Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

กินไข่เยอะไม่ดี เพราะมีคอเลสเตอรอลสูงจริงหรือไม่

กินไข่เยอะไม่ดี

กินไข่เยอะไม่ดี เพราะมีคอเลสเตอรอลสูงจริงหรือไม่

คอเลสเตอรอล

คอเลสเตอรอล

     คอเลสเตอรอล เป็นไขมันชนิดหนึ่ง มันเป็นสารคล้ายไขมันที่ตับผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติ มีความสำคัญต่อการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ฮอร์โมนบางชนิดและวิตามินดีคอเลสเตอรอลไม่ละลายในน้ำดังนั้นจึงไม่สามารถเดินทางผ่านเลือดของคุณได้ด้วยตัวเอง เพื่อช่วยในการขนส่งคอเลสเตอรอลตับของคุณจะผลิตไลโปโปรตีนหากเลือดของคุณมีคอเลสเตอรอล มากเกินไปเรียกว่าคอเลสเตอรอลสูง เมื่อไม่ถูกรักษาคอเลสเตอรอลสูงสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพมากมายรวมทั้งหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองคอเลสเตอรอลสูงมักไม่แสดงอาการ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงควรตรวจระดับคอเลสเตอรอลเป็นประจำ

กินไข่เสี่ยงคอเลสเตอรอลสูงจริงหรือไม่

     ไข่ไก่เป็นแหล่งโปรตีนและสารอาหารอื่น ๆ ที่ราคาไม่แพง นอกจากนี้ยังมีคอเลสเตอรอลสูงตามธรรมชาติ แต่คอเลสเตอรอลในไข่จะไม่ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูงขึ้นเหมือนอย่างที่อาหารที่มีคอเลสเตอรอลชนิดอื่นทำเช่นไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวแม้ว่าไข่แดงจะมีคอเลสเตอรอลสูง แต่ก็เป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่มีผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของเรามากขึ้น

ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับไข่

  • การกินไข่วันละฟองไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวายโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคหัวใจและหลอดเลือดการเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นเพียงการสันนิษฐานจากการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลในเลือด
  • ไข่ขาวซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่ปราศจากคอเลสเตอรอลในอาหารสามารถใช้แทนไข่ทั้งฟองได้แต่ไข่แดงเป็นแหล่งที่มาหลักของสารอาหารหลายชนิดที่พบในไข่รวมทั้งกรดอะมิโนเหล็กและโคลีนแม้ว่าไข่แดงจะดีต่อสุขภาพมากไม่แพ้ไข่ขาว แต่ก็ไม่ได้สนับสนุนให้ทานแต่ไข่แดงเพียงอย่างเดียว หรือในปริมาณเยอะๆ
  • ไข่สีน้ำตาลมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าไข่ขาวสีของไข่ไม่มีผลต่อรสชาติของไข่หรือปริมาณสารอาหารที่จะส่งไปยังผู้กินดังนั้นไม่จำเป็นต้องเลือกปฏิบัติ
  • จุดเลือดในไข่เป็นสัญญาณของการปฏิสนธิ เลือดจุดเล็ก ๆ บนไข่แดงของคุณไม่ได้เป็นสัญญาณว่าไข่ได้รับการปฏิสนธิและสักวันหนึ่งจะต้องฟักเป็นไก่โดยทั่วไปแล้วจุดสีแดงเหล่านี้เป็นสัญญาณของเส้นเลือดที่แตกซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อไข่กำลังก่อตัวภายในแม่ไก่ จุดเหล่านี้ผิดปกติและอาจเกิดจากพันธุกรรมของแม่ไก่หรือการขาดวิตามินเอ
Categories
เกร็ดความรู้

รู้หรือไม่ว่าขี้หูก็มีประโยชน์

รู้หรือไม่ว่าขี้หูก็มีประโยชน์

รู้หรือไม่ว่าขี้หูก็มีประโยชน์

     ขี้หูเกิดจากการ ผลิตจากต่อมผลิตขี้หูที่อยู่ใต้ผิวหนังบริเวณช่องหู ซึ่งประกอบด้วยเอนไซม์ที่ป้องกันแบคทีเรีย และเชื้อราไม่ให้เติบโตอยู่ภายในช่องหู ซึ่งแท้จริงแล้วขี้หูนั้นมีประโยชน์อยู่มาก

ประโยชน์ของขี้หู

     ขี้หูทำหน้าที่เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์และเคลือบป้องกันช่องหูของคุณ หากไม่มีขี้หูหูชั้นนอกของคุณอาจมีอาการคันและเป็นขุยซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการระคายเคืองและติดเชื้อมากขึ้นซึมซับเก็บเซลล์ผิวหนังภายในช่องหูที่ตายไปแล้ว และที่สำคัญขี้หูจะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกและแบคทีเรียเข้าสู่ส่วนในสุดของหูของเราได้ เนื่องจากขี้หูมีความเหนียวจึงเก็บเศษเล็กเศษน้อยที่เข้าไปในช่องหูของเราเฉกเช่นเดียวกับแมลงวันกระดาษดักแมลง หากไม่มีสิ่งกีดขวางนี้หูชั้นในของเราจะมีความเสี่ยงก่อการเกิดโรคต่างๆที่เกี่ยวกับหูได้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับขี้หู

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับขี้หู

     แท้จริงแล้วคุณทราบหรือไม่ว่าขี้หูมี 2 ชนิดคือแบบเปียกและแบบแห้ง ขี้หูเปียกพบได้บ่อยในคนผิวขาวและแอฟริกันโดยทั่วไปจะมีสีเหลืองเข้มและเหนียว สำหรับผู้ที่มีเชื้อสายเอเชียตะวันออกหรืออเมริกาพื้นเมืองขี้ผึ้งหูมักมีสีอ่อนแห้งและเป็นขุย นอกจากนี้สีของขี้หูยังสามารถบอกอะไรกับเราได้ เช่น

  • ขี้หูที่มีสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำมักมีอายุมากดังนั้นสีของมันจึงมาจากสิ่งสกปรกและแบคทีเรียที่ติดอยู่ ผู้ใหญ่มักจะมีขี้หูที่เข้มและแข็งกว่า
  • ขี้หูสีน้ำตาลเข้มไปทางออกสีแดงอาจส่งสัญญาณถึงอาการบาดเจ็บที่เลือดออก
  • ขี้หูสีน้ำตาลอ่อนส้มหรือเหลืองมีสุขภาพดีและปกติ เด็ก ๆ มักจะมีขี้หูที่นุ่มและมีสีอ่อนกว่า
  • ขี้หูสีขาวเป็นขุยบ่งบอกว่าคุณขาดสารเคมีที่สร้างกลิ่นตัว ขี้หูที่มีสีเข้มและเหนียวบ่งบอกว่าคุณควรใช้ยาระงับกลิ่นกาย

ทำความสะอาดอย่างไรเมื่อมีขี้หู

     แนะนำว่าให้ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดรอบหูด้านนอกเบา ๆ ในขณะที่อาบน้ำ จากนั้นซับน้ำออกเบา ๆ จะช่วยให้หูไม่เกิดอาการอุดตัน แต่หากมีขี้หูเยอะเกินไปไม่สามารถเอาออกได้ด้วยตนเอง แพทย์ผู้ช่วยชาญจะสั่งยาให้สามารถขับขี้หูผ่านออกตามใบหูได้ ซึ่งต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น

Categories
ดูแลร่างกาย

ทำอย่างไรให้หนังศีรษะไม่มีรังแค

ทำอย่างไรให้หนังศีรษะไม่มีรังแค

ทำอย่างไรให้หนังศีรษะไม่มีรังแค

     ปัญหารังแคถือเป็นปัญหาที่กวนใจสำหรับใครหลายๆคนกันเลยทีเดียว ทำอย่างไรก็ไม่หายสักที วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับดีๆเกี่ยวกับการขจัดรังแคในหนังศีรษะของคุณ ให้กลับมาปดติอีกครั้ง แต่จะเป็นวิธีใดนั้นเรามาดูไปพร้อมๆกันเลย

รังแค

     เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับปัญหาของหนังศีรษะ ซึ่งสามารถพบได้ในทุกเพศและทุกช่วงวัยเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นเชื้อรา สภาพอากาศ ปัญหาความเครียด ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งรังแคมีลักษณะเป็นสะเก็ดที่ขาวๆเล็กๆตามเส้นผมหรือหนังศีรษะ ก่อให้เกิดอาคารคันบริเวณหนังศีรษะได้ รังแคไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงและไม่เป็นอันตรายโดยที่เราสามารถรักษาและควบคุมการเกิดรังแคได้

ปัญหารังแค

     ปัญหารังแค จะพบเมื่อในขณะที่หนังศีรษะของคุณแห้งซึ่งเกิดจากการขาดน้ำมันในเส้นผมก่อให้เกิดลักษณะแห้งซึ่งภาวะนี้จะส่งผลกระทบต่อผิวหนังบริเวณหนังศีรษะของคุณทำให้เกิดสะเก็ดและผิวมันและระคายเคืองซึ่งหลุดลอกออกมาเป็นรังแค อีกหนึ่งประการที่ทำให้เกิดปัญหารังแคคือ รังแคจะมาในรูปแบบของเชื้อราในเส้นผม ซึ่งเชื้อราชนิดนี้จะทำปฏิกิริยาที่เติบโตและตอบสนองได้ดีในสภาพอากาศแวดล้อมที่ชื้น ทำให้คนไทยส่วนใหญ่พบกับปัญหารังแคกันเป็นส่วนมาก ในกรณีที่มีเหงื่ออกมากเกินไปใน เส้นผมและหนังศีรษะเกิดความร้อนชื้นและมีเหงื่อจะทำให้พบกับปัญหาการเกิดรังแรได้ ไม่เพียงแต่ในช่วงหน้าร้อนเท่านั้น ในฤดูหนาวปัญหารังแคถือว่าเป็นปัญหาหลักเช่นกันเนื่องจากลมหนาวดึงความชื้นจากเส้นผมและหนังศีรษะของคุณทำให้แห้งและเป็นขุย จะทำให้เกิดความแห้งกร้านของหนังศีรษะและเกิดอาการคันบนหนังศีรษะทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมเป็นเกล็ดที่มองเห็นได้และหลุดร่วงจากเส้นผมในที่สุด

โรคที่เกิดจากรังแค

โรคที่เกิดจากรังแค

     การเกิดรังแคมาจากหลากหลายปัจจัย ทั้งกรรมพันธุ์ เพศ อายุ การรับประทานอาหาร ความเครียด รวมไปถึงการใช้สารเคมีรุนแรงกับเส้นผม หรือใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรงก็ทำให้เกิดรังแคได้ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่เป็นรังแคมีสาเหตุมาจากโรคหนังศีรษะต่างๆ ดังนี้

  1. โรคผิวหนังอักเสบ ผู้ที่เป็นโรคผิวหนัง seborrheic จะมีอาการระคายเคืองผิวมันและมีแนวโน้มที่จะมีรังแคเมื่อเซลล์ผิวส่วนเกินเหล่านี้ตายและหลุดออกไปพวกมันจะผสมกับน้ำมันจากเส้นผมและหนังศีรษะทำให้เกิดรังแค
  2. ผิวแห้งผู้ที่มีผิวแห้งมีแนวโน้มที่จะมีรังแค อากาศเย็นในฤดูหนาวรวมกับห้องที่ร้อนจัดเป็นสาเหตุของอาการคันและผิวหนังแตก รังแคที่เกิดจากผิวแห้งมักจะมีเกล็ดเล็กกว่า
  3. แชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมบางชนิดอาจทำให้หนังศีรษะเป็นผื่นแดงคันและมีอาการคัน การสระผมบ่อยๆอาจทำให้เกิดรังแคเพราะอาจทำให้หนังศีรษะระคายเคืองได้
  4. โรคสะเก็ดเงิน มีลักษณะคล้ายกับรังแคแต่มีความรุนแรงมากกว่า คนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินจะมีอาการคันและผิวหนังตกสะเก็ด เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด ทำได้เพียงเยียวยาไม่ให้อาการหนักมากกว่าเดิม
  5. เชื้อรามาลาสซีเซีย เป็นเชื้อราที่อาศัยอยู่บนหนังศีรษะ ซึ่งหากมีเชื้อราชนิดนี้มากเกินไปจะทำให้เกิดการเร่งผลัดเซลล์ผิวเร็วกว่าปกติ จึงเกิดเป็นขุยขาวสะสมอยู่บริเวณหนังศีรษะและเส้นผมเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เชื้อรามาลาสซีเซียเพิ่มขึ้นก็คือ ฮอร์โมนและความเครียด รวมไปถึงอายุก็นับว่าเป็นส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหารังแคเช่นกันรังแคมีแนวโน้มมากขึ้นตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยกลางคนแม้ว่าจะเป็นไปตลอดชีวิตก็ตาม มีผลต่อผู้ชายมากกว่าผู้หญิงอาจเป็นเพราะสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน
Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

5 เมนูสุดฮิตสายคลีนต้องไม่พลาด

เมนูสุดฮิตสายคลีนต้องไม่พลาด

5 เมนูสุดฮิตสายคลีนต้องไม่พลาด

     ในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาใส่ใจในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกินโดยเฉพาะการกินคลีนซึ่งจะเน้นไปที่การบริโภคอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปน้อยที่สุดและใกล้เคียงกับรูปแบบธรรมชาติมากที่สุดรับประทานอาหารที่สะอาดอาจเป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักและเพิ่มสุขภาพโดยรวมนอกจากนี้การกินคลีนยังหมายถึงการพึ่งพาของที่ผ่านการแปรรูปน้อยลงซื้อจากร้านและเตรียมอาหารที่บ้านให้มากขึ้นซึ่งจะช่วยประหยัดเงินอีกด้วย วันนี้จึงมี 5 เมนูสุดฮิตสายคลีนมาฝากเพื่อนๆกัน

อาหารคลีน

     อาหารคลีนมักจจะมุ่งเน้นไปที่ส่วนผสมมากว่าแคลลอรี่การตัดอาหารที่มีพลังงานหนาแน่น แต่ไม่ดีต่อสุขภาพจะมีความสำคัญต่อการลดน้ำหนัก แต่การให้ความสำคัญกับคุณภาพและส่วนผสมของอาหารนั้นสำคัญกว่าแคลอรี่ตัวอย่างเช่นแม้ว่าอะโวคาโดและถั่วจะมีแคลอรีสูง แต่ก็เต็มไปด้วยสารอาหารเช่นไฟเบอร์และไขมันที่ดีต่อสุขภาพซึ่งสามารถส่งเสริมการลดน้ำหนักโดยทำให้อิ่มระหว่างมื้ออาหาร นอกจากนี้การกินคลีนจะเลือกอาหารโดยพิจารณาจากสิ่งที่จะช่วยบำรุงร่างกายของมากกว่าการหมกมุ่นอยู่กับว่าอาหารชนิดใด ดี หรือ ไม่ดี”สามารถช่วยให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับอาหารทุกชนิด

แนะนำเมนูสำหรับสายคลีน

แนะนำเมนูสำหรับสายคลีน

1.ไข่เจียวไร้น้ำมัน

      เมนูไข่ถือเป็นตัวช่วยสำหรับสายสุขภาพออกกำลังกายได้ดีที่สุดเพราะจะช่วยในเรื่องของการเพิ่มโปรตีนให้กับกล้ามเนื้อของเรา ที่สำคัญทานไข่จะทำให้เรารู้สึกอิ่มท้องได้นานอีกด้วย

2.กระเพราไก่สับ

      เมนูยอดฮิตสำหรับใครหลายคน แต่เปลี่ยนมาทานเป็นอกแทนจะช่วยเพิ่มโปรตีนที่สำคัญไม่อ้วนอีกด้วย

3.ไก่สับผัดไข่

      เรียกได้ว่าเป็นเมนูยอดฮิตอีกหนึ่งเมนูกันเลยทีเดียว เพราะได้รับโปรตีนถึง2ชนิดด้วยกัน ที่สำคัญใครๆก็สามารถทำทานได้ แถมยังรสชาติอร่อยอีกด้วย

4.ยำปลากระป๋องไข่ต้ม

      เอาใจคนรักสุขภาพแต่ไม่มีเวลากันบ้าง เมนูนี้เป็นเมนูพื้นๆที่รสชาติไม่พื้นไปตามหน้าตาเลย เพราะได้รับคุณประโยชน์หลากหลายทั้งจากพืชและจากสัตว์

5.สุกี้แห้งไร้น้ำมัน

     สายชาบู สุกี้ต้องห้ามพลาด อยากทานแต่ไม่อยากอ้วนต้องลองทานเมนูนี้รับรองว่าติดใจแถมยังฟินกันสุดๆแน่นอน

Categories
ดูแลร่างกาย

5สมุนไพรขจัดสิว

5สมุนไพรขจัดสิว

5สมุนไพรขจัดสิว             

                ผิวหน้าของเราเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดโดยจะทำหน้าที่เป็นหน้าต่างสู่สุขภาพร่างกายของเราทั้งหมด ถ้าร่างกายเราแข็งแรงผิวพรรณก็จะดีด้วยเช่นกันซึ่งหลายคนอาจมองว่าการมีผิวที่ดีไร้ปัญหาสิวนั้นจำเป็นต้องใช้สบู่ครีมและโทนเนอร์ราคาแพงแต่แท้จริงแล้วแต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้หลายชนิดเต็มไปด้วยสารเคมีที่ทำร้ายร่างกายของเราไม่สามารถรักษาได้ วันนี้เราจึงได้รวบรวม5ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ขจัดสิวได้ดีและเห็นผลที่สุดมาฝากเพื่อนๆกัน

