การกินเนื้อสัตว์แปรรูปจะทำให้เป็นโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่?

การกินเนื้อสัตว์แปรรูปจะทำให้เป็นโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่?

โรคมะเร็ง

คุณเคยสงสัยไหมว่าการกินเนื้อแปรรูปทำให้เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งได้จริงหรือ? ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอกและเบคอน และเนื้อแดง เช่น สเต็กและเนื้อบด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และอาจเป็นมะเร็งอื่น ๆ อีกประมาณ 2-3 ชนิด อีกทั้งยังมีวารสารการวิเคราะห์โรคมะเร็งนานาชาติฉบับหนึ่งที่เผยแพร่ในเดือนตุลาคม 2018 ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงที่บริโภคเนื้อสัตว์แปรรูปมากเกินไปนั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม นอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยอื่น ๆ ที่ชี้ให้เห็นว่าการรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูปจะเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งวันนี้เราก็จะพาคุณไปหาคำตอบว่าทำไมการกินเนื้อสัตว์แปรรูปถึงก่อก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้? รวมไปถึงข้อเสียจากเนื้อสัตว์แปรรูปที่คุณอาจจะยังไม่รู้

เนื้อสัตว์แปรรูปก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้อย่างไร?

หลายคนกำลังสงสัยใช่ไหมคะว่าเนื้อสัตว์แปรรูปอะไร? เนื้อสัตว์แปรรูป คือเนื้อสัตว์ที่ผ่านการปรุงแต่งเพิ่มรสชาติหรือเพิ่มอายุคุณภาพวัตถุดิบ เช่น เบคอน แฮม ไส้กรอก เนื้อแช่เกลือ เนื้อแห้ง เนื้อกระป๋อง น้ำซอสที่ทำจากเนื้อ กุนเชียง หมูหย็อง หมูยอ เป็นต้น ซึ่งสำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) และองค์การอนามัยโลกจัดเนื้อแปรรูปอยู่ในสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง โดยคณะกรรมการของ WHO มีหลักฐานที่เพียงพอที่จะสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างการกินเนื้อแปรรูปกับมะเร็งในมนุษย์ เนื่องจากมีหลักฐานยืนยันถึงสาเหตุและผลกระทบที่ชัดเจน

ซึ่งคณะผู้เชี่ยวชาญนานาชาติจาก WHO ได้ทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับส่วนผสม 50 อย่าง ในอาหารแปรรูปแบบตะวันตก พบว่า เนื้อสัตว์แปรรูป (Processed meat) อยู่ในสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 (ระดับเดียวกับสารหนู แร่ใยหิน แอลกอฮอล์ และยาสูบ) และจัดเนื้อแดง (Red meat) ให้อยู่สารก่อมะเร็งระดับ 2A คือ เป็นระดับ “น่าจะ (probably)” ก่อให้เกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งจากการผลการวิจัย แสดงให้เห็นว่ามีทั่วโลกผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งประมาณ 34,000 คนต่อปี โดยสาเหตุมาจากการบริโภคเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปในปริมาณมาก

โรคมะเร็ง

Ashley Jeter ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอกวิทยาทางการแพทย์ใน North Charleston, SC กล่าวว่า “เนื้อแดงมีเหล็กฮีม เมื่อนำไปทำการปรุงอาหารเหล็กฮีมจะเปลี่ยนเป็นสารประกอบที่อาจก่อให้มะเร็ง” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารเคมีที่เรียกว่าเฮเทอโรไซคลิกเอมีน (HCAs) และโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) ที่พบในเนื้อสัตว์อย่างเนื้อวัวและเนื้อหมู เมื่อนำไปปรุงอาหารบนเปลวไฟ สารเคมีเหล่านี้จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของ DNA ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อให้เกิดโรคมะเร็ง

ส่วนเนื้อสัตว์แปรรูปที่ปรุงเป็นระยะเวลานานยังอ่อนไหวต่อการก่อตัวของ HCA เช่นเดียวกับเนื้อสัตว์ที่ปรุงที่อุณหภูมิสูงกว่า 300 องศาฟาเรนไฮต์ หรืออธิบายให้เข้าใจ คือ เนื้อสัตว์แปรรูปที่นำไปปรุงอาหารด้วยการย่างหรือทอดด้วยอุณหภูมิที่ปรุงสุกอย่างดีอาจมี HCA ในปริมาณที่สูงกว่า ในขณะที่การย่างบนควันไฟก็สามารถกระตุ้นให้เกิด PAHs ได้เช่นกัน

เนื้อสัตว์ที่ปรุงเป็นระยะเวลานานยังอ่อนไหวต่อการก่อตัวของ HCA เช่นเดียวกับเนื้อสัตว์ที่ปรุงที่อุณหภูมิสูงกว่า 300 องศาฟาเรนไฮต์ ที่มักจะหมายถึงสิ่งที่ย่างหรือทอด เนื้อสัตว์ใดๆ ที่ปรุงด้วยอุณหภูมิที่ปรุงสุกอย่างดีอาจมี HCA ในปริมาณที่สูงกว่า ในขณะที่การได้รับควันไฟใดๆ ระหว่างการปรุงอาหารก็สามารถกระตุ้นให้เกิด PAHs ได้เช่นกัน เมื่อร่างกายได้รับสารพิษเหล่านี้จำนวนมากเป็นเวลานาน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ เช่นกัน

โรคมะเร็ง

บทสรุป

อย่างที่เราทราบกันดี การรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูปทุกวันอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง เนื่องจากเนื้อสัตว์แปรรูปบางประเภทมีโซเดียมไนไตรต์ซึ่งเป็นสารเติมแต่งเพื่อรักษาเนื้อและทำให้สีและรสชาติคงที่ แม้ว่าไนไตรท์จะพบได้ในอาหารบรรจุหีบห่อและบรรจุกระป๋องประเภทอื่นเช่นกัน แต่ไนไตรต์ในเนื้อสัตว์แปรรูปสามารถเปลี่ยนเป็นสารประกอบ N-nitroso (หรือไนโตรซามีน) เมื่อปรุงที่อุณหภูมิสูงขึ้น สารประกอบเหล่านี้จะกลายเป็นสารก่อมะเร็ง

เราควรกินเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปในปริมาณใด? American Institute for Cancer Research แนะนำให้ผู้คนบริโภคเนื้อแดงไม่เกิน 18 ออนซ์ต่อสัปดาห์ และหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูปทั้งหมด อีกทั้ง American Cancer Society (ACS) ยังกล่าวอีกว่าผู้คนควรจำกัดการบริโภคเนื้อแดง แล้วหันมาบริโภคปลา ไก่ ถั่ว และโปรตีนจากพืชอื่น ๆ แทน นอกจากนี้ให้เลือกปรุงอาหารในรูปแบบนึ่ง อบ ต้ม หรือลวกแทนการย่าง หรือทอดให้มากที่สุด และ ACS ยังแนะนำเพิ่มเติมอีกว่าให้รับประทานผัก ผลไม้ และคาร์โบไฮเดรตจากธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ขนมปัง พาสต้า ข้าวบาร์เลย์ และข้าวโอ๊ต มากกว่าอาหารคาร์โบไฮเดรตที่ทำจากธัญพืชที่ผ่านการขัดสี ซึ่งนิสัยการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพแบบนี้สามารถลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิดได้

Suwanna Preebunpul

Suwanna Preebunpul

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน นักเขียนออยนะคะ ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบทความแนวแนะนำสินค้า, เทคโนโลยี, สาระความรู้, แฟชั่น และGraphic Design ด้วยความที่ส่วนตัวชอบทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีงานเขียนแนวใหม่ ๆ ออกมา ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

Contact >> Instagram, Facebook, Line

บาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา