีรษะข้างเดียว หรือ สองข้าง, ปวดแบบตุบ ๆ, ปวดแบบเหมือนมีของแหลมมาแทง เป็นต้น ทั้งนี้หากเกิดอาการดังกล่าวควรหาสิ่งบรรเทาก่อน เช่น รับประทานยาแก้ปวด หากรุนแรงมาก ต้องรีไปพบแพทย์