Categories
เกร็ดความรู้

5 วิธี ดูแลสุขภาพง่าย ๆ ให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง

การมีสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตที่ดี เป็นสิ่งที่ทุกคนล้วนปรารถนา อีกทั้งยังต้นทุนที่นำมาซึ่งความสุขที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ เพียงเราใส่ใจการ ดูแลสุขภาพ ของตนเองมากขึ้น ด้วยวิธีดูแลสุขภาพง่าย ๆ ที่เรานำมาแนะนำ
ทุกท่านในวันนี้ ก็ช่วยให้เราห่างไกลโรคภัย และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขกันแล้วล่ะค่ะ ว่าแต่จะมีวิธีอะไรกันบ้างนั้น ตามผู้เขียนไปอ่านพร้อมกันเลยค่ะ 

5 วิธี ดูแลสุขภาพ ง่าย ๆ ให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง มีอะไรบ้าง

    ดูแลสุขภาพง่าย ๆ
    https://www.pexels.com/th-th/photo/5638730/
  1. 1. การเลือกรับประทานอาหาร อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อร่างกาย การจะเกิดผลดีหรือผลเสียนั้น ขึ้นอยู่กับการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายจะนำไปพัฒนาและซ่อมแซมในส่วนต่าง ๆ เพราะ สุขภาพดี สร้างได้ เพียงแค่เราเริ่มเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และลดอาหารที่มีแคลอรีสูง ของทอด ปิ้ง-ย่าง หรืออาหารที่มีไขมันเยอะ เพราะหากร่างกายเผาผลาญไม่หมดก็จะกลายเป็นไขมันสะสมในร่างกายในที่สุด ทางที่ดีควรรับประทานอาหารให้ครบ
    5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม เลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์
  2. ดูแลสุขภาพง่าย ๆ
    https://www.pexels.com/th-th/photo/2475878/
  3. 2. ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เราควรออกกำลังกายให้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 2 – 3 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 45 นาทีขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นการเต้นแอโรบิก เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีส่วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แล้วยังสามารถผ่อนคลายความเครียดจากการได้รับสารแห่งความสุข อย่างสารเอนดอร์ฟิน (Endorphins) อีกด้วย
  4. ดูแลสุขภาพง่าย ๆ
    https://www.pexels.com/thth/search/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%
    B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B2/
  5. 3. พักสายตาจากการเสพสื่อโซเชียล ถ้าลดโซเชียลลงบ้างใช้ในปริมาณที่เหมาะสมก็จะให้ผลดีแก่เรา แต่ถ้าใช้มากเกินไปนอกจากจะทำให้เป็นคนติดโซเชียลแล้ว ยังอาจทำให้กล้ามเนื้อดวงตาเมื่อยล้า หรือตาแห้งเพราะต้องคอยจ้องอยู่ที่หน้าจอเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการเบลอ สายตาพร่ามัว หรือสายตาสั้นได้ ทางที่ดีควรพักสายตา และบริหารดวงตาของเราด้วย เช่น กะพริบตา กลอกตาไปมาเพื่อป้องกันตาแห้ง หรือมองไปยังวัตถุที่อยู่ไกล ก็จะช่วยให้ผ่อนคลายดวงตาลงได้ และถ้าลดโซเชียลลงบ้าง ก็จะทำให้ไม่ต้องเครียดจากการเสพข่าว สุขภาพจิตดีขึ้น
  6. ดูแลสุขภาพง่าย ๆ
    https://www.pexels.com/th-th/photo/3885761/
  7. 4. ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อย 8 – 10 แก้ว ในร่างกายของเรามีส่วนประกอบของน้ำมากถึง 70% นับว่ามีความสำคัญกับการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก เพราะหากร่างกายของเราขาดน้ำ อวัยวะและเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการย่อยอาหาร การดูดซึมอาหาร การขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย เป็นต้น ดังนั้น เราจึงควรหันมาใส่ใจในการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดี แล้วยังห่างไกลจากโรคภัยอีกด้วย
  8. ดูแลสุขภาพง่าย ๆ
    https://www.pexels.com/th-th/photo/7504935/
  9. 5. พักผ่อนให้เพียงพอ สุขภาพดีสร้างได้ง่าย ๆ เพียงแค่เรานอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ดังนั้น เมื่อทำกิจวัตรต่าง ๆ ในแต่ละวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว การพักผ่อนที่ดีที่สุด คือ การนอน เพราะร่างกายจะได้ซ่อมแซมฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ ควรนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงและนอนให้เป็นเวลา เพราะหากนอนดึกเกินไป ร่างกายอาจเหนื่อยล้าได้ อีกทั้งยังมีผลเสียตามมา เช่น มีริ้วรอย เสี่ยงต่อโรคภัยต่าง ๆ ทางที่ดีควรพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อตื่นขึ้นมารับวันใหม่ ร่างกายจะได้สดชื่นและตื่นตัวตลอดทั้งวัน สุขภาพร่างกายก็จะดีตามไปด้วย
  10. แค่ 5 วิธี ดูแลสุขภาพ ง่าย สุขภาพดีขึ้นไม่ยาก

    แค่ 5 วิธี ดูแลสุขภาพ ง่าย ๆ แค่นี้ก็ทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้แล้ว อาจจะต้องใช้ความพยายามสักหน่อย อาจรู้สึกฝืนตัวเองสักนิดในช่วงแรก แต่รับรองได้เลยว่า ความพยายามไม่ศูนย์เปล่าแน่นอน ถือเป็นกำไรเสียด้วยซ้ำ สุขภาพที่ดีไม่มีขาย เริ่มต้นสุขภาพดีได้ที่ตัวเรา ดังนั้น ใครที่อยากมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง สุขภาพจิตดี
    มีความสุข และ ห่างไกลจากโรคภัย ไข้เจ็บ ก็อย่าลืมนำเคล็ดลับง่าย ๆ ทั้ง 5 ข้อที่เราแนะนำในวันนี้ไปใช้กัน
    ด้วยนะคะ

    โจ๊ก เกอร์ 123 ฝากถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา

    Categories
    ดูแลร่างกาย

    3 ท่า โยคะ สำหรับมือใหม่ เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม

    โยคะ” เป็นศาสตร์ที่จะช่วยทำให้เรามีสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดี รวมไปถึงยังสามารถช่วยปรับรูปร่างและแก้ไขอาการเจ็บปวดต่าง ๆ ให้กับเราได้ด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่าการฝึกโยคะ ช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นได้ ว่าแต่ว่าท่าโยคะสำหรับมือใหม่ มีท่าอะไรกันบ้าง วันนี้เราก็นำมาฝากให้ได้ฝึกตามกันแล้วล่ะ มาดูกันได้เลย

    ท่า โยคะ
    https://www.pexels.com/th-th/search/%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B0/

    3 ท่า โยคะ สำหรับมือใหม่

    1. โยคะท่าเด็กหมอบ (Child’s Pose)

    เป็นท่า โยคะ สำหรับการยืดกล้ามเนื้อสะโพก ต้นขา และข้อเท้า สามารถช่วยลดอาการอ่อนเพลีย ลดความเครียด ลดอาการปวดหลัง ปวดคอ ช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหาร และระบบสืบพันธ์ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ข้อสะโพก เข่า และข้อเท้า ยืดหยุ่น ได้ดีขึ้น

    วิธีทำ

    – คุกเข้าเท้าชิด หรือ แยกออกเล็กน้อย เหยีนดปลายขาและเท้าไปข้างหลัง จากนั้นนั่งลงบนส้นเท้า

    – ขณะหายใจก้มตัวลงไปข้างหน้า ตั้งคอตรงและวางหน้าผากลงบนพื้น ก้นอยู่บนส้นเท้า

    – เหยียดแขนไปเหนือศีรษะ ยืดนิ้วไปให้ไกลที่สุด แล้วกดฝ่ามือให้แนบลงกับพื้น

    – ค้างท่านี้เอาไว้ 30 วินาที แล้วคลายท่าออก

    1. โยคะท่างูเห่า (Cobra’s Pose)

    เป็นท่าโยคะที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูกสันหลัง ไหล่ และ กล้ามเนื้อท้อง ช่วยลดความเครียด ทำให้ปอดและหัวใจแข็งแรง ช่วยกระชับกล้ามเนื้อสะโพก นอกจากนี้ยังใช้รักษาโรคหอบหืดได้ด้วย

    วิธีทำ

    – นอนคว่ำ งอข้อศอก ต้นแขน และมือไว้ชิดด้านข้างลำตัว เหยียดขาชิดกันหรือแยกออกเล็กน้อยก็ได้

    – เหยียดแขนขึ้น แล้วพยายามให้ศอกงอเล็กน้อยเพื่อยกลำตัวช่วงบนขึ้น

    – พยายามยืดศีรษะขึ้นให้ขนานกับลำตัวช่วงบน

    – ค้างท่าไว้ 15-30 วินาที แล้วหายใจเข้า-ออก ประมาณ 3-5 ลมหายใจ แล้วกลับมาสู่ท่าเริ่มต้น

    1. โยคะท่าแพลงก์ด้านข้าง (Side Plank’s Pose)

    เป็นท่าโยคะที่ช่วยสร้างความแข็งแรง กระชับหน้าท้องได้ดี สร้างความยืดหยุ่น ช่วยคลายเครียด อีกทั้งยังช่วยเรื่องกระดูกสันหลัง ลดอาการปวดหลัง ช่วยปรับบุคลิกภาพได้ดี เมื่อทำบ่อย ๆ ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาหลังค่อมได้ดีอีกด้วย

    วิธีทำ

    – เริ่มต้นด้วยท่านอนตะแคงซ้าย ใช้ข้อศอกยันตัวขึ้นโดยให้สะโพกยังวางอยู่ที่พื้น

    – ค่อย ๆ เริ่มยกสะโพกขึ้น เหยียดแขนข้างขวาตรงขึ้นไปข้างบน

    – เกร็งคอ ลำตัว และสะโพกให้อยู่ในระนาบเดียวกัน

    – ค้างไว้ประมาณ 30-60 วินาที จากนั้นคลายท่า แล้วเริ่มต้นใหม่ แต่เปลี่ยนเป็นอีกข้างแทน

    สรุป

    และนี่ก็เป็น 3 ท่าง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ที่อยากฝึกโยคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถึงแม้ว่า “โยคะ” จะถูกนำมาใช้บำบัดรักษาโรคต่าง ๆ รวมทั้งช่วยปรับให้ชีวิตเราดีขึ้น เราก็หวังว่า 4 ท่าโยคะนี้ จะทำให้ใครหลาย ๆ คนที่อยาก ฝึกโยคะ ได้เริ่มต้นเล่นสมความตั้งใจกันนะคะ

    สล็อตออนไลน์ ฝาก-ถอนไม่มีขั้นต่ำ

    Categories
    ดูแลร่างกาย เกร็ดความรู้

    การดูแลข้อต่อของนักเพาะกาย นักเพาะกายดูแลสุขภาพอย่างไร 

    ใครก็ตามที่เคยเป็นนักเพาะกายมาแล้วจะรู้ดีถึงความสำคัญของข้อต่อที่มีต่อความสามารถในการฝึกฝนอย่างหนัก หากข้อต่อไม่ทำงานในช่วงสูงสุดความสามารถในการยกน้ำหนักที่หนักและออกกำลังกายเพาะกายบางอย่างจะถูก จำกัด ตัวอย่างเช่นสำหรับการออกกำลังกายเช่นม้านั่งกดคุณต้องมีไหล่ข้อศอกและข้อมือที่แข็งแรง หากสิ่งเหล่านี้ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงแสดงว่าคุณมีความสามารถในการกดบัลลังก์และคุณภาพของการออกกำลังกายส่วนบนของคุณก็ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นกัน

    ข้อเสียของการดูแลสุขภาพของนักเพาะกายที่ไม่ถูกต้องที่นักเพาะกายไม่รู้

    นักเพาะกาย การใช้น้ำหนักมากเกินไปในการออกกำลังกายควบคู่ไปกับเทคนิคการยกที่ไม่ดี: ในความเห็นส่วนตัวของฉันนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้นักเพาะกายและผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายจำนวนมากต้องได้รับบาดเจ็บที่ข้อต่อ การใช้น้ำหนักที่หนักอย่างต่อเนื่องและรูปแบบที่ไม่ดีจะนำไปสู่ ​​bursitis ซึ่งเป็นการอักเสบของ bursae กระสอบบรรจุของเหลวขนาดเล็กซึ่งมีหน้าที่ลดแรงเสียดทานในข้อต่อ ข้อศอกและหัวไหล่มักได้รับผลกระทบจากสภาวะนี้ดังนั้นท่านราชานักกดบัลลังก์ทุกท่านโปรดให้ความสนใจกับสิ่งนี้เนื่องจากเป็นการยากที่จะนั่งม้านั่งที่มีไหล่และข้อศอกไม่ดี เทคนิคการยกที่ไม่ดียังทำให้เส้นเอ็นฉีกขาดซึ่งอาจนำไปสู่อาการเอ็นอักเสบได้ สมมติว่าเทคนิคการยกนั้นน่ากลัวจริงๆและมีการใช้น้ำหนักมากเกินไปเช่นกันสิ่งนี้อาจนำไปสู่การไม่ตรงแนวทั้งหมดของข้อต่อได้เช่นกัน

    สิ่งที่นักเพาะกายส่วนใหญ่ไม่รู้ และการดูแลแบบผิดๆ 

    ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นเร็วเกินไป: อาหารเสริมบางอย่างเช่น Creatine และ nitric oxide boosters อาจทำให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อของนักเพาะกายพุ่งสูงขึ้น แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ในกรณีเหล่านี้สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องค่อยๆควบคุมอัตราที่เราเพิ่มน้ำหนักให้กับแบบฝึกหัด แม้ว่าจะสามารถวางน้ำหนักบนบาร์ได้มากขึ้น แต่ก็ควรเลือกที่จะทำซ้ำมากขึ้นแทน สาเหตุนี้เป็นเพราะความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความแข็งแรงของข้อต่อมาก ดังนั้นการเพิ่มภาระการฝึกเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ข้อต่อได้แม้ว่ารูปแบบที่ฝึกนั้นจะไร้ที่ติและหากกล้ามเนื้อสามารถรับน้ำหนักได้ง่าย นี่เป็นสถานการณ์ที่วัยรุ่นมักพบบ่อยมากเนื่องจากความแข็งแรงของกล้ามเนื้อของวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากฮอร์โมน anabolic ทั้งหมดที่ร่างกายผลิตขึ้นในวัยนั้น

    ขาดสารอาหารที่เหมาะสม: ข้อต่อเช่นเดียวกับกล้ามเนื้อต้องการสารอาหารและการพักผ่อน การขาดสารอาหารที่เหมาะสมทำให้ความสามารถของร่างกายในการปรับตัวเข้ากับความเครียดลดลง เป็นผลให้หากเรายังคงฝึกด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ไม่ดีน้ำตาจะเริ่มเกิดขึ้นที่เส้นเอ็นเช่นเดียวกับการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนในข้อต่อซึ่งจะนำไปสู่การสึกหรอของข้อต่อมากกว่าปกติ การได้รับสารอาหารในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการฝึกฝนอย่างหนักจะนำไปสู่สภาวะต่างๆเช่นโรคข้อเข่าเสื่อม (โรคข้ออักเสบที่พบได้บ่อยโดยผู้ยกน้ำหนักที่เกิดจากกระดูกอ่อนเริ่มหยาบและทำให้เกิดแรงเสียดทานมากขึ้นที่ข้อต่อ) และ tendonitis ซึ่งเราได้กล่าวถึงสั้น ๆ ข้างต้น และเป็นการอักเสบของเส้นเอ็นอันเนื่องมาจากการบาดเจ็บสะสม


    การขาดการพักผ่อน / การฟื้นตัวที่เหมาะสม: การที่นักเพาะกายฝึกมากเกินไปอย่างต่อเนื่องการขาดช่วงเวลา (หมายความว่าคุณฝึกหนักอยู่เสมอ) และการนอนไม่พอล้วนนำไปสู่ปัญหาร่วมกัน การฝึกมากเกินไปและ / หรือการฝึกอย่างต่อเนื่องโดยทำซ้ำ 6 ครั้งหรือน้อยกว่าจะทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ข้อต่อมากเกินไปซึ่งจะสะสมเมื่อเวลาผ่านไปและส่งผลให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมเบอร์อักเสบเอ็นอักเสบหรือแม้แต่การฉีกขาด โปรดทราบว่าหากร่างกายไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์การบาดเจ็บบางอย่างที่เกิดจากการฝึกแต่ละครั้งจะยังคงอยู่และสะสมไปตามกาลเวลา การฝึกอบรมเป็นระยะและการฟื้นฟูส่วนของร่างกายเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมของ microtrauma นอกจากนี้การนอนหลับไม่เพียงพอจะส่งผลให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไม่ดีเนื่องจากในระหว่างการนอนหลับร่างกายจะผลิตฮอร์โมนอะนาโบลิกทั้งหมดที่จะส่งสารอาหารไปยังสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ดังนั้นการอดนอนจึงนำไปสู่การผลิตฮอร์โมนที่หดหู่ซึ่งในตอนท้ายของวันจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของคุณ

    นักเพาะกาย
    https://www.quora.com/As-a-new-bodybuilder-what-supplements-do-I-need-to-take-to-build-muscle

    วิธีการดูแลสุขภาพของนักเพาะกาย และการบาดเจ็บที่ข้อต่อขณะเพาะกาย

    ใช้กิจวัตรการฝึกที่ถูกต้อง: กิจวัตรประจำวันของนักเพาะกายที่มีระยะเวลาดีซึ่งสลับไปมาระหว่างช่วงเวลาที่มีระดับเสียงสูงขึ้น / การทำซ้ำที่สูงขึ้น (10-15 ครั้ง) ทำงานกับช่วงเวลาที่มีการทำซ้ำน้อยกว่า / น้ำหนักที่หนักกว่า (5-8 ครั้ง) จะได้ผลดีที่สุด ควรรวมระยะการฟื้นตัวที่ใช้งานอยู่ซึ่งปริมาณการฝึกอบรมลดลงอย่างมาก กิจวัตรการฝึกไม่ควรยาวเกิน 60 นาทีและความถี่ของการฝึกส่วนของร่างกายจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปวัยรุ่นและผู้ที่อยู่ในวัยยี่สิบสามารถฝึกส่วนของร่างกายได้ทุกๆ 48-72 ชั่วโมง (สัปดาห์ละสองครั้ง) เด็กอายุสามสิบปีและผู้ที่อยู่ในวัยสี่สิบของพวกเขาได้รับประโยชน์มากขึ้นทุกๆห้าวัน อายุห้าสิบปีขึ้นไปทุกๆเจ็ดวัน

    ใช้การวอร์มอัพที่เหมาะสม: การอุ่นเครื่องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งและจะมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น ในความคิดของฉันเราจำเป็นต้องอบอุ่นร่างกายอย่างละเอียดสำหรับการออกกำลังกายส่วนหนึ่งของร่างกายเป็นครั้งแรกการไม่ทำเช่นนั้นจะทำให้คุณเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ในการอุ่นเครื่องอย่างถูกต้องหากคุณรู้ว่าคุณจะทำน้ำหนัก 225 ปอนด์บนม้านั่งเอียงสำหรับการทำซ้ำ 10 ครั้งชุดแรกคุณจะทำเพียง 135 ปอนด์สำหรับการทำซ้ำแบบช้าๆที่ควบคุมได้ 10 ครั้ง จากนั้นคุณจะเพิ่มน้ำหนักเป็น 185 สำหรับการทำซ้ำ 10 ครั้งและหลังจากนั้นชุดที่สองคุณจะเพิ่มขึ้นเป็น 225 ปอนด์และนั่นจะเป็นงานชุดแรกของฉัน อย่างไรก็ตามหากออกกำลังกายในสภาพอากาศหนาวเย็นนอกจากสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่นแล้วคุณอาจปั่นจักรยานแบบนิ่ง ๆ ก่อนเป็นเวลา 6-10 นาทีไม่ใช่เพื่อค้นหาการปรับสภาพแอโรบิค แต่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย หรืออีกวิธีหนึ่งฉันยังใช้การฝึกกล้ามท้องเพื่อเพิ่มอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายด้วย

    สล็อตฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา2021

    Categories
    ดูแลร่างกาย เกร็ดความรู้

    วิธีการดูแลเท้าของนักวิ่ง การดูแลสุขภาพของนักวิ่ง ดูแลอย่างไร

    นักวิ่งจงฟัง แน่นอนว่าสุขภาพเท้าไม่ใช่หัวข้อที่เซ็กซี่ที่สุด แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญ ท้ายที่สุดแล้วในฐานะนักวิ่งที่มีฝีเท้าดีทุกคนจะรู้ดีว่าเท้าของนักวิ่งที่หุ้มด้วยตุ่มพองนั้นเป็นสิ่งที่ได้รับเมื่อพูดถึงพื้นที่ฝึกซ้อมฮาล์ฟมาราธอนหรือมาราธอน

    การดูแลเท้าสำหรับนักวิ่ง ดูแลอย่างไร 

    1. เลือกผู้ฝึกสอนที่เหมาะสม

    สิ่งนี้อาจฟังดูชัดเจน แต่คุณต้องแปลกใจที่มักมองข้ามกฎของนักวิ่งหลักในการดูแลเท้าสำหรับนักวิ่ง ผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลของ Third Space และ Anatomy In Motion (หรือ AiM) ผู้เชี่ยวชาญด้าน Anatomy In Motion (หรือ AiM) กล่าวว่า:“ อาจเป็นเรื่องง่ายที่จะถูกดูดเข้าไปในสิ่งที่ฉันเรียกว่า บริษัท ผู้ฝึกสอนใช้เวลาหลายปีในการพยายามโน้มน้าวเราว่าการออกเสียงเป็นสิ่งที่ไม่ดีและคุณต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อหยุด แต่ที่จริงแล้วการออกเสียงคือระยะโหลดและระยะการเดินที่ยาวขึ้นและจำเป็นสำหรับกลไกการเดินเท้าที่เหมาะสม”

    หัวข้อของการออกเสียงยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ นักกายภาพส่วนใหญ่โต้แย้งว่าหากคุณต่อสู้กับการออกเสียงมากเกินไปคุณต้องพยุงตัวเองจากอาการบาดเจ็บอื่น ๆ บริเวณหัวเข่าและข้อเท้า แต่นั่นไม่ได้เปลี่ยนพื้นฐานของสิ่งที่ทำให้ผู้ฝึกสอนวิ่งที่ดีสำหรับผู้หญิง Vincent บอกว่าให้มองหา:“ รองเท้าควรมีน้ำหนักเบาและไม่มีโครงสร้างเพื่อให้เท้าสัมผัสกับพื้นได้อย่างถูกต้อง” นักวิ่ง World Digital Editor และนักวิ่ง Ben Hobson แนะนำให้มองหารองเท้าวิ่งที่เป็นกลางเช่น adidas Solarboost