สมุนไพรขจัดสิว

                ปัจจุบันมีสมุนไพรมากมายที่จะช่วยบรรเทาการเกิดสิวหรือลดปัญหาสิวได้ ซึ่งสมุนไพรแต่ละชนิดที่นำกล่าวถึงนั้นล้วนได้รับการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงมีการทำวิจัยแล้วว่าสามารถขจัดสิวได้จริง เช่น

ขจัดสิว

กระเทียม

                กระเทียมนั้นถือเป็นผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่ดีเยี่ยมอย่างหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่คนมักไม่ค่อยรู้ เนื่องจากกระเทียมมีสรรพคุณที่โดดเด่นคือมีสารต้านอนุมูลอิสระในระดับสูงอีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรียต่อต้านเชื้อราและต้านไวรัส แนะนำให้บดกระเทียมผสมกับน้ำเปล่าจะช่วยบรรเทาปัญหาสิวอักเสบได้ดี หรือหากใครที่ทนกลิ่นของกระเทียมไม่ไหวแนะนำให้เพิ่มการทานกระเทียมลงไปในอาหารจะช่วยให้สุขภาพโดยรวมของเราดีขึ้นและทำให้เลือดการไหลเวียนในร่างกายของเราทำงานได้ดีขึ้นซึ่งสามารถช่วยหยุดยั้งการเกิดสิวได้ดีเยี่ยม

แตงกวา

                แตงกวาเป็นสารต้านการอักเสบชั้นดีซึ่งเป็นสาเหตุที่ทางหลายผลิตภัณฑ์นิยมใช้แตงกวามาเป็นส่วนประกอบ แนะนำให้ฝานที่เนื้อของแตงกวาบางๆและวางบนใบหน้าหรือทำมาส์กแตงกวา สรรพคุณที่โดดเด่นของแตงกวคือจะช่วยลดรอยแดงลง

น้ำผึ้ง

                น้ำผึ้งถือเป็นยาปฏิชีวนะจากธรรมชาติสำหรับการรักษาและลดสิว ช่วยขจัดสิ่งสกปรกและสิ่งสกปรกส่วนเกินออกจากผิวของคุณ ความเหนียวของน้ำผึ้งช่วยขจัดสิ่งสกปรกออกจากผิวของคุณได้ดี

ว่านหางจระเข้

                ไม่พูดถึงไม่ได้สำหรับเจ้าตัวนี้ ถือเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมที่นำมารักษาปัญหาสิวกันเลย ว่านหางจระเข้ไม่เพียงแต่นำมาบรรเทาเพื่อให้เกิดความเย็นเท่านั้นแต่ยังช่วยลดการอักเสบของสิวและขจัดความมันออกจากผิวของคุณอีกด้วย

ไข่ขาว

                ไข่ไก่ถือว่าเป็นสิ่งที่ให้คุณประโยชน์หลากหลายและมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายของเรามากมาย ไม่เพียงแต่จะทให้สุขภาพดีเท่านั้น ไข่ขาวของไข่ไก่นั้นยังมีประสิทธิภาพในการขจัดสิวเสี้ยนและรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว ประกอบด้วยวิตามินและกรดอะมิโนที่ช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่อีกด้วย

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

5ผักที่ต้านมะเร็ง

5ผักที่ต้านมะเร็ง

5ผักที่ต้านมะเร็ง

                สุขภาพดีด้วยการรับประทานอาหารที่สมดุลและวิถีชีวิตที่กระตือรือร้นเพื่อรักษาสุขภาพที่ดีที่สุด เมื่อพูดถึงการควบคุมอาหารเราทุกคนรู้ดีว่าเราควรรับประทานผักให้มาก ๆ แต่มีผักบางชนิดที่เป็นที่ทราบกันดีว่าสามารถต้านมะเร็งได้นอกจากจะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอื่น ๆ เพิ่มผักต้านมะเร็งทั้ง 5 ชนิดนี้ในอาหารที่ดีต่อสุขภาพและรู้สึกดีมากในขณะต่อสู้กับความเจ็บป่วยและโรคร้าย

โรคมะเร็ง

                มะเร็งเป็นเซลล์เป็นหน่วยพื้นฐานที่ประกอบขึ้นเป็นร่างกายมนุษย์ เซลล์เติบโตและแบ่งตัวเพื่อสร้างเซลล์ใหม่ตามที่ร่างกายต้องการ โดยปกติเซลล์จะตายเมื่อแก่เกินไปหรือเสียหาย จากนั้นเซลล์ใหม่จะเข้ามาแทนที่เริ่มต้นเมื่อ  การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม  รบกวนกระบวนการที่เป็นระเบียบนี้ เซลล์เริ่มเติบโตอย่างไม่สามารถควบคุมได้ เซลล์เหล่านี้อาจรวมตัวกันเป็นก้อนที่เรียกว่าเนื้องอก เนื้องอกอาจเป็นมะเร็งหรือไม่ร้ายแรง เนื้องอกมะเร็งเป็นมะเร็งซึ่งหมายความว่าสามารถเติบโตและแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ เนื้องอกที่อ่อนโยนหมายถึงเนื้องอกสามารถเติบโตได้ แต่จะไม่แพร่กระจายมะเร็งบางชนิดไม่ก่อตัวเป็นเนื้องอก ซึ่ง ได้แก่ มะเร็งเม็ดเลือดขาวมะเร็งต่อมน้ำเหลืองส่วนใหญ่และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

ผักต้านมะเร็ง

ผักต้านมะเร็ง

  1. มะเขือเทศ

                มะเขือเทศไม่เพียง แต่อร่อย แต่มีคุณค่าทางโภชนาการ ยังมีสรรพคุณรวมถึงประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายและควรเป็นอาหารหลักของทุกคน  บ้าน มะเขือเทศไม่เพียง แต่มีไลโคปีนสารพฤกษเคมีต้านอนุมูลอิสระที่ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ แต่ยังเป็นแหล่งวิตามิน เอ บี และ อี ซึ่งเป็นศัตรูของอนุมูลอิสระที่เป็นมิตรกับมะเร็ง อย่างไรก็ตามควรหาวิธีเพิ่มมะเขือเทศลงในอาหารประจำวันของคุณ

  1. บร็อคโคลี

                บร็อคโคลีสามารถเตรียมได้หลายวิธีที่ดีต่อสุขภาพและอร่อย อาจเป็นอาหารจานหลักเครื่องเคียงหรือของว่างแสนอร่อยบร็อคโคลี มีสรรพคุณในการต้านมะเร็ง เป็นผักชนิดเดียวที่มีซัลโฟราเฟนในปริมาณมากซึ่งมีศักยภาพโดยเฉพาะ สารประกอบที่ช่วยเพิ่มเอนไซม์ป้องกันร่างกายและล้างสารเคมีที่ก่อให้เกิดมะเร็งออกไป

  1. ผักคะน้า

                คะน้าเป็นสิ่งที่ ดูเหมือนว่าทุกร้านตอนนี้จะมีเมนูสลัดผักคะน้าหรือกับข้าวคะน้า ผักคะน้ามีรสชาติที่เข้มข้นไม่เพียง แต่จะอร่อยเท่านั้นยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมีสารอาหารที่จำเป็นและช่วยในการต่อต้านมะเร็ง ผักคะน้าเป็นผักตระกูลกะหล่ำอีกชนิดหนึ่งและมีวิตามินซีและวิตามินเคที่มีความเข้มข้นสูงจากการวิจัยพบว่ามันเป็นทหารที่มีสรรพคุณในการต่อต้านมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งลำไส้มะเร็งปอดและมะเร็งเต้านม

  1. แครอท

                แครอทเป็นที่ชื่นชอบของเด็กและผู้ใหญ่ มีหลาย มีเบต้าแคโรทีนนักวิทยาศาสตร์ด้านสารต้านอนุมูลอิสระเชื่อว่าอาจช่วยปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์จากความเสียหายของสารพิษและชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ป้องกันมะเร็งในช่องปากหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร การศึกษาบางชิ้นแนะนำว่าแครอทป้องกันมะเร็งปากมดลูก นอกจากนี้แครอทยังมีฟอลคารินอลซึ่งเป็นสารกำจัดศัตรูพืชตามธรรมชาติ

  1. กะหล่ำปลี

                กะหล่ำปลีเป็นอาหารหลักของอาหาร แต่อาจไม่นิยมใช้กันมากนัก แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ควรใช้ ไม่เพียง แต่จะมีสูตรอาหารอร่อย ๆ มากมายในการปรุงด้วยกะหล่ำปลี แต่ยังช่วยต่อต้านมะเร็งในร่างกายของเรา กะหล่ำปลีช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมมะเร็งลำไส้และทวารหนัก ควรปรุงให้สุกน้อยที่สุดหรือรับประทานแบบดิบๆเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างเต็มที่จากคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง

Categories
ดูแลร่างกาย

5 วิธีสร้างกล้ามหน้าท้องแบบเก๋ๆ

5 วิธีสร้างกล้ามหน้าท้องแบบเก๋ๆ

5 วิธีสร้างกล้ามหน้าท้องแบบเก๋ๆ

                สำหรับหลาย ๆ คน กล้ามหน้าท้องเป็นเป้าหมายใหญ่สำหรับคนรักการออกกำลังกาย เป็นการแสดงความแข็งแกร่งและการยืนยันว่าคุณมีหุ่นและรูปร่างที่ดูดีที่สุด แต่คุณจะสร้างกล้ามหน้าท้องได้อย่างไร วันนี้เราจึงมีบทความดีๆที่จะมาแชร์เกี่ยวกับ 5 วิธีสร้างกล้ามหน้าท้องแบบเก๋ๆ มาฝากเพื่อนๆกัน

เทคนิคสร้างกล้ามหน้าท้อง

เทคนิคสร้างกล้ามหน้าท้อง

1.เน้นการออกกำลังกายเผาผลาญไขมัน

                การสร้างกล้ามหน้าท้องให้ได้ผลที่ชัดที่สุดจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเผาผลาญไขมันในร่างกายให้เพียงพอเพื่อให้เห็นหน้าท้อง การสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องจะต้องมีการออกกำลังกายที่กำหนดเป้าหมายไปที่กล้ามเนื้อหลายส่วนในช่องท้องจะส่งผลเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดหรือคาร์ดิโอช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีเยี่ยม การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอประกอบด้วยกิจกรรมและกีฬาหลายประเภทเช่นการวิ่งการขี่จักรยานและชั้นเรียนแอโรบิค โดยเราจะเน้นการบริหารท่าออกกำลังกายในการเน้นตรงส่วนหน้าท้องจะเห็นผลชัดเจนที่สุด

2.งดการทานไขมันและน้ำตาล

                วิธีที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างคือเราควรจำกัด ปริมาณน้ำตาลไขมันและคาร์โบไฮเดรตง่ายๆที่เราทาน คุณจะต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อที่จะเห็นผลลัพธ์การสร้างกล้ามหน้าท้องที่ดีเยี่ยม หลีกเลี่ยงโซดาและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล รวมถึงน้ำผลไม้ ขนมหวานของว่างที่มีรสเค็ม เพื่อฟิตหุ่นสวยของคุณอีกครั้ง

3.เลือกทานโปรตีนที่ดี

                แน่นอนว่า กล้ามหน้าท้องสวย ๆ ไม่ได้สร้างขึ้นมาง่าย ๆ ต้องกินอาหารที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อเลือกแหล่งโปรตีนไม่ติดมันแทนการตัดไขมันจากเนื้อสัตว์ แทนที่จะลดไขมันของเนื้อวัวและเนื้อหมูให้เลือกใช้สัตว์ปีกและอาหารทะเลที่ไม่มีกระดูกเนื้อไก่บริเวณอกเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนรักสุขภาพ หรือกลุ่มคนที่กำลังไดเอตมักจจะทานอกไก่เพื่อฟิตหุ่นกันโดยส่วนใหญ่

4.ทำจิตให้สุขภาพดี

                เมื่อเครียดร่างกายของคุณจะปล่อยสารที่ทำให้สลายกล้ามเนื้อได้ เมื่อสารหลั่งออกมามีปริมาณที่มากเกินไปขัดขวางการสูญเสียไขมัน ซึ่งหมายความว่าที่เราออกกำลังกายไปทั้งหมดนั้น เท่ากับว่าศูนย์เปล่า หากคุณกำลังพยายามที่จะมีหน้าท้องคุณจะต้องทำให้ร่างกายของคุณอยู่ในสภาวะที่คงที่ ดังนั้นการหลีกเลี่ยงความเครียดจึงเป็นผลที่ดีที่สุดและสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการจัดลำดับความสำคัญของการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายของคุณอยู่ในสภาวะที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนักและสร้างกล้ามเนื้อ

5.ทุกอย่างต้องใช้เวลา

                การสูญเสียไขมันในร่างกายเป็นเรื่องยากที่ต้องใช้เวลาและความทุ่มเท ร่างกายของคุณไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเนื่องจากปริมาณไขมันในร่างกายที่ต่ำคุณจำเป็นต้องมีหน้าท้องที่มีกล้ามเนื้ออย่างเห็นชัดแน่นอน แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลาที่สำคัญคือห้ามท้อ และหมั่นออกกำลังกายพร้อมกับควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้ออยู่เสมอ เพื่อหุ่นที่ดีของคุณ

Categories
เกร็ดความรู้

ไมโครเวฟไม่ได้ก่อให้เกิดมะเร็ง อย่างใครเขาลือนะ

ไมโครเวฟไม่ได้ก่อให้เกิดมะเร็ง

ไมโครเวฟไม่ได้ก่อให้เกิดมะเร็ง อย่างใครเขาลือนะ

                ปัจจุบันไมโครเวฟถือเป็นอุปกรณ์ในครัวที่สำคัญอย่างหนึ่ง และขาดไม่ได้เพราะเรามักอุ่นอาหารหรือประกอบอาหารผ่านทางไมโครเวฟเนื่องจากเป็นวิธีที่สะดวกสบายที่สุด แต่ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับไมโครเวฟนี้อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้

โรคมะเร็ง

โรคมะเร็ง

                มะเร็งเป็นชื่อเรียกของกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้อง ในมะเร็งทุกชนิดเซลล์บางส่วนของร่างกายจะเริ่มแบ่งตัวโดยไม่หยุดและแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อรอบ ๆ ในทุกวินาทีมะเร็งสามารถแพร่กระจายสู่ร่างกายของเราได้เสมอ ซึ่งจากอัตราการป่วยและเสียชีวิตมีสาเหตุหลักมาจากการเกิดโรคมะเร็ง

ไมโครเวฟไม่ได้ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

                รังสีหมายถึงพลังงานที่ปล่อยออกมาจากแหล่งกำเนิด มาจากร่างกายของเราในรูปของความร้อน แสงแดดที่ทำให้เราอบอุ่นและช่วยให้เราออกไปข้างนอกได้ในตอนกลางวันก็เป็นรังสีเช่นกันรูปแบบของรังสีที่มักเชื่อมโยงกับมะเร็งคือรังสีที่มีพลังงานหรือความถี่สูงเพียงพอที่จะแตกตัวเป็นไอออนหรือกำจัดอิเล็กตรอนออกจากอะตอมหรือโมเลกุลและทำให้เกิดความเสียหายในเซลล์ของเราได้ ซึ่งรูปแบบของรังสีพลังงานสูง ได้แก่ รังสีเอกซ์รังสีแกมมาและรังสีอัลตราไวโอเลตบางชนิด

                ปริมาณรังสีที่อนุญาตให้รั่วไหลออกจากไมโครเวฟตามกฎหมายของรัฐบาลกลางในสหรัฐอเมริกานั้นต่ำกว่าระดับที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ในทางตรงกันข้ามไมโครเวฟเป็นรูปแบบการแผ่รังสีที่มีพลังงานต่ำกว่ามาก จะไม่เปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของอาหารโดยการทำให้เป็นไอออนหรือด้วยวิธีอื่นใด ร่างกายของเราเต็มไปด้วยน้ำและเช่นเดียวกับอาหารการได้รับรังสีไมโครเวฟ ดังนั้นแล้วไมโครเวฟไม่ได้ทำให้เกิดมะเร็งอย่างแน่นอน

ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับการไมโครเวฟ

                ไมโครเวฟทำลายสารอาหารแม้ว่าจะเป็นความจริงที่ว่าสารอาหารบางอย่างเช่นวิตามินซีจะแตกตัวเมื่อสัมผัสกับความร้อน แต่ไม่ใช่ปัญหาในการปรุงอาหารด้วยไมโครเวฟ อาหารที่ปรุงด้วยเตาไมโครเวฟมีความปลอดภัยและมีคุณค่าทางสารอาหารเช่นเดียวกับอาหารที่ปรุงในเตาอบทั่วไป อาหารที่อุ่นด้วยไมโครเวฟจะไม่กลายเป็นกัมมันตภาพรังสีดังนั้นจึงปลอดภัย อย่างไรก็ตามไมโครเวฟจะทำให้อาหารร้อนไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นจึงแนะนำให้ปล่อยให้อาหารพักในไมโครเวฟสักสองสามนาทีหลังจากอุ่นเพื่อให้ความร้อนกระจายทั่วถึงทั้งอาหาร ซึ่งในความเป็นจริงอาหารที่ปรุงด้วยเตาไมโครเวฟอาจเก็บวิตามินและแร่ธาตุไว้ได้มากกว่าเนื่องจากเตาไมโครเวฟสามารถปรุงอาหารได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเติมน้ำ

Categories
ดูแลร่างกาย

ไมเกรนสำหรับผู้สูงอายุ

ไมเกรนสำหรับผู้สูงอายุ

ไมเกรนสำหรับผู้สูงอายุ

                เมื่ออายุมากขึ้น การปวดศีรษะไมเกรนจะลดน้อยลง เนื่องมาจากภาวะฮอร์โมนในร่างกายบางอย่างลดลง แต่ก็ยังพบการปวดศีรษะไมเกรนได้ใน ผู้สูงอายุ

ไมเกรนเป็นหนึ่งในความผิดปกติ

                ไมเกรนเป็นหนึ่งในความผิดปกติทางระบบประสาทที่แพร่หลายมากที่สุดในทุกกลุ่มอายุรวมถึงผู้สูงอายุ ลักษณะทางการแพทย์ของไมเกรนยังดูเหมือนจะแตกต่างกันในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุน้อยโดยไมเกรนผู้สูงอายุมักจะเป็นแบบทวิภาคีและเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า ไมเกรนที่มาพร้อมกับชีวิตในช่วงปลาย นอกจากนี้ความยากลำบากในการแยกความแตกต่างของไมเกรนจากการดูถูกของหลอดเลือดเช่นการขาดเลือดชั่วคราวและโรคหลอดเลือดหัวใจตีบจากอะไมลอยด์และความผิดปกติหลายอย่างอื่น ๆ ความหลากหลายทางและการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับอายุทำให้การรักษาสำหรับกลุ่มนี้มีความท้าทาย แต่จำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุเพิ่มขึ้นทั่วโลก ความคาดหวังและความเป็นไปได้ที่ไมเกรนจะยังคงเป็นปัญหาส่วนบุคคลและสาธารณสุขที่สำคัญ

วิธีป้องกันและรักษาอาการไมเกรน

                วิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการป้องกันไมเกรนคือการตระหนักถึงสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดและพยายามหลีกเลี่ยง คุณอาจพบว่าคุณมีแนวโน้มที่จะเป็นไมเกรนหลังจากรับประทานอาหารบางชนิดหรือเมื่อคุณเครียดและการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นนี้จะทำให้คุณสามารถป้องกันไมเกรนได้

ยาและอาหารเสริม

                นอกจากนี้ยังมียาเพื่อช่วยป้องกันไมเกรน มักใช้ยาเหล่านี้หากคุณพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่เป็นไปได้ แต่คุณยังคงประสบกับอาการไมเกรนคุณอาจได้รับการสั่งจ่ายยาเหล่านี้หากคุณพบอาการไมเกรนรุนแรงมากหรือหากการโจมตีของคุณเกิดขึ้นบ่อยๆ เช่น

                Amitriptyline เป็นยาที่ออกแบบมาเพื่อรักษาภาวะซึมเศร้า แต่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ในการช่วยป้องกันไมเกรนโดยปกติจะรับประทานทุกวันสามารถทำให้คุณรู้สึกง่วงนอนได้ดังนั้นจึงควรรับประทานในตอนเย็นหรือก่อนเข้านอน ทั้งนี้นั้นการปวดหัวไมเกรนควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดและถูกวิธีไม่ควรหายาทานเองเด็ดขาด

            การรักษาอาจต้องใช้เวลาหกถึงสิบสองเดือนหรือนานกว่านั้นยาทั้งหมดมีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นดังนั้นควรรายงานอาการผิดปกติให้แพทย์ของคุณทราบ สิ่งสำคัญคือต้องหารือเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและวิธีที่อาจหลีกเลี่ยงหรือรักษาได้หากเกิดขึ้น ยาที่แตกต่างกันมีปัจจัยด้านความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันและสิ่งเหล่านี้อาจเป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกยาที่เหมาะกับคุณ

ไมเกรนสำหรับผู้สูงอายุ

                เมื่ออายุมากขึ้น การปวดศีรษะไมเกรนจะลดน้อยลง เนื่องมาจากภาวะฮอร์โมนในร่างกายบางอย่างลดลง แต่ก็ยังพบการปวดศีรษะไมเกรนได้ใน ผู้สูงอายุ

                ไมเกรนเป็นหนึ่งในความผิดปกติทางระบบประสาทที่แพร่หลายมากที่สุดในทุกกลุ่มอายุรวมถึงผู้สูงอายุ ลักษณะทางการแพทย์ของไมเกรนยังดูเหมือนจะแตกต่างกันในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุน้อยโดยไมเกรนผู้สูงอายุมักจะเป็นแบบทวิภาคีและเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า ไมเกรนที่มาพร้อมกับชีวิตในช่วงปลาย นอกจากนี้ความยากลำบากในการแยกความแตกต่างของไมเกรนจากการดูถูกของหลอดเลือดเช่นการขาดเลือดชั่วคราวและโรคหลอดเลือดหัวใจตีบจากอะไมลอยด์และความผิดปกติหลายอย่างอื่น ๆ ความหลากหลายทางและการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับอายุทำให้การรักษาสำหรับกลุ่มนี้มีความท้าทาย แต่จำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุเพิ่มขึ้นทั่วโลก ความคาดหวังและความเป็นไปได้ที่ไมเกรนจะยังคงเป็นปัญหาส่วนบุคคลและสาธารณสุขที่สำคัญ

วิธีป้องกันและรักษาอาการไมเกรน

                วิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการป้องกันไมเกรนคือการตระหนักถึงสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดและพยายามหลีกเลี่ยง คุณอาจพบว่าคุณมีแนวโน้มที่จะเป็นไมเกรนหลังจากรับประทานอาหารบางชนิดหรือเมื่อคุณเครียดและการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นนี้จะทำให้คุณสามารถป้องกันไมเกรนได้

ยาและอาหารเสริม

                นอกจากนี้ยังมียาเพื่อช่วยป้องกันไมเกรน มักใช้ยาเหล่านี้หากคุณพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่เป็นไปได้ แต่คุณยังคงประสบกับอาการไมเกรนคุณอาจได้รับการสั่งจ่ายยาเหล่านี้หากคุณพบอาการไมเกรนรุนแรงมากหรือหากการโจมตีของคุณเกิดขึ้นบ่อยๆ เช่น

                Amitriptyline เป็นยาที่ออกแบบมาเพื่อรักษาภาวะซึมเศร้า แต่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ในการช่วยป้องกันไมเกรนโดยปกติจะรับประทานทุกวันสามารถทำให้คุณรู้สึกง่วงนอนได้ดังนั้นจึงควรรับประทานในตอนเย็นหรือก่อนเข้านอน ทั้งนี้นั้นการปวดหัวไมเกรนควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดและถูกวิธีไม่ควรหายาทานเองเด็ดขาด

                การรักษาอาจต้องใช้เวลาหกถึงสิบสองเดือนหรือนานกว่านั้นยาทั้งหมดมีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นดังนั้นควรรายงานอาการผิดปกติให้แพทย์ของคุณทราบ สิ่งสำคัญคือต้องหารือเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและวิธีที่อาจหลีกเลี่ยงหรือรักษาได้หากเกิดขึ้น ยาที่แตกต่างกันมีปัจจัยด้านความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันและสิ่งเหล่านี้อาจเป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกยาที่เหมาะกับคุณ

Categories
ดูแลร่างกาย

5 วิธีบำรุงริมฝีปาก

5 วิธีบำรุงริมฝีปาก

5 วิธีบำรุงริมฝีปาก

            การดูแลริมฝีปากให้มีสุขภาพดีและเต็มอิ่มนั้นทำได้ง่ายๆเพียงแค่รู้ว่าควรใช้ผลิตภัณฑ์ใดและรู้เทคนิคการบำรุงริมฝีปากให้ความมีชุ่มชื้นอยู่เสมอ วันนี้เราจึงมีบทความเกี่ยวกับ5 วิธีบำรุงริมฝีปากมาฝากเพื่อนๆกัน

สาเหตุของการปากแห้ง

            อาการปากแห้งประกอบด้วยหลากหลายสาตุ ซึ่งไม่สามารถระบุหรือจำแนกสาเหตุที่แท้จริงว่ามาจากอะไร แต่อาการปากแห้งมักไม่มีสัญญาณเตือน เนื่องจากไม่ใช่โรคร้ายแรงซึ่งบางครั้งอาการปากแห้งไม่ได้หายไปและจะเป็นอย่างสม่ำเสมอเช่นผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน แม้จะไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดแต่เราสามารถบำรุงได้เมื่อมีอาการปากแห้ง

วิธีบำรุงริมฝีปากจากการปากแห้ง

1.ดื่มน้ำให้มาก

            วิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการป้องกันริมฝีปากแห้งเสียคือการทำให้แน่ใจว่าริมฝีปากของเราได้รับความชุ่มชื้นจากภายในสู่ภายนอก ตั้งเป้าให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร ประมาณ 8 แก้ว การเติมน้ำจะทำให้ริมฝีปากดูอิ่มขึ้น

2.แตงกวารักษาปากแห้ง

            ใช้แตงกวาเพื่อคืนความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก โดยหั่นแตงกวาเป็นชิ้นบาง ๆ แล้ววางทับริมฝีปากแต่ละข้างในขณะที่นอนราบหรือใช้ทาริมฝีปาก เพื่อให้มีสารอาหารที่ดีต่อริมฝีปาก

3.บำรุงริมฝีปากด้วยลิปบาล์มเสมอ

            มองหาลิปบาล์มที่มีส่วนช่วยป้องกันการปากแห้ง ดูผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารบำรุงผิวเช่นเชียร์บัตเตอร์วิตามินอีมะพร้าว ส่วนผสมเหล่านี้เสริมสร้างเกราะป้องกันตามธรรมชาติบนผิวริมฝีปากเพื่อป้องกันสารทำให้แห้งภายนอกและป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้น

4.สครับริมฝีปาก

            เลือกสครับขัดริมฝีปากโดยการขัดผิวจะขจัดผิวที่ตายแล้วและเป็นขุยให้เหลือเพียงเนื้อเยื่อที่ดีต่อสุขภาพที่สุดเท่านั้น ทำการขัดริมฝีปากทุกสองสามวันหรือเมื่อใดก็ตามที่ต้องการ

5.ลิปที่มีส่วนผสมของสารกันแดด

            การทาครีมกันแดดสำหรับริมฝีปากถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ริมฝีปากมักเสี่ยงต่อการถูกแดดเผาเช่นเดียวกับส่วนอื่น ๆ ของแขนขา เลือกลิปสติกและบาล์มที่มีสารป้องกันแสงแดดในตัว

ข้อควรปฏิบัติเมื่อมีอาการปากแห้ง

 ข้อควรปฏิบัติเมื่อมีอาการปากแห้ง

            เมื่อเกิดอาการปากแห้งควรหาทางแก้ไขโดยเร็วที่สุด ซึ่งบางทีเราอาจไม่รู้ตัวเลยว่ากิจวัตรประจำวันที่เราทำกันอยู่นั่นอาจส่งผลให้เกิดการแห้งของปากได้ อย่าดื่มแอลกอฮอล์คาเฟอีน เช่นชาและกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีฟองอย่าหยุดกินยาตามที่แพทย์สั่งโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อน เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งร่างกายและปากของเราได้