ผื่นจากการนอนไม่พอ เกิดจากอะไร?

ผื่นจากการนอนไม่พอ เกิดจากอะไร?

ผื่นจากการนอนไม่พอ เกิดจากอะไร
ผื่นจากการนอนไม่พอ เกิดจากอะไร

   หลายคนคงเคยดูภาพยนตร์เรื่อง “ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (2015)” ที่พระเอกป่วยด้วโรคชนิดหนึ่งอันเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงทำให้มีอาการผื่นขึ้นเต็มตัว เพราะด้วยอาชีพของพระเอกเป็นฟรีแลนซ์ต้องปั่นงานเพื่อทำเงิน ว่าแต่อาการผื่นจากการนอนไม่พอ เกิดจากอะไรนะ

สาเหตุของภาวะผื่นจากการนอนไม่พอ

   เรียกได้ว่าเป็นการเตือนภัยสำหรับคนที่มีเวลาพักผ่อนไม่เพียงพอเลยก็ว่าได้ เพราะจะทำให้ผิวหนังมีผื่นจากการนอนไม่พอ ซึ่งเกิดจากโรคชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ “ลมพิษ” เป็นโรคที่ผิวหนังที่มีลักษณะเป็นผื่น มีขนาดตั้งแต่ 0.5 – 10 เซนติเมตร และส่งผลให้มีอาการคันมาก หรือ บางคนอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น มีอาการบวมบริเวณขอบหนังตา, ปากบวม,  แก้มบวม, ใบหูบวม และ คันหนังศีรษะ เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ผื่นลมพิษ มักหายได้เองภายใน 2–3 ชั่วโมง หรือ อยู่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผื่นนี้จะหายไปโดยทันที เพราะมันจะเกิดซ้ำ ๆ เป็น ๆ หาย ๆ ในระยะเวลาประมาณ 6 สัปดาห์เลยทีเดียว และเรียกอีกอย่างว่า “ภาวะลมพิษเฉียบพลัน” นั่นเอง

แต่สาเหตุของลมพิษมักจะหาสาเหตุหลัก ๆ ไม่พบ

   ผื่นจากการนอนไม่พอ หรือ ลมพิษ ส่วนใหญ่มักหาสาเหตุไม่พบ ซึ่งไม่ได้ฟันธงเสมอไปว่าอาการของผื่นนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะคนที่นอนพักผ่อนไม่เพียงพอเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสาเหตุอื่น ๆ ที่มีโอกาสเกิดอาการนี้ด้วย เช่น เกิดจากการแพ้ยา, แพ้อาหาร, แพ้แมลง หรือ อาจเกิดจากการโรคติดเชื้อโรคบางชนิด เป็นต้น แต่ถ้าหากเป็นผื่นลมพิษติดต่อกัน เรียกได้ว่าแทบทุกวันเลยแบบนี้ และมีเป็นระยะเวลานานกว่า 6 สัปดาห์ขึ้นไป ลมพิษชนิดนี้เรียกว่า ลมพิษเรื้อรัง อาจจะเป็นผลที่แสดงมาจากโรคร้ายอื่น ๆ ที่ซ่อนอยู่ เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง ไทรอยด์ หรือโรคมะเร็ง เป็นต้น

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดผื่นลมพิษ

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6 ชั่วโมง
  2. รับประทานอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ และให้ครบ 5 หมู่
  3. หลีกเลี่ยงการโดนแมลงกัด
  4. ไม่ควรใช้ยาที่แปลกใหม่อันจะนำมาสู่ภาวะภูมิแพ้

   หากเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงและมผื่นขึ้นอย่างผิดปกติควรรีบไปปรึกษาแพทย์ และให้แพทย์ทำการประเมินรักษาต่อไป ซึ่งหากแพทย์ตรวจสอบดูแล้วพบว่าสามารถทานยาแล้วหายเลย ก็รับยาที่แพทย์แนะนำ หรือจะขอชื่ยาจากแพทย์แล้วไปซื้อที่ร้านขายยาที่น่าเชื่อถือก็ได้ แต่หากพบว่ารุนแรงงเกินจะห้รับประทานแล้วหายเลยทันที แพทย์อาจให้ทำการรักษาวิธีอื่น อาจเป็นการฉีดยา หรือ วิธีอื่น ๆ ที่ต้องเข้ามาทำการรักษาโดยใช้เวลลานาน