    1. จดระยะทางของคุณและเพิ่มขนาดครึ่งหนึ่งเสมอ

    สิ่งสำคัญที่นักวิ่งต้องตั้งเป้าหมายคือความสบายอย่าไปสนใจการออกแบบที่ใช้เทคโนโลยีมากเกินไปหรือรองเท้าที่จะไม่รองรับคุณในระยะไกล Simon Arundel นักกายภาพบำบัดของ Pure Sports Medicine กล่าว การพิจารณาว่าคุณวิ่งได้ไกลแค่ไหนในผู้ฝึกสอนและขนาดที่คุณต้องการเป็นสิ่งสำคัญเมื่อพิจารณาการดูแลสุขภาพเท้าสำหรับนักวิ่ง

    เขากล่าวว่า:“ ตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนผู้ฝึกสอนของคุณหลังจากใช้งานไปประมาณ 500 ไมล์ โดยไม่ได้บอกว่าคุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสวมรองเท้าก่อนวันแข่งขันเสมอเพื่อทดสอบขนาดที่ถูกต้องเนื่องจากเทรนเนอร์วิ่งที่หลวมเกินไปจะทำให้คุณเป็นแผลในขณะที่รองเท้าที่รัดแน่นเกินไปอาจ จำกัด การไหลเวียนไปที่เท้าได้” ตามกฎทั่วไปให้เพิ่มขนาดรองเท้าครึ่งหนึ่งเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับการบวม

    1. รองเท้าฟื้นตัวมีความสำคัญพอ ๆ กับรองเท้าวิ่งที่รองรับ

    รองเท้านักวิ่งแบบไหนที่คุณใส่ในการวิ่งนั้นสำคัญแน่นอน แต่สิ่งที่คุณใส่หลังจากนั้นก็ไม่แพ้กัน เคยได้ยินเกี่ยวกับรองเท้ากู้คืน Oofos หรือไม่? ได้รับการออกแบบมาเพื่อดูดซับแรงกระแทกจากการเดินโดยที่เท้าของคุณไม่ต้องออกแรงช่วยในการฟื้นตัว

    นักวิ่ง
    https://www.phillymag.com/be-well-philly/2019/10/16/feet/

    นักวิ่งต้องรู้วิธีเอาชนะแผลในสองครั้ง

    แผลพุพองอาจเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของนักวิ่ง ทำให้พวกเขาแย่พอสมควรและสามารถโยนตารางการฝึกซ้อมของคุณออกจากหลักสูตรได้อย่างถูกต้อง

    แต่ที่น่าสนใจคือความเร็วในการรักษาแผลพุพองของคุณอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นตัวของพวกเขาตาม Heath

    พบว่าตัวเองอยู่ในชุดเดรสเป็นประจำ / ปล่อยให้มันมีการถกเถียงเรื่องอากาศบริสุทธิ์? “ ควรแต่งแผลด้วยน้ำสลัดป้องกัน” Heath แนะนำ “ สิ่งนี้จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้เพื่อช่วยให้แผลพุพองสมานปกป้องผิวหนังจากแบคทีเรียและช่วยบรรเทาอาการปวด”

    เพียงไม่กี่วันก็ถึงวันสำคัญแล้วยังมีเท้าพุพองอยู่? ลองใช้เคล็ดลับที่ได้รับการรับรองจาก Heath นี้ 3-4 วันก่อนการแข่งขัน: ถูเท้าด้วยจิตวิญญาณแห่งการผ่าตัดทุกวันเพื่อช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น วิธีนี้เป็นการเพิ่มการป้องกันแผลพุพองเพียงตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีสิ่งที่ต้องยึดไว้เพราะมันอาจจะเจ็บเล็กน้อย ไม่มีความเจ็บปวดไม่มีกำไร

    สุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด นักวิ่งควรรู้ว่าเมื่อใดควรไปพบผู้เชี่ยวชาญ

    แน่นอนว่านักวิ่งทุกคนต้องรับมือกับสถานการณ์เล็บเท้าและแผลที่ส้นเท้าน้อยกว่าปกติ แต่สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าถึงเวลาไปพบผู้เชี่ยวชาญ คุณมีต่อมเหงื่อ 125,000 ต่อมในเท้าแต่ละข้างดังนั้นแม้ว่าคุณจะปฏิบัติตามคำแนะนำที่มีประโยชน์นี้ในการดูแลเท้าสำหรับนักวิ่งไปจนถึงเสื้อที แต่คุณอาจไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อราที่น่ากลัวอาการเท้าของนักกีฬาหรือปัญหาเท้าทั่วไปที่นักวิ่งบางคนประสบได้

    หากคุณกังวลเกี่ยวกับอาการใด ๆ ของคุณให้ไปพบแพทย์หรือหมอรักษาโรคเท้า WH ชอบการทำเล็บเท้าทางการแพทย์ของ Margaret Dabbs การรักษาแบบเข้มข้น 45 นาทีที่ออกแบบมาสำหรับเท้าที่ต้องการ

    การตัดเล็บเท้าเป็นประจำ คือการดูแลสุขภาพของนักวิ่ง

    เล็บเท้าดำเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนใจพอ ๆ กับโพสต์ Instagram ของ Kim K แต่นักวิ่งจำนวนมากก็ได้รับสิ่งเหล่านี้ ในการศึกษาของ J Sports Med นักวิจัยสองคนพบว่าสาเหตุเกิดจากการที่เล็บเท้าของคุณกระแทกเข้าที่ด้านหน้าของรองเท้าซ้ำ ๆ ในขณะที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงเล็บเท้าดำได้โดยสิ้นเชิง แต่คุณสามารถทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นได้มากเพียงแค่ดูแลรักษาเท้าของคุณ ใช่กัปตันทีม Adidas Olivia Ross-Hurst กล่าวว่าการตัดเล็บเท้าของคุณบนส่วนหลังสามารถมีส่วนสำคัญในการป้องกันการสูญเสียเล็บเท้า “ เล็บยิ่งสั้นโอกาสที่จะได้รับความเสียหายก็จะน้อยลง” เธอกล่าว

    นักวิ่ง
    https://www.fitofyfitness.com/news.aspx?bGlkPWEwZjBiOWRiLTNkNzgtNDA0ZC04NzlmLWE3YzUwMTMwYjNkNg==

    slotฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา

    Categories
    ดูแลร่างกาย เกร็ดความรู้

    เทคนิคลดคอเลสเตอรอลง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ไม่ยาก

    เทคนิคลดคอเลสเตอรอลง่าย-ๆ

    ถ้าพูดถึงไขมันหลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าเป็นของที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างมากใช่ไหมล่ะคะ เพราะไขมันนี่แหละเป็นตัวที่ทำให้มีรูปร่างของเราผิดไปจากเดิม แต่อย่างไรก็ตามไขมันนั้นก็มีทั้งดีและไม่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรจะรู้เกี่ยวกับมัน เพราะไขมันยังแบ่งแยกออกได้เป็นหลายแบบทั้งแบบที่ดีและไม่ดี และวันนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคลดคอเลสเตอรอลง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ไม่ยาก เรามาดูกันว่าเราจะจัดการกับไขมันแต่ละประเภทอย่างไรนะคะ

    ทุกวันนี้วิวัฒนาการไปไกลบ้านเมืองของเราเจริญขึ้น และอาหารตะวันตกเริ่มเข้ามาในบ้านเราทำให้อัตราความอ้วนหรือคนอ้วนในบ้านเราสูงขึ้นมาก ซึ่งอาหารที่ชาวต่างชาติกินไม่ใช่อาหารที่ไม่ดีแต่เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับเมืองหนาว เต็มไปด้วยแคลอรี่ ชีส เนย นม และสิ่งที่เราเผาผลาญออกได้ยาก เมื่อเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นอาหารตะวันตก อาหารหวาน เค้ก ขนมเบเกอรี่ เข้ามาเยอะเราก็กำลังสนุกกับมันโดยที่ไม่รู้ว่านั่นคือศัตรูตัวฉกาจ หรือที่เรียกว่า Silent Killer ผู้ฆ่าที่ค่อย ๆ แอบเข้ามาในบ้านเราทีละนิด เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นคนในบ้านเรามีคนเป็นไขมันสูง หรือคอเลสเตอรอลสูงเต็มไปหมดเลย

     คอเลสเตอรอลคืออะไร?

    คอเลสเตอรอลคือสารตัวหนึ่งที่อยู่ในอาหารการกิน ในร่างกายเราก็มีคอเลสเตอรอล ร่างกายมนุษย์เราใช้คอเลสเตอรอลย่อยเสร็จกลายเป็น 2 อย่างคือไขมันดีและไขมันไม่ดี ไขมันไม่ดีทุกคนรู้จักกันในนาม LDL หรือไขมันที่ติดกับหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นอัมพาต หลอดเลือดในสมองตีบ หลอดเลือดในสมองแตก หลอดเลือดเปราะ คนรู้จักหมด ทุกคนเลยมากินยาลดคอเลสเตอรอลกันใหญ่เลย เรามาดูข้อดีของคอเลสเตอรอลกันบ้างค่ะ

     ข้อดีของคอเลสเตอรอล

    คอเลสเตอรอลมีข้อดีคือแปรไปเป็นฟอสโฟไลพิด หรือไขมันคอเลสเตอรอลทำให้เป็นตัวประกอบของผนังกล้ามเนื้อ เป็นตัวสร้าง ตัวแรก และตัวแม่ของฮอร์โมนเพศ แสดงว่ามันมีทั้งส่วนดีและส่วนไม่ดี การจะทำให้ไขมันคอเลสเตอรอลไปเป็นตัวดีเยอะ ๆ คือการออกกำลังกาย นี่คือสิ่งที่เราพูดกันมาทุกยุคทุกสมัยว่าการออกกำลังกายนั้นดีต่อสุขภาพร่างกายเพราะมันเป็นการทำให้ไขมันเข้าเป็นของดี นั่นก็คือไขมันดีนั่นเอง ถ้าเราไม่ออกกำลังกายเลยทุกอย่างที่เรากินเข้าไปไม่ว่าจะเป็นหอยนางรม หัวกุ้ง ไข่ปู ฟัวกราส์ เครื่องใน ปลาหมึก ของที่มัน ๆ ของทอด ชีส เค้ก กะทิ อะไรที่มัน ๆ มักจะอร่อย นี่คือการทดสอบจากธรรมชาติ ของที่เราตามใจปากเป็นการทดสอบว่าใครที่มีสมาธิมีจิตตั้งมั่น ก็จะได้รับสิทธิ์ในการอยู่ต่อแบบไม่นั่งรถเข็น ไม่นอนบนเตียง มีชีวิตคุณภาพที่ดี วัดกันในบั้นปลายสุดท้ายว่าในวัยชราใครจะมีสุขภาพดีก็ขึ้นอยู่กับการกิน ออกกำลังกาย และดูแลตัวเองด้านอื่น ๆ นี่แหละค่ะ หลาย ๆ คนถามว่าถ้าไม่ให้กินอาหารพวกนี้แล้วความสุขจะเหลือตรงไหน บอกได้เลยว่าเหลือตอนที่เราแก่ แต่ถ้าเราเพลิดเพลินกับการกินอร่อยในตอนนี้ เราก็จะมีความสุขแค่ตอนที่เรากินซึ่งเป็นระยะเวลาที่ถือว่าสั้นแต่เมื่อเข้าสู่ร่างกายบ่อย ๆ ก็จะส่งผลในระยะยาวได้ และเราก็จะทุกข์ในตอนแก่นั่นเอง คุณภาพชีวิตที่ยืนยาวไม่ได้นับที่อายุ นับที่อยู่แล้วมีคุณภาพหรือเปล่า

    ในวันนี้จะมาไขคำตอบให้ทุกคนว่าเมื่อเรากินยาลดคอเลสเตอรอลแล้วจะเป็นอย่างไร ซึ่งจริง ๆ แล้วยาลดคอเลสเตอรอลนั้นเมื่อเรากินเข้าไปมันไม่ได้ลดไขมันเลว แต่มันไปลดคอเลสเตอรอลทั้งหมดที่อยู่ในร่างกายของเรา ทั้งไขมันดีและไขมันไม่ดี บริษัทต่างชาติก็บอกว่าการกินพวกนี้มันดีเพราะว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจและโฆษณา อีกทั้งมันเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ เมื่อเราซื้อยาพวกนั้นมาบริโภคเรื่อย ๆ บริษัทต่างชาติเขาก็รวยขึ้น ๆ และทราบไหมคะว่าเมื่อเรากินยานั้นเข้าไปก็จะมีผลข้างเคียงที่ตามมาด้วยก็คือ

    1.มันจะไปทำลายผนังเซลล์ ทําให้กล้ามเนื้อฝ่อ กล้ามเนื้อลีบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดสะบัก ปวดแขน ปวดขา ไร้สาเหตุ ไม่ได้ออกกำลัง นี่แหละเขาเรียกฤทธิ์ของยากลุ่มสแตติน

    2.มันเป็นผนังในตับด้วย ทำให้ตับอักเสบ

    3.ทำลายฮอร์โมนเพศ อันนี้มาเป็นชุดเลย พอกินไปนาน ๆ เข้าฮอร์โมนเพศชายตก ฮอร์โมนเพศหญิงตก เซ็กเสื่อม เพศสัมพันธ์ไม่ดี อารมณ์ไม่ดี ซึมเศร้า พุงโต เผาผลาญน้อย เมื่อกินไปนาน ๆ เข้าก็จะหยุดไม่ได้อีก นี่คือยา เพราะฉะนั้นการเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดคือการคุมอาหาร

    วันนี้เราจะบอกเทคนิคเลยไม่ต้องไปหาหมอก็สามารถทำเองได้ นั่นก็คือการกินเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในเวลามื้อเช้ากินเยอะ ๆ คนที่ไม่กินมื้อเช้าแล้วข้ามไปกินตอนบ่ายเลยนั้นไม่ดีทั้งสิ้น ส่วนมื้อกลางวันก็ให้กินปกติในปริมาณที่พอดี และมื้อเย็นควรงดกินแป้ง เพราะการไม่กินแป้งเป็นการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนและดีที่สุด มื้อเย็นต้องกินโปรตีน กินผัก เมนูมื้อเย็นง่าย ๆ กินแล้วสุขภาพดี เช่น สุกี้ ซึ่งมีวุ้นเส้น ผัก ปลา หมู ไก่ เนื้อ ได้หมด แต่ไม่เอาข้าว เส้น ลูกชิ้น และขนมปัง นี่คือสิ่งสำคัญที่เราควรทำเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ร่างกายของเรา เราต้องเรียงลำดับให้ถูกเหมือนตัวเราไม่มีใครรักเราเท่าตัวเราเอง ไปหาหมอหมอก็ไม่เข้าใจในตัวเราเท่าตัวเราเอง หมอเปรียบเสมือนโค้ชที่จะคอยให้คำแนะนำเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมาย การเดินไปจุดนั้นต้องเดินไปเอง ให้หมออุ้มไปไม่ได้

    ทุกคงได้รู้แล้วว่าเทคนิคการลดคอเลสเตอรอลคือการกินมื้อเช้า กลางวัน เย็น ซึ่งควรเลือกกินให้ดีและอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ และตัดแป้งให้หมด ไขมันในเลือดก็จะค่อย ๆ ลง และไขมันจะค่อย ๆ ดีขึ้น และสิ่งที่เพิ่มเติมก็คือการออกกำลังนั่นเอง

    เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หวังว่าทุกคนจะได้รับความรู้เกี่ยวกับไขมันทั้งหลายประเภทกันพอสมควรนะคะ อาจจะช่วยในการตัดสินใจเลือกรับประทานอาหารให้ถูกวิธี เพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ไปนาน ๆ นั่นเองค่ะ สำหรับใครที่เคยสงสัยว่าไขมันดี ไขมันไม่ดีคืออะไร แล้วมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร วันนี้หวังว่าเราจะสามารถไขคำตอบให้กับคุณได้แล้วนะคะ และอย่าลืมนำเทคนิคลดคอเลสเตอรอลง่าย ๆ ที่เราแนะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันด้วยนะคะ

    โจ๊ก เกอร์ 123 ฝากถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา

    Categories
    ดูแลร่างกาย เกร็ดความรู้

    เดินออกกำลังกาย มีประโยชน์กว่าที่เราคิด

    เดินออกกำลังกาย

    ด้วยวัยหรือช่วงอายุที่มากขึ้นทำให้การออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆมักจะทำได้ยากการเดินก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการออกกำลังกายที่เราสามารถทำได้ง่ายในทุกเพศและทุกวัยแม้แต่ในวัยผู้สูงอายุเองซึ่งนอกจากจะทำให้เรามีความปลอดภัยในการออกกำลังกายมากขึ้นแล้วจากการวิจัยยังพบว่าการเดินในที่สาธารณะหรือเมื่อเราเดินและได้สัมผัสกับบรรยากาศรอบๆจะทำให้สุขภาพร่างกายจิตใจของเราดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

    เดินออกกำลังกายลดโรคหัวใจ

    จากการวิจัยพบว่าการเดินจะช่วยให้เราสามารถลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจได้มากถึง 31% และลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจในช่วงทดลองถึง 32% นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงสำหรับคนที่มีสุขภาพดีอยู่แล้วยังช่วยฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยในโรคหัวใจให้มีสุขภาพจิตดีและช่วยให้ผู้ป่วยหายจากการเป็นโรคหัวใจมากขึ้นอีกด้วยนอกจากโรคหัวใจแล้วยังส่งผลไปสู่การช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและความดันเลือดในร่างกายเราอีกด้วย

     เดินในที่สาธารณะเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดี

    จากการวิจัยพบว่าการเดินในที่สาธารณะจะทำให้เรามีสุขภาพจิตที่ดีเพราะรอบข้างของเราเต็มไปด้วยต้นไม้สิ่งที่จ๊ะลงจิตใจให้เราเกิดความรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นยิ่งหากเดินในที่สวนสาธารณะตามที่รัฐบาลได้จัดไว้ให้ก็นับว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยจรรโลงจิตใจให้เรา มีสุขภาพจิตที่ดีและมีสุขภาพแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

     เดินออกกำลังกายเสริมความจำพัฒนาสมอง

    การเดินออกกำลังกายจะช่วยให้จิตใจของเราโฟกัสไปที่อย่างใดอย่างหนึ่งมากยิ่งขึ้นซึ่งตรงนี้เองจะทำให้เราเกิดการพัฒนาการทำงานของสมองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ยังพบว่าการเดินทำให้ผ่อนคายและคลายเครียดเรื่องมาจากสมองของเราหลั่งสารที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน จะทำให้เรารู้สึกสบายและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายอีกด้วย

    อย่าลืมอบอุ่นร่างกายก่อนเดิน

    แม้การเดินออกกำลังกายจะไม่ใช่การออกกำลังกายที่หนักหลายคนอาจหลงลืมและลืมวิธีการอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายด้วยกันเดินไปแต่แท้จริงแล้วการเดินก็นับว่าเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งดังนั้นแล้วควรที่จะอบอุ่นร่างกายเพื่อให้ร่างกายของเราปรับสภาพเข้าสู่ขั้นตอนและกระบวนการเผาผลาญพลังงาน การอบอุ่นร่างกายเบาๆจะเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เราสามารถเดินออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเดินนั้นจะให้ประโยชน์แบบเดียวกันกับการวิ่งเลยแต่ว่าการวิ่งนั้นจะทำให้ร่างกายของเราสามารถเผาผลาญ พลังงานแคลอรี่ได้มากกว่าการเดินถึงสองเท่าแต่หากเดินไปทางเนินสูงไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้เราสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มากพอๆกับการวิ่งดังนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นการเดินหรือการวิ่งก็นับว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดีมากขึ้นเท่านั้น

    ด้วยวิถีชีวิตของเราในปัจจุบันมักจะอยู่ในรูปแบบของความเร่งรีบทำให้เราหลงลืมช่วงเวลาที่สำคัญคือการดูแลตัวเองมากเกินไปและการออกกำลังกายมักจะทำได้ยากของผู้หญิงและผู้ชายในวัยทำงานเนื่องจากเวลาทุกนาทีนับว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและสามารถทำให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานได้ดังนั้นแล้วเรามักจะหลงลืมช่วงเวลาของการออกกำลังกายและดูแลตัวเองเกินไปการเดินก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการออกกำลังกายในยุคปัจจุบันที่จะช่วยเสริมสร้างให้สุขภาพของเราแข็งแรงมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ยังเป็นการช่วยประหยัดเวลาและสามารถทำได้ทุกที่เมื่อไหร่ก็ได้อีกด้วย

    การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของเราด้วยการเดินนั้นให้ประโยชน์แก่ร่างกายของเราอย่างมากซึ่งถือว่าเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ทำได้ง่ายและไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะพิเศษอื่นๆเข้ามามีส่วนช่วยเราสามารถทำได้ทุกเพศและทุกวัยนอกจากนี้การออกกำลังกายด้วยการเดินจะช่วยให้เรามีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แข็งแรงและปลอดภัยห่างไกลจากโรคร้ายมากยิ่งขึ้นยิ่งในช่วงสถานการณ์ โควิด-19 แล้วนั้นการออกกำลังกายถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากซึ่งการเดินออกกำลังกายก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้การออกกำลังกายท่านต่อไปของเรามีสุขภาพและมีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นต่อไป

    สล็อตออนไลน์ ฝาก-ถอนไม่มีขั้นต่ำ

    Categories
    เกร็ดความรู้

    ผู้หญิงกับวัยทองที่ควรรู้

    ผู้หญิงกับวัยทองที่ควรรู้

    ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงสมัยนี้เป็นกำลังหลักของครอบครัวและกำลังขับเคลื่อนโลกใบนี้ แต่ปัญหาที่พบไม่ว่าจากคุณแม่ คุณป้าคุณน้า พี่สาว น้องสาว เรียกว่าผู้หญิงทุกคนต้องเจอภาวะกฎแห่งธรรมชาตินี้นั่นก็คือวัยทองผู้หญิงค่ะ

    วัยทองผู้หญิงสรุปโดยทฤษฎีคือเฉลี่ยแล้ววัยทองผู้หญิงไทยอยู่ราว ๆ 48 ปีเป็นต้นไป จนถึง 52 ปี วัยทองก็ดูจากประจำเดือน ผู้หญิงมีมดลูกเป็นอวัยวะ มีตัวผลิตฮอร์โมนคือรังไข่ 2 ข้าง เมื่อวันใดวันหนึ่งผ่านไปเรื่อย ๆ ไข่ที่ตกไปคือประจำเดือนแต่ละครั้ง เฉลี่ยก็มีไข่ประมาณ 400 ใบ มักจะไปหมดก็คือประจำเดือนหมด จากความเข้าใจที่ง่าย ๆ คือหมดแล้วน่าจะเข้าสู่วัยทอง เราจะยืนยันโดยการเจาะเลือดเป็นการบอกอีกทีเพราะว่ามีภาวะวัยทองหลายแบบสำหรับผู้หญิงไม่เหมือนผู้ชาย อะไรก็ตามแต่ที่ผู้หญิงคนหนึ่งเข้าสู่วัยทองก็คือประจำเดือนหมดก่อนอายุ 45 ปี เขาเรียกวัยทองหมดก่อนวัย หรือ Perimenopause ถือเป็นภาวะที่เป็นโรคอย่างหนึ่งที่อันตราย หมดไวก็แก่ไว หมดช้าไปก็ใช่ว่าดี ทุกอย่างในโลกใบนี้ถูกกำหนดมาให้อยู่ตรงกลาง หมดช้าคือ 52-54 ปี พอถึง 55 ไปยังไม่หมดนี่เรียกว่าไม่ดีแล้ว

    เมื่อมดลูกอยู่กับฮอร์โมนนาน ๆ มีโอกาสถ้าหมดช้าคือเป็นเนื้องอก เป็นมะเร็งในมดลูกต้องตรวจสอบ ฮอร์โมนเพศหญิงมีอยู่ 2 ตัว ตัวหนึ่งชื่อเอสโตรเจน อีกตัวหนึ่งชื่อโพรเจสเทอโรน ทั้ง 2 ตัวนี้ทำงานสมดุลกัน ในแต่ละครั้งที่ตกไข่มีประจำเดือนก็จะหลั่งฮอร์โมนออกมาให้สมดุลกัน เมื่อฮอร์โมน 2 ตัวนี้หมดสิ่งที่หายไปคืออารมณ์ ฮอร์โมน 2 ตัวนี้มีผลมากต่ออารมณ์ของผู้หญิงทุกคน เมื่อหมดไปแน่นอนเราเคยได้ยินคุณแม่ คุณยาย พี่สาว น้องสาว ที่ชอบบ่นหรือจู้จี้จุกจิก ขี้โมโห บางครั้งทะเลาะกัน บางทีก็ซึมเศร้า บางคนอยากอยู่คนเดียว บางคนไม่อยากเข้าสังคม บางคนรู้สึกเบื่อหน่ายเหลือเกิน ตามมาด้วยนอนไม่หลับ หลับไม่ลึก บางทีไม่ได้หลับได้นอนเลย ตามมาด้วยร้อนวูบวาบ อันนี้เป็นกันบ่อยนะคะ ซึ่งร้อนวูบวาบไม่ใช่ร้อนอย่างเดียวแต่ร้อนแล้วก็หนาว เดี๋ยวก็ร้อนเดี๋ยวก็หนาว ภาวะพวกนี้เกิดมาจากผลกระทบหรือปฏิกิริยาของฮอร์โมนเพศหญิงที่หล่นลงไปจนเหลือน้อย เพราะฉะนั้นผู้หญิงเองพอเดินทางมาจนถึงอายุ 50 ปี เหมือนกับกระโดดร่มลงมาตกเหวเลย ส่วนผู้ชายเวลาวัยทองจะค่อย ๆ หมดลดลงมาเรื่อย ๆ อาการจะไม่เยอะเหมือนผู้หญิง ซึ่งภาวะวัยทองไม่ได้แปลว่าเราจะไม่กระโดดเหว ไม่ได้สาวขึ้น แต่เราจะใส่ร่มชูชีพได้บ้างมีตัวช่วยให้กระโดดลงมาช้าหน่อย ที่เหลือก็เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับร่างกายเรา เช่น การเผาผลาญที่ตกลงทำให้เมื่อวัยทองมาเซลลูไลท์ก็มาทันที ขาก็มีเซลลูไลท์มาก ไขมันเยอะขึ้น ถึงแม้ว่าจะกินเท่าเดิม ออกกำลังก็ใกล้เคียงเดิม แต่ก็ไม่เผาผลาญแล้ว

    ฮอร์โมนการเผาผลาญหายไปทำให้ผู้หญิงเสียเปรียบผู้ชายเยอะ ทำไมพอเข้าสู่วัยทองแล้วอ้วนง่าย เป็นปัญหาทุกคนนะคะ ช่องคลอดที่แห้งลง อันนี้เป็นปัญหาในเรื่องของสุขภาพทางเพศ ช่องคลอดแห้งลง อารมณ์น้อยลง น้ำหล่อลื่นไม่มี ถือเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกันในสถาบันครอบครัว ซึ่งเรื่องเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องลามกอนาจารแต่เป็นเรื่องธรรมชาติที่หายไป ในผู้ชายวัยทองมาช้ากว่าผู้หญิง ในผู้หญิงเมื่อเข้าสู่วัยทองอารมณ์ทางเพศและกิจกรรมทางเพศก็จะลดลง ขอให้ผู้ชายเข้าใจด้วยนะคะว่าเป็นเรื่องปกติ ต้องมีการแก้ไขและช่วยเหลือกัน ปัจจุบันมีสิ่งที่ช่วยในเรื่องสุขภาพทางเพศมากมายโดยที่ไม่ใช้ฮอร์โมน เช่น ยาหล่อลื่น เจลหล่อลื่น หรืออะไรก็ตามซึ่งเดี๋ยวนี้ทำมาจากน้ำไม่มีการระคายเคืองมาก พอเรากลับมาถึงตรงนี้คำถามสำคัญเลยที่หลายคนสงสัยว่าเมื่อประจำเดือนหมดแล้วจะแก่ลงจริงไหม? ถ้าเป็นทางทฤษฎีก็แก่ลงทุกคน อายุที่มากไม่ต้องรอประจำเดือนหมดก็แก่ลงได้ ถ้าประจำเดือนที่หมดไปตามธรรมชาติซึ่งถ้าหมดก่อน 45 ปี ต้องไปหาหมอเพื่อรักษา และต้องมีการปรับฮอร์โมนให้วิตามินหรืออะไรก็ตามแต่ให้ประจำเดือนกลับมาไม่งั้นกระดูกจะพรุนไว สมองเสื่อมไว ถ้าประจำเดือนหมดช้าเกินไปก็ต้องมานั่งดูกัน แต่ถ้าประจำเดือนหมดตามธรรมชาติก็ไม่เป็นไร ทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้วโดยธรรมชาติ 

    ความหมายคือถ้าเขาหมดโดยธรรมชาติเราก็ต้องมาแก้ไขด้วยทางอื่น โดยที่ไม่ได้ไปใช้ฮอร์โมนหรืออะไรที่มันเป็นเคมีใส่เข้าไปให้ประจำเดือนมาเรื่อย ๆ แล้วแก่ช้าลง ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องนะคะ เมื่อประจำเดือนหมดสิ่งที่จะตามมาคือกระดูกจะพรุนขึ้นเพราะฮอร์โมนไม่มี สมองอาจจะจำได้น้อยลง ทิ้งท้ายไว้ตรงนี้ว่า 2-3 อย่างนี้เราแก้ได้

    1.การออกกำลังเป็นตัวช่วยให้กระดูกพรุนช้าลง

    ผู้หญิงหมดประจำเดือนก็ให้ออกกำลังกาย ยิ่งเริ่มก่อนหมดประจำเดือนยิ่งดี

    2.ความจำอาจจะต้องมีบำรุงบ้าง

    ในปัจจุบันมีเลซิติน ใบกิงโกะ ฟอสฟาติดิลซีรีน หรืออะไรก็ตามในการบำรุงสมอง ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถ้าเลือกดูแล้วมี อย. มีการรับรองก็ทานได้ค่ะ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน พวกนี้ออกกำลังถึงจะช่วยได้ เพราะฉะนั้นภาวะหลังวัยทองเป็นภาวะที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจอ ขอให้ทุกคนในบ้าน คุณลูก คุณพ่อ เข้าใจคุณแม่ เข้าใจภรรยา ว่าเป็นภาวะปกติที่ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงก็จะไม่รู้ ถ้าเราให้ความเข้าใจทุกอย่างเราก็สามารถแก้ไขได้นะคะ โดยการที่เราช่วยกัน คุยกัน การออกกำลังกาย เท่านี้เราก็จะมีสถาบันครอบครัวที่มีความสุขขึ้นค่ะ ถ้าอาการที่ผิดปกติมากชัดเจนขอแนะนำว่าอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องฮอร์โมน เรื่องวัยทอง ควรไปปรึกษาแพทย์อย่าไปรักษาเอง อย่าไปเชื่อคำบอกเล่า คำกล่าวห้ามว่าผลิตภัณฑ์นั้นดีไม่ดี ของทุกอย่างไม่มีอะไรดีกับคนทุกคนนะคะ ไม่มียาใดที่รักษาได้ครอบจักรวาล เพราะฉะนั้นเราต้องมานั่งคุยปัญหาตรงนั้นคืออะไรและแก้ไขไป

    ผู้หญิงจะหลีกหนีอาการวัยทองไม่ได้แต่อย่างน้อยเราก็ควรรู้วิธีรับมือกับมันและที่สำคัญดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอนะคะ ส่วนคนรอบข้างหรือว่าจะเป็นลูกหลาน ญาติ รวมทั้งคุณสามีก็ควรเอาใจใส่ดูแลภรรยาให้มากขึ้นอีกนิดจะได้ไม่มีปัญหาครอบครัวและสังคมไงล่ะคะ

    slotฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา

    Categories
    เกร็ดความรู้

    ปรับชีวิตใหม่ เข้าสู่ชีวิตแบบNew normal

    ปรับชีวิตใหม่ เข้าสู่ชีวิตแบบNew norma

    ด้วยสถานการณ์ โควิด-19 ทำให้การใช้ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงซึ่งต่อให้โรคร้ายแรงนี้จะหายไปแต่แน่นอนว่าการใช้ชีวิตตามแบบปกติของเราเหมือนสองปีที่แล้วจะไม่เหมือนเดิมแน่นอนดังนั้นแล้ววันนี้เราจะพาทุกคนไปปรับตัวเข้าสู่ชีวิตใหม่แบบNew normalกัน

     มาทำความรู้จักกับNew normal

    New normal เป็นรูปแบบชีวิตที่มาจากคำว่าความปกติใหม่ฐานชีวิตแบบใหม่ซึ่งหมายถึงการดำเนินชีวิตอย่างใหม่ที่แตกต่างจากในอดีตเนื่องมาจากมีบางสิ่งมากระทบจนทำให้แบบแผนและแนวทางปฏิบัติที่คนในสังคมคุ้นเคยกันอย่างเป็นปกติและเคยคาดหมายไว้ล่วงหน้าต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีใหม่ภายใต้หลักและมาตรการใหม่ที่เรายังไม่คุ้นเคยโดยรูปแบบวิถีชีวิตใหม่นี้ประกอบไปด้วยทางความคิด วิธีการเรียนรู้ วิธีการสื่อสาร วิธีการปฏิบัติรวมถึงวิธีการจัดการซึ่งทำให้มนุษย์เราต้องปรับเปลี่ยนและปรับตัวเข้าสู่สถานการณ์ปัจจุบันมากกว่าที่จะระลึกถึงอดีต

     ปรับตัวสู่New normalอย่างไร

    ขั้นเริ่มต้น ในการปรับตัวอย่างแรกที่เราต้องทำคือสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยก่อน ออกจากบ้านเสมอเพื่อที่เราจะสามารถป้องกันตัวเองรวมถึงป้องกันไม่ให้ตัวเองแพร่เชื้อต่อผู้อื่นได้ และถึงแม้ปัจจุบันจะมีการฉีดวัคซีนเข้ามาแต่แน่นอนว่าการใส่หน้ากากอนามัยก็ยังคงปลอดภัยอยู่เสมอรวมถึงยังเป็นการช่วยลดโรคต่างๆ ที่มาจากเชื้ออื่นๆอีกด้วย

    ปรับตัวสู่การทำงานแบบWork from home

    แน่นอนว่าเมื่อเราพบเจอกับสถานการณ์ โควิด-19 ทำให้เราต้องมีนโยบายในการเรียนการสอนออนไลน์หรือการทำงานที่บ้านดังนั้นแล้วสิ่งที่ควรจะทำคือการปรับตัวเข้าสู่การทำงานที่บ้านอย่างเต็มรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารออนไลน์หรือการมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การสื่อสาร ระยะไกลเป็นเรื่องที่สะดวกมากขึ้นนอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยในการเรียนการสอนยังนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอีกด้วยเพราะจะทำให้การเรียนของเราพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้งแม้จะเกิดสถานการณ์โควิดหรือมีโรคร้ายแรงก็ตาม

     ทานอาหารที่บ้านมากขึ้น

    การทานอาหารนับว่าเป็นสิ่งสำคัญในช่วงนี้อย่างมากเพราะเราไม่ทราบได้เลยว่าเมื่อเราไปทานอาหารข้างนอกแล้วจะมีเชื้อหรือสิ่งอื่นอื่นปนมาอยู่หรือไม่สิ่งหนึ่งที่เราควรจะเซฟตัวเองไว้และให้ตัวเองปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้นก็คือการทานอาหารที่บ้านหรือการทำอาหารทานเองนับว่าเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดนอกจากนี้การทำอาหารทานเองยังช่วยให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงมากยิ่งขึ้นเพราะจะทำให้เราควบคุมปริมาณอาหารรวมถึงทราบต้นตอของการปรุงว่ามาจากส่วนผสมชนิดใดบ้าง

    เว้นระยะห่างทางสังคม

    ปัจจุบันเราได้ยินคำนี้กันบ่อยมากกับคำว่าเว้นระยะห่างทางสังคมคือการห่างกันเพียง 1 เมตรก็นับว่าห่างแล้วซึ่งแน่นอนว่าบ่อยครั้งเราอาจเผลอลืมตัวเมื่อขณะต่อแถวมีการใกล้ชิดกับผู้อื่นมากเกินไปดังนั้นแล้วควรเว้นระยะห่างจากผู้อื่นเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เขาและเราปลอดภัยและห่างไกลจากเชื้อมากยิ่งขึ้นเพราะเราไม่อาจทราบได้เลยว่าเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสชนิดนี้จะอยู่ที่ไหนของสถานที่นั้นๆบ้าง

     ใช้บริการเงินออนไลน์

    ปัจจุบันมีการใช้จ่ายแบบออนไลน์มากยิ่งขึ้นซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้เราลดเชื้อโรคที่เกิดจากการสัมผัสจากแบงค์หรือธนบัตรมายิ่งขึ้น การใช้จ่ายแบบออนไลน์เป็นเรื่องที่สำคัญและควรเรียนรู้ไว้อย่างยิ่งเพราะปัจจุบันเงินอิเล็กทรอนิกส์เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตของเรามากยิ่งขึ้นแล้วดังนั้นแล้วควรเรียนรู้และปรับตัวเข้าสู่ยุคปัจจุบันของการใช้จ่ายแบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น

    สรุปโดยภาพรวมแล้วแม้ว่าจะมีสถานการณ์ โควิด-19 มาทำให้โรคของเราเปลี่ยนแปลงอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราควรระลึกถึงและควรปฏิบัติไว้เสมอคือไม่มีอะไรเหมือนเดิมสิ่งที่เราทำได้คือการปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตแบบใหม่เมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้เราเกิดความคุ้นชินและกลายเป็นวิถีหนึ่งในการปฏิบัติตัวเป็นปกติของสังคมเองนอกจากนี้วิถีชีวิตใหม่ของเรานั้นจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับการ ออกแบบชีวิตของเราทั้งความเป็นส่วนตัวครอบครัวการทำงานนั่นเอง อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนดูแลและรักษาสุขภาพเพื่อความปลอดภัยของตนเองและความยั่งยืนในระยะยาวอย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพกันนะคะ

    เว็บพนันฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา