Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

10 ผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูง

ผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูง

การรับประทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีนอกจากจะทำให้ผิวพรรณสดใสแล้วยังช่วยรักษาโรคหวัดและภูมิแพ้ อีกทั้งยังช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย เพราะวิตามินซีมีสารต้านมะเร็งช่วยสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวเต่งตึง ป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง ป้องกันการติดเชื้อจากบาดแผล และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย สำหรับใครที่เป็นแผลง่าย การรับประทานวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และวันนี้เรามี 10 ผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูงมาฝากกันค่ะ

1.ฝรั่ง

ฝรั่ง 100 กรัม มีวิตามินซีสูงถึง 228 มิลลิกรัม ในฝรั่งจะอุดมไปด้วยเส้นใย ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และแคลเซียม ข้อแนะนำในการรับประทานฝรั่ง เราไม่ควรปอกเปลือกออกเพราะจะไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ และไม่ควรปล่อยให้ฝรั่งสุกเกินไปเพราะวิตามินซีที่ผิวและเนื้อของฝรั่งนั้นจะน้อยลงเมื่อผลสุก ดังนั้นถ้าต้องการได้รับวิตามินซีจากฝรั่งก็ควรจะทานลูกที่ยังไม่สุกและไม่ต้องปอกเปลือกนั่นเองค่ะ

2.แบล็คเคอแรนท์

แบล็คเคอแรนท์ 100 กรัม มีวิตามินซี 215 มิลลิกรัม รวมไปด้วยแอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยไปกระตุ้นคอลลาเจนทำให้ผิวเนียนเรียบ เป็นผลไม้ต่างประเทศที่อยู่ในตระกูลเบอร์รี่ที่ช่วยบำรุงสายตาให้ทำงานในที่มืดได้ดีขึ้นอีกด้วย

3.กีวี

กีวี 100 กรัม มีวิตามินซี 92 มิลลิกรัม กีวีจะอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แมงกานีส และสังกะสี ผลไม้ชนิดนี้จะมีไฟเบอร์สูงซึ่งเป็นอาหารชั้นเลิศของคนที่ต้องการลดน้ำหนักเลยแหละค่ะ

4.ลำไย

ลำไย 100 กรัม มีวิตามินซี 84 มิลลิกรัม ลำไยจะอุดมไปด้วยวิตามินบี 12 แคลเซียมฟอสฟอรัส โซเดียม โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก และธาตุทองแดงซึ่งจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อแนะนำในการรับประทานก็คือไม่ควรรับประทานมากเพราะลำไยนั้นเป็นผลไม้ร้อนอาจทำให้เกิดร้อนในได้ และลำไยก็ยังมีน้ำตาลสูงอีกด้วย ถ้าทานมากไปก็อาจจะทำให้น้ำหนักขึ้นได้

5.ลิ้นจี่

ลิ้นจี่ 100 กรัม มีวิตามินซี 72 มิลลิกรัม ซึ่งในลิ้นจี่จะอุดมไปด้วยวิตามินบีรวม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม และสังกะสี นอกจากนี้เปลือกของลิ้นจี่ก็สามารถนำมารับประทานได้โดยล้างให้สะอาดแล้วนำไปตากแห้ง และนำมาชงเป็นชาร้อน ข้อแนะนำในการรับประทานก็คือไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากเพราะเป็นลิ้นจี่ผลไม้ร้อนอาจทำให้เกิดร้อนในได้เช่นเดียวกับลำไย

6.มะละกอ

มะละกอ 100 กรัม มีวิตามินซี 60-70 มิลลิกรัม ในมะละกอจะอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินเค เบต้าแคโรทีน ลูทีน ซีแซนทีน ไลโคปีน แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และสังกะสี นอกจากนี้มะละกอยังมีไฟเบอร์ช่วยให้คนที่ท้องผูกขับถ่ายได้คล่องอีกด้วย

7.สตรอว์เบอร์รี่

สตรอว์เบอร์รี่ 100 กรัม มีวิตามินซี 58-62 มิลลิกรัม สตรอว์เบอร์รี่จะอุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และยังมีฟลูออไรด์ที่ช่วยให้ฟันขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้สตรอว์เบอร์รี่ยังเป็นผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ที่ขึ้นชื่อเรื่องการบำรุงสายตาให้ดีขึ้นอีกด้วย

8.ส้ม

ส้ม 100 กรัม มีวิตามินซี 500 มิลลิกรัม ส้มนั้นจะอุดมไปด้วยวิตามินเอ โพแทสเซียม โพลีฟีนอล และแอนโธไซยานิน ซึ่งต้องบอกว่าส้มในประเทศไทยของเรานั้นมีหลากหลายสายพันธุ์มาก ๆ เราสามารถหามารับประทานได้ตลอดทั้งปีและมีหลายรสชาติที่เราสามารถเลือกรับประทานได้ตามชอบอีกด้วย

9.เงาะ

เงาะ 100 กรัม มีวิตามินซี 500 มิลลิกรัม เงาะจะอุดมไปด้วยวิตามินบี 12 แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส ไนอาซีน ธาตุเหล็ก และสังกะสี ข้อแนะนำในการรับประทานก็คืออย่ารับประทานมากเกินไปเพราะเงาะมีสารแทนนินสูง ถ้าเกิดว่าทานมากเกินไปจะทำให้ปวดท้อง ท้องอืด หรือท้องผูกได้

10.สับปะรด

สับปะรด 100 กรัม มีวิตามินซี 48 มิลลิกรัม นอกจากนี้สับปะรดยังมีวิตามินบีและอุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียมที่สูงกว่าผลไม้ชนิดอื่นด้วย อีกทั้งสับปะรดยังมีกากใยสูงช่วยในการย่อยอาหารและช่วยในการขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ 10 ผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูง ต้องบอกเลยว่าเป็นผลไม้ที่หาทานได้ง่ายมากในประเทศไทยของเรา และเป็นผลไม้ที่ทุกคนทานบ่อยและคุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่เราก็ควรเลือกทานให้เหมาะสม นอกจากจะทำให้สุขภาพดีขึ้นแล้ววิตามินซียังช่วยให้ผิวพรรณของเราสดใสขึ้นอีกด้วย สำหรับใครที่กำลังหาผลไม้ดี ๆ มาทาน อย่าลืมผลไม้ 10 ชนิดที่เราแนะนำไปนะคะ

สล็อตฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

7 อาหารที่ช่วยลดไขมันได้ดี

7 อาหารที่ช่วยลดไขมันได้ดี

7 อาหารที่สามารถลดคอเลสเตอรอลได้และถ้ากินอาหารกลุ่มนี้รวมทั้งออกกำลังกายได้อย่างถูกต้องอาจจะช่วยให้หยุดยาไขมันได้ตลอดชีวิต อันดับแรกเราต้องรู้ก่อนว่าอาหารจําพวกของมันพวกนี้มันก็ทำให้คอเลสเตอรอลสูงเพราะว่ามันมีไขมัน แต่จริง ๆ ไขมันมันประกอบด้วย 2 อย่างใหญ่ ๆ คือไขมันชนิดดีและไขมันชนิดเลวนั่นเอง ไขมันชนิดดีก็เปรียบเหมือนพระเอก กินแล้วสุขภาพดีไล่ไขมันชนิดเลวทิ้งไป มันจะทำให้ร่างกายเราดีมาก ๆ เลย แต่คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าไขมันเป็นสิ่งไม่ดีไม่ควรกิน จริง ๆ ไม่ถูกต้องนะคะ โดยปกติแล้วทุก ๆ คนจะต้องกินโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน อย่างเพียงพอ โดยคนปกติทั่วไปควรกินไขมันประมาณ 60-70 กรัมต่อวันโดยเฉลี่ย ซึ่งจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ถ้าไม่กินไขมันเลยอย่างนี้ไม่ได้นะคะ เช่น ไม่ยอมกินไขมันเลยวิตามินที่ละลายในไขมันก็ไม่สามารถดูดซึมได้อย่างนี้ก็ไม่ดีใช่ไหมคะ แต่ไขมันที่เราเลือกกินเป็นไขมันที่ไม่ดีมันจะทำให้คอเลสเตอรอลสูง แต่ถ้าเราเลือกกินไขมันชนิดดีมันจะทำให้คอเลสเตอรอลโดยรวมของเราลดต่ำลง

1.อะโวคาโด

อะโวคาโดนี้ต้องบอกว่าเป็นผลไม้ที่เจ๋งมาก ๆ เลย เรียกว่าเป็นผลไม้เทพทีเดียวเพราะมันมีรสชาติที่กลมกล่อมมาก ๆ และก็เป็นผลไม้ที่มีไขมันค่อนข้างสูงนะคะ ฟังแล้วน่าตกใจแต่อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีไขมันสูงแต่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยรวมแล้วก็ลดคอเลสเตอรอลที่เลวร้ายก็คือตัว LDL ลงได้อย่างดี ทำให้ร่างกายของเรามีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์แล้วก็ลดปัญหาหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ดีมาก ๆ เลยค่ะ คืออะโวคาโดจะประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวหรือไขมันดี และมีใยอาหารเยอะพอสมควร กรดไขมันมี 2 แบบคืออิ่มตัวกับไม่อิ่มตัว และไม่อิ่มตัวก็มีแบบเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน ส่วนแบบอิ่มตัวก็พวกน้ำมันหมูหรือไก่ทอดหนังกรอบ มันจะอร่อยมากแต่ว่าสุขภาพไม่ค่อยดี แต่ไขมันไม่อิ่มตัวนั้นจะดีมาก ๆ ซึ่งมีงานวิจัยชี้ว่าอะโวคาโดจะช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยรวมในร่างกายได้อย่างดีทีเดียวเลยค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราสามารถที่จะเสริมอะโวคาโดไปในอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งของเราก็จะดีมาก ๆ ส่วนข้อเสียของอะโวคาโดมี 1 อย่างก็คือราคาแพงนั่นเอง ลูกหนึ่งก็ประมาณเกือบ 100 บาท แต่ว่าถ้าเทียบกับยาลดไขมันวันละ 50-60 บาทแล้วต้องกินตลอดชีวิตเลือกกินอะโวคาโดน่าจะเป็นทางเลือกที่ดูคุ้มกว่านะคะ

2.กระเทียม

กระเทียมเป็นอาหารพื้นบ้านของไทยเรา และกระเทียมนับว่ามีสรรพคุณหลายอย่าง ซึ่งมันก็เป็นสมุนไพรพื้นบ้านของเรานั่นแหละค่ะ จริง ๆ แล้วยาที่เรากินมาตลอดจะเป็นยาฝรั่งหรือยาไทยมันก็สกัดมาจากหลาย ๆ อย่าง สกัดมาจากพืชซึ่งมันก็คือสมุนไพรชนิดหนึ่ง และกระเทียมมีความสามารถหลายอย่างเลยนะคะ โดยมีการวิจัยหลาย ๆ อันรองรับว่ากระเทียมสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความดันสูง เพราะว่ากระเทียมมีสารที่ชื่อว่าอัลลิซินซึ่งสารตัวนี้สามารถลดคอเลสเตอรอลได้และจะทำให้คอเลสเตอรอลโดยรวมของเราลดลง เมื่อคอเลสเตอรอลลดลงอัตราการเสี่ยงเป็นโรคหัวใจก็ต่ำลง และก็ยังมีบางวิจัยบอกว่ากระเทียมสามารถที่จะลดความดันได้ ถ้าใครไม่ได้มีความดันสูง 180-200 กระเทียมก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีเลยแหละค่ะ

3.ธัญพืช

ธัญพืชช่วยลดอัตราความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ดีมาก ๆ เพราะว่ามันอัดแน่นด้วยพวกกลุ่มไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ และก็ยังมีพวกเบต้ากลูแคนซึ่งมีส่วนช่วยในการลดปริมาณคอเลสเตอรอลโดยรวมและคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีนั่นเอง และธัญพืชก็เป็นอาหารที่มีกากใย ถ้าเรากินอาหารที่มีกากใยมาก ๆ มันก็จะช่วยให้ลำไส้เราขับถ่ายได้ดีนะคะ ซึ่งการขับถ่ายได้ดีก็จะไปลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ การเป็นริดสีดวงทวารกัน เป็นต้น

4.ปลา

แนะนำให้เป็นปลาที่มีกรดไขมันดีนะคะ โดยปลาหลายชนิดจะอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นไขมันชนิดดี ถ้าเวลามียาขายเป็นยาเม็ดโอเมก้า 3 ต้องบอกว่าเราสามารถกินปลาแทนยาได้ค่ะ ถ้าเกิดว่าเรากินปลาอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปกินยานั้นก็ได้ ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้ส่งผลดีต่อหัวใจมาก ๆ เลยค่ะ และสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยรวม ช่วยลดไขมันที่ชื่อว่า Triglyceride ลดความดันโลหิต แล้วก็ยังเพิ่มไขมันชนิดดีที่มีชื่อว่า HDL ได้ด้วย เมื่อไขมันลดลงมันก็จะไปลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดัน

5.ชา

การดื่มชาเป็นวิธีหนึ่งเลยที่จะช่วยให้สุขภาพดีได้ ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดำ ชาขาว เพราะว่าใบชาประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลาย ๆ อย่าง เช่น สารที่มีชื่อว่าสารคาเทชิน และสารเควอซิทิน ซึ่งมีการศึกษาพบว่าสารเหล่านี้อาจจะมีคุณสมบัติช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมและคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจด้วย แต่ต้องระมัดระวังนิดหนึ่งเพราะถ้ากินมากไปมันก็ไม่ดี ควรกินประมาณวันละ 1-2 แก้วกำลังดี และต้องไม่กินชาที่ผสมน้ำตาลอะไรมากมายเพราะมันก็จะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานร่วมด้วย

6.น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์

น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์มีสารอาหารที่สำคัญอย่างกรดไขมันที่ดีมาก ๆ นะคะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดดี ก็คือตัว HDL นั่นเอง แล้วก็ลดปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดเลว ก็คือ LDL ให้ลงไปแล้วก็ลดคอเลสเตอรอลโดยรวมซึ่งจะส่งผลดีต่อร่างกายนะคะสำหรับน้ำมันมะกอก แต่ก็มีความสำคัญที่อยากจะอธิบายตรงนี้คือน้ำมันมะกอกไม่ได้เหมาะสมในการที่เอาไปใช้กับความร้อนแรง ๆ โดยตัวมาเนี่ย ถ้าเรากินน้ำมันมะกอกกับสลัดอะไรพวกนี้จะดีกว่าการเอาน้ำมันมะกอกไปทอดไก่ไป ทอดหมู อย่างนี้ไม่ดีค่ะ จากที่ไม่ดีก็จะกลายเป็นแย่เลยเพราะว่าการเอาน้ำมันมะกอกไปโดนความร้อนสูงมันอาจจะมีอัตราเสี่ยงการเกิดสารที่ไม่ดีเกิดขึ้นแล้วเวลาเรากินเข้าไปก็เป็นโทษต่อร่างกาย เพราะฉะนั้นแนะนำให้กินน้ำมันมะกอกกับพวกสลัดหรือว่าเป็นการผัดโดยใช้ไฟอ่อน ๆ ก็จะมีประโยชน์มากกว่า

7.ถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองเป็นหนึ่งในพืชตระกูลถั่วที่ส่งผลดีต่อหัวใจมาก ๆ เลยนะคะ และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองต่าง ๆ เช่น น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง จะมีโปรตีนที่ดีใช้ได้เลย และการกินอาหารพวกนี้นอกจากจะมีคอเลสเตอรอลต่ำลงแล้วยังสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี และเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดดีได้ด้วยค่ะ สำหรับกลุ่มของพวกถั่วเหลืองแนะนำให้ทานนะคะแต่ควรระวังเหมือนกันเพราะว่านมถั่วเหลืองหรือว่าน้ำเต้าหู้ ถ้าหวานมากไปก็จะทำให้เกิดภาวะอ้วนและอื่น ๆ อันนี้ก็ต้องระมัดระวังกันด้วยนะคะ

สล็อตฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา วอเลท

Categories
เกร็ดความรู้

ประโยชน์ดีๆจากการฟังเพลงก่อนนอน

ประโยชน์ดีๆจากการฟังเพลงก่อนนอน

สังเกตไหมว่าโดยปกติแล้วเรามักจะฟังเพลงเพื่อความผ่อนคลายคลายเครียดรวมถึงฟังเพลงควยความสนุกสนานดังนั้นแล้วจะสังเกตเห็นว่าการฟังเพลงเข้ามาอยู่ในทุกช่วงชีวิตและทุกช่วงอารมณ์ของเรา ไม่เว้นแม้กระทั่งก่อนเข้านอนที่เรามักจะฟังเพลงเพื่อความผ่อนคลายและกระตุ้นจิตใจให้หลับง่ายยิ่งขึ้น แต่ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าการฟังเพลงนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คิดวันนี้เราจะพาทุกคน ไปดูประโยชน์ของการฟังเพลงก่อนนอนกันว่าจะมีอะไรบ้าง

ผ่อนคลายความกังวลได้ดี

แน่นอนว่าในแต่ละวันเราต้องพบเจอกับปัญหาหรือเรื่องราวต่างๆที่ทำให้ชีวิตของเราอาจเกิดความคิดลบๆตามมา แน่นอนว่าส่งผลให้ต่อมทำงานความรู้สึกในช่วงเวลากลางคืนเกิดการคิดเรื่องราวต่างๆมากยิ่งขึ้นรูปแบบนี้มักจะทำให้เรานอนไม่หลับและคิดเรื่องกังวลอื่นๆมากยิ่งขึ้นดังนั้นแล้วการฟังเพลงก่อนนอนจะช่วยให้เราคลาย ความกังวลที่พบเจอในแต่ละวันให้หายไปและจะทำให้เราสามารถนอนหลับได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

 เพิ่มความคิดที่ดี

การฟังเพลงก่อนนอนเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดและเสริมสร้างทักษะทางด้านความจำของเรามากยิ่งขึ้นเพราะการฟังเพลงนั้นจะทำให้ความเครียดในสมองของเราทำงานน้อยลงและทำให้การนอนหลับของเรามีประสิทธิภาพที่ดีและยืนยาวมากยิ่งขึ้นจากการวิจัย พบว่าการนอนหลับโดยปราศจากความเครียดจะทำให้เซลล์สมองของเรามีความจำและฟื้นฟูตัวเองมากยิ่งขึ้นรวมไปถึงยังทำให้ทักษะความจำของเรามีการพัฒนาและทำให้เราสามารถจำรายละเอียดต่างๆได้ดียิ่งขึ้น

 เพิ่มอารมณ์ที่ดี

เสียงเพลงมักจะมีผลต่อร่างกายของเราทำให้เราสามารถมีพลังทางบวกให้แก่จิตใจของเราได้ดีนับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้เราสามารถผ่อนคลายความเครียดได้มีผลการรายงานวิจัยพบว่าเสียงเพลงจะทำให้ขึ้นสมองและอัตราการเต้นของหัวใจเต้นไปตามจังหวะของเพลงซึ่งจะทำให้ร่างกายของเราผ่อนคายหายใจช้าลงการฟังเพลงก่อนนอนจะทำให้ร่างกายของเราผ่อนคลายและหลับสบายมากยิ่งขึ้น

 พัฒนาคุณภาพการนอนหลับ

ปัจจุบันด้วยเหตุการณ์ต่างๆหรือสิ่งแวดล้อมทำให้เรานอนหลับไม่เต็มอิ่มมากยิ่งขึ้นการฟังเพลงก่อนนอนเช่นเพลงคลาสสิกเพลงเบาสมองจะสามารถรักษา ระยะเวลาการนอนของเราให้ทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ยังมีการวิจัยชี้ว่าเพลงจะทำให้เราสามารถมีสุขภาพและสมาธิที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 มีสมาธิในการทำงานมากยิ่งขึ้น

การฟังเพลงก่อนนอนจะช่วยกระตุ้นอารมณ์และพัฒนาให้เรามีสมาธิในการทำงานมากยิ่งขึ้นเพราะจะทำให้เราสามารถโฟกัสและหยุดอยู่กับห้วงอารมณ์ของการฟังเพลงและมีสติในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้นเมื่อได้ฟังเพลงจะทำให้จิตใจของเราผ่อนคลายและสามารถทำให้เนื้องานของเราออกมาอยู่ในรูปแบบที่ดีและมีประสิทธิภาพ

ลดอาการซึมเศร้าได้

ดนตรีเป็นที่พึ่งของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากกว่าถึง 60% จากการวิจัยพบว่าผู้ป่วยซึมเศร้าได้สัมผัสกับอาการนอนไม่หลับและเมื่อได้ฟังเพลงคลาสสิกก่อนนอนจะมีอาการซึมเศร้าที่ลดลงและยังมีผลการวิจัยพบว่าเมื่อเราเกิดความไม่สบายใจหรือมีเรื่องทุกข์ใจมักจะเปิดเพลงฟังอยู่กับตัวเองเงียบๆเพื่อหาทางออกในการใช้ชีวิตต่อไป

ดังนั้นแล้วจะเห็นได้ว่า การฟังเพลงนับว่ามีส่วนช่วยในการพัฒนาทั้งความคิดจิตใจรวมถึงสภาพอารมณ์ของเราให้ดียิ่งขึ้นยิ่งถ้าหากฟังเพลงในช่วงเวลากลางคืนจะได้รับประสิทธิภาพมีส่วนช่วยในการผ่อนคลายสมองกล้ามเนื้อของเราให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นนอกจากนี้หากคุณอยู่ในช่วงเวลาของการนอนไม่หลับการฟังเพลงเบาๆคลอไปกับเสียงเพลงจะช่วยให้การนอนหลับของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นดังนั้นแล้วหากใครนอนไม่หลับลองเปิดเพลงเบาๆฟังดูกันนะคะ

เว็บสล็อต ฝากถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

7 ผลไม้ที่กินแล้วช่วยให้หน้าใสดูเด็กลง

ผลไม้ที่กินแล้วช่วยให้หน้าใสดูเด็กลง

7 ผลไม้ที่มีวิตามินอีสูงช่วยให้เราหน้าใส หน้าเด็กเลยค่ะ เราไม่ต้องไปทำศัลยกรรมเลยค่ะ ในยุคนี้หลายคนก็อยากจะมีผิวพรรณที่ผ่องใส มีใบหน้าที่เป็นหน้าเด็กใช่ไหมคะ เรามาดูเลยค่ะกับ 7 ผลไม้ที่มีวิตามินอีสูงและช่วยให้หน้าของเราสดใสเรียกว่าหน้าเด็กลงเลยค่ะ อีกทั้งผิวพรรณก็จะไม่เหี่ยวย่น

ต้องบอกเลยนะคะว่าวิตามินอีเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อสุขภาพร่างกายของคนเราค่ะ เพราะถ้าหากร่างกายของเราขาดวิตามินอีจะทำให้เม็ดเลือดแดงนั้นถูกทำลาย เป็นโรคโลหิตจาง กล้ามเนื้อฝ่อ และเป็นโรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ และที่สำคัญจะส่งผลให้ผิวแห้ง เสีย หย่อนคล้อย หรือหน้าแก่ก่อนวัยอันควรนั่นเองค่ะ วิตามินอีจึงเป็นสิ่งที่ร่างกายของเราไม่สามารถผลิตขึ้นมาเองค่ะ เราต้องทานเข้าไป และวันนี้เราจะมาแนะนำ 7 ผลไม้วิตามินอีสูงช่วยทำให้หน้าเด็กลงแล้วก็เป็นสิ่งที่สาว ๆ รวมถึงทุกคนก็ชอบ จะมีผลไม้ชนิดใดบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

1.มะเขือเทศ

มะเขือเทศมีวิตามินอีสูง การรับประทานมะเขือเทศจะช่วยให้ผิวของเราสวยนั่นเป็นเพราะว่ามะเขือเทศมีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระมากมายที่ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ บำรุงผิว ชะลอความแก่ และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง และโรคหัวใจค่ะ บอกได้เลยว่ามะเขือเทศนั้นมีราคาที่ไม่แพงและหาทานได้ง่ายด้วย และเราไม่จำเป็นต้องไปทำอะไรให้กับร่างกายของเราเกิดผลเสียเลย เพียงแค่ทานมะเขือเทศบ่อย ๆ ก็จะทำให้เรามีหน้าใส หน้าเด็กลงเองค่ะ

2.กีวี

ในกีวีหนึ่งลูกมีสารอาหารและวิตามินมากมายที่ดีต่อผิวของเรานะคะ เช่น วิตามินซี วิตามินอีที่ช่วยชะลอความแก่ป้องกันเซลล์จากการเสื่อมสภาพเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ อีกทั้งยังทำให้ผิวของเราเต่งตึงด้วยนะคะ

3.สตรอว์เบอร์รี่

สตรอว์เบอร์รี่มีวิตามินซีและวิตามินอีมากเลยค่ะ ซึ่งจะช่วยลดริ้วรอย ลดความแห้งกร้าน และความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแล้วก็คงความสดใสของผิวเราค่ะ สำคัญสตรอว์เบอร์รี่มีวิตามินอีเยอะมาก ๆ สาว ๆ หลายคนคงจะชอบใช่ไหมคะ เพราะมันจะช่วยลดริ้วรอย ลดความแห้งกร้านอย่างที่บอกไป

4.กล้วย

กล้วยมีวิตามินอีสูงและกล้วยไข่จะมีวิตามินอีสูงที่สุดในบรรดากล้วยทั้งหลาย อีกทั้งยังกินง่าย หาง่าย ราคาไม่แพง ช่วยบำรุงผิวและช่วยให้การทำงานของระบบย่อยอาหารของเราดีขึ้น ส่งผลให้ผิวสดใสและสุขภาพดีขึ้นด้วยค่ะ และที่สำคัญช่วยทำให้ผิวพรรณของเราดีขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นถ้าอยากมีผิวที่ดีขึ้นก็แนะนำกล้วยไข่เลยค่ะ แต่อย่าลืมนะคะสำหรับใครที่มีน้ำตาลในเลือดสูงก็ควรจะระวัง เพราะกล้วยจะมีน้ำตาลในผลสูง เพราะฉะนั้นการทานต้องระมัดระวัง และถ้าใครเป็นโรคเบาหวานก็ต้องควบคุมน้ำตาลให้ดี

5.แก้วมังกร

แก้วมังกรก็เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีวิตามินอีสูงเช่นกัน แล้วก็มีสารต้านอนุมูลอิสระที่หลากหลายชนิดมากที่อยู่ในแก้วมังกร ซึ่งจะช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย รักษาอาการผิวไหม้หรือการอักเสบของสิว ลดความหย่อนคล้อยและหมองคล้ำ การบริโภคแก้วมังกรเป็นประจำจะช่วยให้ผิวพรรณของเรากระจ่างใสขึ้นด้วยนะคะ

6.อะโวคาโด

อะโวคาโดจะทำหน้าที่เหมือนมอยส์เจอร์ไรเซอร์ธรรมชาติที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส นุ่ม ชุ่มชื้น เต่งตึง สุขภาพดี นอกจากผิวแล้วเส้นผมและสุขภาพโดยรวมจะดีขึ้นอีกด้วยค่ะ เพราะอะโวคาโดเต็มไปด้วยไขมันดี สารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพร่างกาย จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารสุขภาพเลยทีเดียว

7.มะม่วง

มะม่วงเป็นผลไม้ที่มีทุกฤดูกาลเลยค่ะ มีทั้งมะม่วงสุก มะม่วงดิบ ซึ่งมะม่วงมีวิตามินอีสูง ถ้าใครทานมาก ๆ จะมีผิวที่ดี แต่อย่าลืมนะคะว่ามะม่วงที่มีรสหวานมากต้องน้ำตาลในเลือดด้วยนะคะ ไม่ให้สูงเกินไป นอกจากนี้มะม่วงก็มีวิตามินซีสูงและมะม่วงสุกก็จะช่วยบำรุงผิว ลดริ้วรอย และลดเลือนจุดด่างดำ หลายคนนิยมนำมะม่วงสุกมาพอกหน้าเพื่อลดริ้วรอยอย่างได้ผล อีกทั้งการรับประทานมะม่วงทั้งสุกและดิบจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในเนื้อเยื่อและผิวหนัง ลดการอุดตันของรูขุมขนช่วยให้ผิวเรียบเนียนด้วยค่ะ แต่เราต้องรับประทานด้วยความสมดุล เพราะถ้าเรารับประทานมะม่วงมากเกินไปก็จะส่งผลต่อร่างกายโดยเฉพาะในคนที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงก็ต้องระวังนะคะ สำหรับใครที่มีโรคประจำตัวเช่น โรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะไขมันพอกตับ ขอให้ไปตรวจและก็รักษาดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญอย่าลืมควบคุมอาหารด้วยนะคะ

7 ผลไม้ที่มีวิตามินอีสูงเมื่อรับประทานแล้วจะช่วยให้เรามีผิวพรรณที่ดี ใครที่อยากหน้าใส หน้าดูเด็กลงก็หมั่นทานผลไม้ทั้ง 7 ชนิดที่เราแนะนำไปนะคะ แต่อย่างไรก็ตามเราควรเลือกทานในปริมาณที่พอดี ไม่มากจนเกินไป และที่สำคัญต้องทานให้หลากหลายด้วยนะคะ การทานผลไม้จะทำให้เราบำรุงร่างกายให้สวยจากภายใน ไม่ต้องไปทำอะไรที่ใช้เงินเยอะแยะมากมายเลยค่ะ ที่สำคัญการดูแลจากภายในมันจะคงทนด้วย ไม่ว่าเราจะมีอายุเท่าไหร่ เราก็ยังมีผิวที่สวยได้

สล็อตฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา วอเลท

Categories
ดูแลร่างกาย

จัดโต๊ะทำงานเพียงครั้งเดียว ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้อย่างไร

จัดโต๊ะทำงานเพียงครั้งเดียว-ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้อย่างไร

ทุกคนทราบหรือไม่ว่าโต๊ะทำงานมีความสัมพันธ์กับสุขภาพจิตของเราอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ปัจจุบันเราใช้เวลาอยู่กับโต๊ะทำงานมากขึ้นเฉลี่ยแล้ววันละ 10 ชั่วโมงซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยดังนั้นแล้วเราควรให้ความสำคัญกับการดูแลโต๊ะทำงานของเราให้ออกมา เป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงามเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้เรามีความรู้สึกดีดีในการทำงานมากยิ่งขึ้นรวมถึงส่งผลให้งานของเราออกมาสำเร็จและมีประสิทธิผลมากขึ้นอีกด้วยเทคนิคการจัดโต๊ะทำงานง่ายๆที่จะทำให้ทุกคนสามารถมีโต๊ะทำงานที่สวยและสะอาดเรียบร้อยเป็นของตัวเอง

จัดโต๊ะทำงานเพียงครั้งเดียว-ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้อย่างไร

 ต้นไม้เพิ่มสีสัน

ช่วงนี้กระแสการปลูกต้นไม้กำลังเป็นที่นิยมการที่เรามีสิ่งสีเขียวมาประดับไว้บนโต๊ะทำงานของเราก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้โต๊ะทำงานของเราดูมีชีวิตชีวาและน่ามองยิ่งขึ้น ยิ่งในขณะที่เราเหนื่อยล้าจากการทำงานหรือมองหน้าจอคอมพิวเตอร์บ่อยครั้งการได้มองสิ่งที่เป็นจุดพักสายตาเช่นต้นไม้บนโต๊ะทำงานจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นนอกจากนี้ยังมีการวิจัยพบว่าต้นไม้จะช่วยลดความดันโลหิตและช่วยให้งานของเราสำเร็จมากยิ่งขึ้น

 เก็บของให้เป็นระเบียบด้วยอุปกรณ์จัดเก็บ

การที่เรามีโต๊ะทำงานที่เป็นระเบียบได้สิ่งหนึ่ง ที่สำคัญในการให้โต๊ะของเราออกมาดูดี และเรียบร้อยคือการมีอุปกรณ์ตัวช่วยเสริมอยากอุปกรณ์จัดเก็บซึ่งจะมาในรูปแบบของกล้องหรือตัวหนีบต่างๆให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสามารถทำให้เราหางานได้ง่ายขึ้นรวมถึง จัดลำดับความสำคัญของงานแต่ละประเภทได้ง่าย และสะดวกมากขึ้นนอกจากจะสะดวกกับงานแล้วยังทำให้สภาพอารมณ์ของเราบนโต๊ะทำงานมีการแบ่งลำดับสิ่งของเป็นระเบียบมากกว่าความสับสนวุ่นวาย

 กระดาษโน้ตเพิ่มสีสัน

แน่นอนว่ากระดาษโน้ตเป็นสิ่งสำคัญที่จะ ทำให้เราสามารถรู้และทราบได้ว่างานที่เราต้องทำมีอะไรบ้างรวมถึงเป็นจุดย้ำเตือนของงานแต่ละประเภทว่า ควรทำงานไหนมาเป็นลำดับก่อนหลังนอกจากนี้ยังมีการวิจัยพบว่ากระดาษโน้ตแต่ละสีให้ความจำที่แตกต่างกันรวมถึงให้ความผ่อนคลายที่แตกต่างกันอีกด้วยดังนั้นแล้วควรเลือกกระดาษโน้ตตามประเภทสีของการใช้งานที่เหมาะสมจะ ทำให้เราไม่เครียดกับงานมากเกินไปรวมถึงยังมีการเพิ่มสีสันให้กับโต๊ะทำงานของเราดูน่ามองอีกด้วย

สีโต๊ะทำงานเสริมอารมณ์

สีโต๊ะทำงานก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเสริมและกระตุ้นอารมณ์ในการทำงานให้เรามีความอยากทำมากยิ่งขึ้นยิ่งหากใช้สีที่ดึงดูดและรู้สึกผ่อนคลาย จะทำให้เราอยากที่จะนั่งโต๊ะทำงานยาวยาวแต่แน่นอนว่าเมื่อเราต้องทำงานในบริษัทหรือออฟฟิศต่างๆเราไม่สามารถเลือกสีโต๊ะทำงานเองได้เราจึงมีวิธีเลือกที่ง่ายกว่านั้นคือการคุมโทนสีโต๊ะให้ไปในทิศทางเดียวกันเช่นหากเราใช้ปากกาสีชมพูก็ใช้แฟ้มหรือ อุปกรณ์จัดเก็บที่เป็นสีชมพูไม่รวมสีกันจนมากเกินไปจะทำให้โต๊ะทำงานของเราไม่น่ามอง

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเทคนิคต่างๆที่จะช่วยให้โต๊ะทำงานของเรามีระเบียบมากยิ่งขึ้นหลายคนอาจมองว่าโต๊ะทำงานเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญอะไรมากแต่แท้จริงแล้วโต๊ะทำงานนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตของเราเป็นระเบียบมากขึ้น และช่วยจัดการให้ชีวิตของเราในแต่ละวันรู้สึกดีขึ้นแน่นอนว่าการจัดโต๊ะทำงานเป็นเรื่องที่ใหญ่ เพราะด้วยเอกสารต่างๆที่เคยมีอาจทำให้การจัดโต๊ะทำงานในวันเดียวเป็นเรื่องยากอย่างไรก็ตามลองปรับจากสิ่งของที่วางอยู่บนโต๊ะให้เป็นระเบียบก่อนก็ได้หากทุกอย่างอยู่ในที่ที่บง่ายและสะดวกก็จะทำให้การทำงานราบรื่นขึ้นและ ส่งผลดีต่อเนื้องานของเราด้วย

สล็อตฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา