Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

7 อาหารที่ช่วยลดไขมันได้ดี

7 อาหารที่ช่วยลดไขมันได้ดี

7 อาหารที่สามารถลดคอเลสเตอรอลได้และถ้ากินอาหารกลุ่มนี้รวมทั้งออกกำลังกายได้อย่างถูกต้องอาจจะช่วยให้หยุดยาไขมันได้ตลอดชีวิต อันดับแรกเราต้องรู้ก่อนว่าอาหารจําพวกของมันพวกนี้มันก็ทำให้คอเลสเตอรอลสูงเพราะว่ามันมีไขมัน แต่จริง ๆ ไขมันมันประกอบด้วย 2 อย่างใหญ่ ๆ คือไขมันชนิดดีและไขมันชนิดเลวนั่นเอง ไขมันชนิดดีก็เปรียบเหมือนพระเอก กินแล้วสุขภาพดีไล่ไขมันชนิดเลวทิ้งไป มันจะทำให้ร่างกายเราดีมาก ๆ เลย แต่คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าไขมันเป็นสิ่งไม่ดีไม่ควรกิน จริง ๆ ไม่ถูกต้องนะคะ โดยปกติแล้วทุก ๆ คนจะต้องกินโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน อย่างเพียงพอ โดยคนปกติทั่วไปควรกินไขมันประมาณ 60-70 กรัมต่อวันโดยเฉลี่ย ซึ่งจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ถ้าไม่กินไขมันเลยอย่างนี้ไม่ได้นะคะ เช่น ไม่ยอมกินไขมันเลยวิตามินที่ละลายในไขมันก็ไม่สามารถดูดซึมได้อย่างนี้ก็ไม่ดีใช่ไหมคะ แต่ไขมันที่เราเลือกกินเป็นไขมันที่ไม่ดีมันจะทำให้คอเลสเตอรอลสูง แต่ถ้าเราเลือกกินไขมันชนิดดีมันจะทำให้คอเลสเตอรอลโดยรวมของเราลดต่ำลง

1.อะโวคาโด

อะโวคาโดนี้ต้องบอกว่าเป็นผลไม้ที่เจ๋งมาก ๆ เลย เรียกว่าเป็นผลไม้เทพทีเดียวเพราะมันมีรสชาติที่กลมกล่อมมาก ๆ และก็เป็นผลไม้ที่มีไขมันค่อนข้างสูงนะคะ ฟังแล้วน่าตกใจแต่อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีไขมันสูงแต่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยรวมแล้วก็ลดคอเลสเตอรอลที่เลวร้ายก็คือตัว LDL ลงได้อย่างดี ทำให้ร่างกายของเรามีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์แล้วก็ลดปัญหาหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ดีมาก ๆ เลยค่ะ คืออะโวคาโดจะประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวหรือไขมันดี และมีใยอาหารเยอะพอสมควร กรดไขมันมี 2 แบบคืออิ่มตัวกับไม่อิ่มตัว และไม่อิ่มตัวก็มีแบบเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน ส่วนแบบอิ่มตัวก็พวกน้ำมันหมูหรือไก่ทอดหนังกรอบ มันจะอร่อยมากแต่ว่าสุขภาพไม่ค่อยดี แต่ไขมันไม่อิ่มตัวนั้นจะดีมาก ๆ ซึ่งมีงานวิจัยชี้ว่าอะโวคาโดจะช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยรวมในร่างกายได้อย่างดีทีเดียวเลยค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราสามารถที่จะเสริมอะโวคาโดไปในอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งของเราก็จะดีมาก ๆ ส่วนข้อเสียของอะโวคาโดมี 1 อย่างก็คือราคาแพงนั่นเอง ลูกหนึ่งก็ประมาณเกือบ 100 บาท แต่ว่าถ้าเทียบกับยาลดไขมันวันละ 50-60 บาทแล้วต้องกินตลอดชีวิตเลือกกินอะโวคาโดน่าจะเป็นทางเลือกที่ดูคุ้มกว่านะคะ

2.กระเทียม

กระเทียมเป็นอาหารพื้นบ้านของไทยเรา และกระเทียมนับว่ามีสรรพคุณหลายอย่าง ซึ่งมันก็เป็นสมุนไพรพื้นบ้านของเรานั่นแหละค่ะ จริง ๆ แล้วยาที่เรากินมาตลอดจะเป็นยาฝรั่งหรือยาไทยมันก็สกัดมาจากหลาย ๆ อย่าง สกัดมาจากพืชซึ่งมันก็คือสมุนไพรชนิดหนึ่ง และกระเทียมมีความสามารถหลายอย่างเลยนะคะ โดยมีการวิจัยหลาย ๆ อันรองรับว่ากระเทียมสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความดันสูง เพราะว่ากระเทียมมีสารที่ชื่อว่าอัลลิซินซึ่งสารตัวนี้สามารถลดคอเลสเตอรอลได้และจะทำให้คอเลสเตอรอลโดยรวมของเราลดลง เมื่อคอเลสเตอรอลลดลงอัตราการเสี่ยงเป็นโรคหัวใจก็ต่ำลง และก็ยังมีบางวิจัยบอกว่ากระเทียมสามารถที่จะลดความดันได้ ถ้าใครไม่ได้มีความดันสูง 180-200 กระเทียมก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีเลยแหละค่ะ

3.ธัญพืช

ธัญพืชช่วยลดอัตราความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ดีมาก ๆ เพราะว่ามันอัดแน่นด้วยพวกกลุ่มไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ และก็ยังมีพวกเบต้ากลูแคนซึ่งมีส่วนช่วยในการลดปริมาณคอเลสเตอรอลโดยรวมและคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีนั่นเอง และธัญพืชก็เป็นอาหารที่มีกากใย ถ้าเรากินอาหารที่มีกากใยมาก ๆ มันก็จะช่วยให้ลำไส้เราขับถ่ายได้ดีนะคะ ซึ่งการขับถ่ายได้ดีก็จะไปลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ การเป็นริดสีดวงทวารกัน เป็นต้น

4.ปลา

แนะนำให้เป็นปลาที่มีกรดไขมันดีนะคะ โดยปลาหลายชนิดจะอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นไขมันชนิดดี ถ้าเวลามียาขายเป็นยาเม็ดโอเมก้า 3 ต้องบอกว่าเราสามารถกินปลาแทนยาได้ค่ะ ถ้าเกิดว่าเรากินปลาอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปกินยานั้นก็ได้ ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้ส่งผลดีต่อหัวใจมาก ๆ เลยค่ะ และสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยรวม ช่วยลดไขมันที่ชื่อว่า Triglyceride ลดความดันโลหิต แล้วก็ยังเพิ่มไขมันชนิดดีที่มีชื่อว่า HDL ได้ด้วย เมื่อไขมันลดลงมันก็จะไปลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดัน

5.ชา

การดื่มชาเป็นวิธีหนึ่งเลยที่จะช่วยให้สุขภาพดีได้ ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดำ ชาขาว เพราะว่าใบชาประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลาย ๆ อย่าง เช่น สารที่มีชื่อว่าสารคาเทชิน และสารเควอซิทิน ซึ่งมีการศึกษาพบว่าสารเหล่านี้อาจจะมีคุณสมบัติช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมและคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจด้วย แต่ต้องระมัดระวังนิดหนึ่งเพราะถ้ากินมากไปมันก็ไม่ดี ควรกินประมาณวันละ 1-2 แก้วกำลังดี และต้องไม่กินชาที่ผสมน้ำตาลอะไรมากมายเพราะมันก็จะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานร่วมด้วย

6.น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์

น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์มีสารอาหารที่สำคัญอย่างกรดไขมันที่ดีมาก ๆ นะคะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดดี ก็คือตัว HDL นั่นเอง แล้วก็ลดปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดเลว ก็คือ LDL ให้ลงไปแล้วก็ลดคอเลสเตอรอลโดยรวมซึ่งจะส่งผลดีต่อร่างกายนะคะสำหรับน้ำมันมะกอก แต่ก็มีความสำคัญที่อยากจะอธิบายตรงนี้คือน้ำมันมะกอกไม่ได้เหมาะสมในการที่เอาไปใช้กับความร้อนแรง ๆ โดยตัวมาเนี่ย ถ้าเรากินน้ำมันมะกอกกับสลัดอะไรพวกนี้จะดีกว่าการเอาน้ำมันมะกอกไปทอดไก่ไป ทอดหมู อย่างนี้ไม่ดีค่ะ จากที่ไม่ดีก็จะกลายเป็นแย่เลยเพราะว่าการเอาน้ำมันมะกอกไปโดนความร้อนสูงมันอาจจะมีอัตราเสี่ยงการเกิดสารที่ไม่ดีเกิดขึ้นแล้วเวลาเรากินเข้าไปก็เป็นโทษต่อร่างกาย เพราะฉะนั้นแนะนำให้กินน้ำมันมะกอกกับพวกสลัดหรือว่าเป็นการผัดโดยใช้ไฟอ่อน ๆ ก็จะมีประโยชน์มากกว่า

7.ถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองเป็นหนึ่งในพืชตระกูลถั่วที่ส่งผลดีต่อหัวใจมาก ๆ เลยนะคะ และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองต่าง ๆ เช่น น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง จะมีโปรตีนที่ดีใช้ได้เลย และการกินอาหารพวกนี้นอกจากจะมีคอเลสเตอรอลต่ำลงแล้วยังสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี และเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดดีได้ด้วยค่ะ สำหรับกลุ่มของพวกถั่วเหลืองแนะนำให้ทานนะคะแต่ควรระวังเหมือนกันเพราะว่านมถั่วเหลืองหรือว่าน้ำเต้าหู้ ถ้าหวานมากไปก็จะทำให้เกิดภาวะอ้วนและอื่น ๆ อันนี้ก็ต้องระมัดระวังกันด้วยนะคะ

สล็อตฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา วอเลท

Categories
เกร็ดความรู้

ประโยชน์ดีๆจากการฟังเพลงก่อนนอน

ประโยชน์ดีๆจากการฟังเพลงก่อนนอน

สังเกตไหมว่าโดยปกติแล้วเรามักจะฟังเพลงเพื่อความผ่อนคลายคลายเครียดรวมถึงฟังเพลงควยความสนุกสนานดังนั้นแล้วจะสังเกตเห็นว่าการฟังเพลงเข้ามาอยู่ในทุกช่วงชีวิตและทุกช่วงอารมณ์ของเรา ไม่เว้นแม้กระทั่งก่อนเข้านอนที่เรามักจะฟังเพลงเพื่อความผ่อนคลายและกระตุ้นจิตใจให้หลับง่ายยิ่งขึ้น แต่ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าการฟังเพลงนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คิดวันนี้เราจะพาทุกคน ไปดูประโยชน์ของการฟังเพลงก่อนนอนกันว่าจะมีอะไรบ้าง

ผ่อนคลายความกังวลได้ดี

แน่นอนว่าในแต่ละวันเราต้องพบเจอกับปัญหาหรือเรื่องราวต่างๆที่ทำให้ชีวิตของเราอาจเกิดความคิดลบๆตามมา แน่นอนว่าส่งผลให้ต่อมทำงานความรู้สึกในช่วงเวลากลางคืนเกิดการคิดเรื่องราวต่างๆมากยิ่งขึ้นรูปแบบนี้มักจะทำให้เรานอนไม่หลับและคิดเรื่องกังวลอื่นๆมากยิ่งขึ้นดังนั้นแล้วการฟังเพลงก่อนนอนจะช่วยให้เราคลาย ความกังวลที่พบเจอในแต่ละวันให้หายไปและจะทำให้เราสามารถนอนหลับได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

 เพิ่มความคิดที่ดี

การฟังเพลงก่อนนอนเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดและเสริมสร้างทักษะทางด้านความจำของเรามากยิ่งขึ้นเพราะการฟังเพลงนั้นจะทำให้ความเครียดในสมองของเราทำงานน้อยลงและทำให้การนอนหลับของเรามีประสิทธิภาพที่ดีและยืนยาวมากยิ่งขึ้นจากการวิจัย พบว่าการนอนหลับโดยปราศจากความเครียดจะทำให้เซลล์สมองของเรามีความจำและฟื้นฟูตัวเองมากยิ่งขึ้นรวมไปถึงยังทำให้ทักษะความจำของเรามีการพัฒนาและทำให้เราสามารถจำรายละเอียดต่างๆได้ดียิ่งขึ้น

 เพิ่มอารมณ์ที่ดี

เสียงเพลงมักจะมีผลต่อร่างกายของเราทำให้เราสามารถมีพลังทางบวกให้แก่จิตใจของเราได้ดีนับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้เราสามารถผ่อนคลายความเครียดได้มีผลการรายงานวิจัยพบว่าเสียงเพลงจะทำให้ขึ้นสมองและอัตราการเต้นของหัวใจเต้นไปตามจังหวะของเพลงซึ่งจะทำให้ร่างกายของเราผ่อนคายหายใจช้าลงการฟังเพลงก่อนนอนจะทำให้ร่างกายของเราผ่อนคลายและหลับสบายมากยิ่งขึ้น

 พัฒนาคุณภาพการนอนหลับ

ปัจจุบันด้วยเหตุการณ์ต่างๆหรือสิ่งแวดล้อมทำให้เรานอนหลับไม่เต็มอิ่มมากยิ่งขึ้นการฟังเพลงก่อนนอนเช่นเพลงคลาสสิกเพลงเบาสมองจะสามารถรักษา ระยะเวลาการนอนของเราให้ทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ยังมีการวิจัยชี้ว่าเพลงจะทำให้เราสามารถมีสุขภาพและสมาธิที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 มีสมาธิในการทำงานมากยิ่งขึ้น

การฟังเพลงก่อนนอนจะช่วยกระตุ้นอารมณ์และพัฒนาให้เรามีสมาธิในการทำงานมากยิ่งขึ้นเพราะจะทำให้เราสามารถโฟกัสและหยุดอยู่กับห้วงอารมณ์ของการฟังเพลงและมีสติในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้นเมื่อได้ฟังเพลงจะทำให้จิตใจของเราผ่อนคลายและสามารถทำให้เนื้องานของเราออกมาอยู่ในรูปแบบที่ดีและมีประสิทธิภาพ

ลดอาการซึมเศร้าได้

ดนตรีเป็นที่พึ่งของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากกว่าถึง 60% จากการวิจัยพบว่าผู้ป่วยซึมเศร้าได้สัมผัสกับอาการนอนไม่หลับและเมื่อได้ฟังเพลงคลาสสิกก่อนนอนจะมีอาการซึมเศร้าที่ลดลงและยังมีผลการวิจัยพบว่าเมื่อเราเกิดความไม่สบายใจหรือมีเรื่องทุกข์ใจมักจะเปิดเพลงฟังอยู่กับตัวเองเงียบๆเพื่อหาทางออกในการใช้ชีวิตต่อไป

ดังนั้นแล้วจะเห็นได้ว่า การฟังเพลงนับว่ามีส่วนช่วยในการพัฒนาทั้งความคิดจิตใจรวมถึงสภาพอารมณ์ของเราให้ดียิ่งขึ้นยิ่งถ้าหากฟังเพลงในช่วงเวลากลางคืนจะได้รับประสิทธิภาพมีส่วนช่วยในการผ่อนคลายสมองกล้ามเนื้อของเราให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นนอกจากนี้หากคุณอยู่ในช่วงเวลาของการนอนไม่หลับการฟังเพลงเบาๆคลอไปกับเสียงเพลงจะช่วยให้การนอนหลับของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นดังนั้นแล้วหากใครนอนไม่หลับลองเปิดเพลงเบาๆฟังดูกันนะคะ

เว็บสล็อต ฝากถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

7 ผลไม้ที่กินแล้วช่วยให้หน้าใสดูเด็กลง

ผลไม้ที่กินแล้วช่วยให้หน้าใสดูเด็กลง

7 ผลไม้ที่มีวิตามินอีสูงช่วยให้เราหน้าใส หน้าเด็กเลยค่ะ เราไม่ต้องไปทำศัลยกรรมเลยค่ะ ในยุคนี้หลายคนก็อยากจะมีผิวพรรณที่ผ่องใส มีใบหน้าที่เป็นหน้าเด็กใช่ไหมคะ เรามาดูเลยค่ะกับ 7 ผลไม้ที่มีวิตามินอีสูงและช่วยให้หน้าของเราสดใสเรียกว่าหน้าเด็กลงเลยค่ะ อีกทั้งผิวพรรณก็จะไม่เหี่ยวย่น

ต้องบอกเลยนะคะว่าวิตามินอีเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อสุขภาพร่างกายของคนเราค่ะ เพราะถ้าหากร่างกายของเราขาดวิตามินอีจะทำให้เม็ดเลือดแดงนั้นถูกทำลาย เป็นโรคโลหิตจาง กล้ามเนื้อฝ่อ และเป็นโรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ และที่สำคัญจะส่งผลให้ผิวแห้ง เสีย หย่อนคล้อย หรือหน้าแก่ก่อนวัยอันควรนั่นเองค่ะ วิตามินอีจึงเป็นสิ่งที่ร่างกายของเราไม่สามารถผลิตขึ้นมาเองค่ะ เราต้องทานเข้าไป และวันนี้เราจะมาแนะนำ 7 ผลไม้วิตามินอีสูงช่วยทำให้หน้าเด็กลงแล้วก็เป็นสิ่งที่สาว ๆ รวมถึงทุกคนก็ชอบ จะมีผลไม้ชนิดใดบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

1.มะเขือเทศ

มะเขือเทศมีวิตามินอีสูง การรับประทานมะเขือเทศจะช่วยให้ผิวของเราสวยนั่นเป็นเพราะว่ามะเขือเทศมีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระมากมายที่ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ บำรุงผิว ชะลอความแก่ และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง และโรคหัวใจค่ะ บอกได้เลยว่ามะเขือเทศนั้นมีราคาที่ไม่แพงและหาทานได้ง่ายด้วย และเราไม่จำเป็นต้องไปทำอะไรให้กับร่างกายของเราเกิดผลเสียเลย เพียงแค่ทานมะเขือเทศบ่อย ๆ ก็จะทำให้เรามีหน้าใส หน้าเด็กลงเองค่ะ

2.กีวี

ในกีวีหนึ่งลูกมีสารอาหารและวิตามินมากมายที่ดีต่อผิวของเรานะคะ เช่น วิตามินซี วิตามินอีที่ช่วยชะลอความแก่ป้องกันเซลล์จากการเสื่อมสภาพเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ อีกทั้งยังทำให้ผิวของเราเต่งตึงด้วยนะคะ

3.สตรอว์เบอร์รี่

สตรอว์เบอร์รี่มีวิตามินซีและวิตามินอีมากเลยค่ะ ซึ่งจะช่วยลดริ้วรอย ลดความแห้งกร้าน และความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแล้วก็คงความสดใสของผิวเราค่ะ สำคัญสตรอว์เบอร์รี่มีวิตามินอีเยอะมาก ๆ สาว ๆ หลายคนคงจะชอบใช่ไหมคะ เพราะมันจะช่วยลดริ้วรอย ลดความแห้งกร้านอย่างที่บอกไป

4.กล้วย

กล้วยมีวิตามินอีสูงและกล้วยไข่จะมีวิตามินอีสูงที่สุดในบรรดากล้วยทั้งหลาย อีกทั้งยังกินง่าย หาง่าย ราคาไม่แพง ช่วยบำรุงผิวและช่วยให้การทำงานของระบบย่อยอาหารของเราดีขึ้น ส่งผลให้ผิวสดใสและสุขภาพดีขึ้นด้วยค่ะ และที่สำคัญช่วยทำให้ผิวพรรณของเราดีขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นถ้าอยากมีผิวที่ดีขึ้นก็แนะนำกล้วยไข่เลยค่ะ แต่อย่าลืมนะคะสำหรับใครที่มีน้ำตาลในเลือดสูงก็ควรจะระวัง เพราะกล้วยจะมีน้ำตาลในผลสูง เพราะฉะนั้นการทานต้องระมัดระวัง และถ้าใครเป็นโรคเบาหวานก็ต้องควบคุมน้ำตาลให้ดี

5.แก้วมังกร

แก้วมังกรก็เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีวิตามินอีสูงเช่นกัน แล้วก็มีสารต้านอนุมูลอิสระที่หลากหลายชนิดมากที่อยู่ในแก้วมังกร ซึ่งจะช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย รักษาอาการผิวไหม้หรือการอักเสบของสิว ลดความหย่อนคล้อยและหมองคล้ำ การบริโภคแก้วมังกรเป็นประจำจะช่วยให้ผิวพรรณของเรากระจ่างใสขึ้นด้วยนะคะ

6.อะโวคาโด

อะโวคาโดจะทำหน้าที่เหมือนมอยส์เจอร์ไรเซอร์ธรรมชาติที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส นุ่ม ชุ่มชื้น เต่งตึง สุขภาพดี นอกจากผิวแล้วเส้นผมและสุขภาพโดยรวมจะดีขึ้นอีกด้วยค่ะ เพราะอะโวคาโดเต็มไปด้วยไขมันดี สารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพร่างกาย จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารสุขภาพเลยทีเดียว

7.มะม่วง

มะม่วงเป็นผลไม้ที่มีทุกฤดูกาลเลยค่ะ มีทั้งมะม่วงสุก มะม่วงดิบ ซึ่งมะม่วงมีวิตามินอีสูง ถ้าใครทานมาก ๆ จะมีผิวที่ดี แต่อย่าลืมนะคะว่ามะม่วงที่มีรสหวานมากต้องน้ำตาลในเลือดด้วยนะคะ ไม่ให้สูงเกินไป นอกจากนี้มะม่วงก็มีวิตามินซีสูงและมะม่วงสุกก็จะช่วยบำรุงผิว ลดริ้วรอย และลดเลือนจุดด่างดำ หลายคนนิยมนำมะม่วงสุกมาพอกหน้าเพื่อลดริ้วรอยอย่างได้ผล อีกทั้งการรับประทานมะม่วงทั้งสุกและดิบจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในเนื้อเยื่อและผิวหนัง ลดการอุดตันของรูขุมขนช่วยให้ผิวเรียบเนียนด้วยค่ะ แต่เราต้องรับประทานด้วยความสมดุล เพราะถ้าเรารับประทานมะม่วงมากเกินไปก็จะส่งผลต่อร่างกายโดยเฉพาะในคนที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงก็ต้องระวังนะคะ สำหรับใครที่มีโรคประจำตัวเช่น โรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะไขมันพอกตับ ขอให้ไปตรวจและก็รักษาดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญอย่าลืมควบคุมอาหารด้วยนะคะ

7 ผลไม้ที่มีวิตามินอีสูงเมื่อรับประทานแล้วจะช่วยให้เรามีผิวพรรณที่ดี ใครที่อยากหน้าใส หน้าดูเด็กลงก็หมั่นทานผลไม้ทั้ง 7 ชนิดที่เราแนะนำไปนะคะ แต่อย่างไรก็ตามเราควรเลือกทานในปริมาณที่พอดี ไม่มากจนเกินไป และที่สำคัญต้องทานให้หลากหลายด้วยนะคะ การทานผลไม้จะทำให้เราบำรุงร่างกายให้สวยจากภายใน ไม่ต้องไปทำอะไรที่ใช้เงินเยอะแยะมากมายเลยค่ะ ที่สำคัญการดูแลจากภายในมันจะคงทนด้วย ไม่ว่าเราจะมีอายุเท่าไหร่ เราก็ยังมีผิวที่สวยได้

สล็อตฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา วอเลท

Categories
ดูแลร่างกาย

จัดโต๊ะทำงานเพียงครั้งเดียว ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้อย่างไร

จัดโต๊ะทำงานเพียงครั้งเดียว-ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้อย่างไร

ทุกคนทราบหรือไม่ว่าโต๊ะทำงานมีความสัมพันธ์กับสุขภาพจิตของเราอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ปัจจุบันเราใช้เวลาอยู่กับโต๊ะทำงานมากขึ้นเฉลี่ยแล้ววันละ 10 ชั่วโมงซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยดังนั้นแล้วเราควรให้ความสำคัญกับการดูแลโต๊ะทำงานของเราให้ออกมา เป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงามเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้เรามีความรู้สึกดีดีในการทำงานมากยิ่งขึ้นรวมถึงส่งผลให้งานของเราออกมาสำเร็จและมีประสิทธิผลมากขึ้นอีกด้วยเทคนิคการจัดโต๊ะทำงานง่ายๆที่จะทำให้ทุกคนสามารถมีโต๊ะทำงานที่สวยและสะอาดเรียบร้อยเป็นของตัวเอง

จัดโต๊ะทำงานเพียงครั้งเดียว-ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้อย่างไร

 ต้นไม้เพิ่มสีสัน

ช่วงนี้กระแสการปลูกต้นไม้กำลังเป็นที่นิยมการที่เรามีสิ่งสีเขียวมาประดับไว้บนโต๊ะทำงานของเราก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้โต๊ะทำงานของเราดูมีชีวิตชีวาและน่ามองยิ่งขึ้น ยิ่งในขณะที่เราเหนื่อยล้าจากการทำงานหรือมองหน้าจอคอมพิวเตอร์บ่อยครั้งการได้มองสิ่งที่เป็นจุดพักสายตาเช่นต้นไม้บนโต๊ะทำงานจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นนอกจากนี้ยังมีการวิจัยพบว่าต้นไม้จะช่วยลดความดันโลหิตและช่วยให้งานของเราสำเร็จมากยิ่งขึ้น

 เก็บของให้เป็นระเบียบด้วยอุปกรณ์จัดเก็บ

การที่เรามีโต๊ะทำงานที่เป็นระเบียบได้สิ่งหนึ่ง ที่สำคัญในการให้โต๊ะของเราออกมาดูดี และเรียบร้อยคือการมีอุปกรณ์ตัวช่วยเสริมอยากอุปกรณ์จัดเก็บซึ่งจะมาในรูปแบบของกล้องหรือตัวหนีบต่างๆให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสามารถทำให้เราหางานได้ง่ายขึ้นรวมถึง จัดลำดับความสำคัญของงานแต่ละประเภทได้ง่าย และสะดวกมากขึ้นนอกจากจะสะดวกกับงานแล้วยังทำให้สภาพอารมณ์ของเราบนโต๊ะทำงานมีการแบ่งลำดับสิ่งของเป็นระเบียบมากกว่าความสับสนวุ่นวาย

 กระดาษโน้ตเพิ่มสีสัน

แน่นอนว่ากระดาษโน้ตเป็นสิ่งสำคัญที่จะ ทำให้เราสามารถรู้และทราบได้ว่างานที่เราต้องทำมีอะไรบ้างรวมถึงเป็นจุดย้ำเตือนของงานแต่ละประเภทว่า ควรทำงานไหนมาเป็นลำดับก่อนหลังนอกจากนี้ยังมีการวิจัยพบว่ากระดาษโน้ตแต่ละสีให้ความจำที่แตกต่างกันรวมถึงให้ความผ่อนคลายที่แตกต่างกันอีกด้วยดังนั้นแล้วควรเลือกกระดาษโน้ตตามประเภทสีของการใช้งานที่เหมาะสมจะ ทำให้เราไม่เครียดกับงานมากเกินไปรวมถึงยังมีการเพิ่มสีสันให้กับโต๊ะทำงานของเราดูน่ามองอีกด้วย

สีโต๊ะทำงานเสริมอารมณ์

สีโต๊ะทำงานก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเสริมและกระตุ้นอารมณ์ในการทำงานให้เรามีความอยากทำมากยิ่งขึ้นยิ่งหากใช้สีที่ดึงดูดและรู้สึกผ่อนคลาย จะทำให้เราอยากที่จะนั่งโต๊ะทำงานยาวยาวแต่แน่นอนว่าเมื่อเราต้องทำงานในบริษัทหรือออฟฟิศต่างๆเราไม่สามารถเลือกสีโต๊ะทำงานเองได้เราจึงมีวิธีเลือกที่ง่ายกว่านั้นคือการคุมโทนสีโต๊ะให้ไปในทิศทางเดียวกันเช่นหากเราใช้ปากกาสีชมพูก็ใช้แฟ้มหรือ อุปกรณ์จัดเก็บที่เป็นสีชมพูไม่รวมสีกันจนมากเกินไปจะทำให้โต๊ะทำงานของเราไม่น่ามอง

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเทคนิคต่างๆที่จะช่วยให้โต๊ะทำงานของเรามีระเบียบมากยิ่งขึ้นหลายคนอาจมองว่าโต๊ะทำงานเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญอะไรมากแต่แท้จริงแล้วโต๊ะทำงานนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตของเราเป็นระเบียบมากขึ้น และช่วยจัดการให้ชีวิตของเราในแต่ละวันรู้สึกดีขึ้นแน่นอนว่าการจัดโต๊ะทำงานเป็นเรื่องที่ใหญ่ เพราะด้วยเอกสารต่างๆที่เคยมีอาจทำให้การจัดโต๊ะทำงานในวันเดียวเป็นเรื่องยากอย่างไรก็ตามลองปรับจากสิ่งของที่วางอยู่บนโต๊ะให้เป็นระเบียบก่อนก็ได้หากทุกอย่างอยู่ในที่ที่บง่ายและสะดวกก็จะทำให้การทำงานราบรื่นขึ้นและ ส่งผลดีต่อเนื้องานของเราด้วย

สล็อตฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา

Categories
เกร็ดความรู้

เคล็ดลับกินยังไงให้ห่างไกลจากโรคอ้วน

เคล็ดลับกินยังไงให้ห่างไกลจากโรคอ้วน

เคล็ดลับกินยังไงให้ห่างไกลจากโรคอ้วน

               วันนี้เราจะมาสรุปเอาเคล็ดลับเกี่ยวกับโรคอ้วนมาให้นะคะว่าเรื่องโรคอ้วนนั้นสำคัญไฉน ประชากรทั่วโลกในปัจจุบันเรากำลังเผชิญไม่ใช่แค่เชื้อไวรัสนะ ก่อนหน้าที่เชื้อไวรัสจะมาและรุนแรงเท่านี้เรากำลังเจอกับโรค NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ตอนแรกแค่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเราก็จะแย่แล้วนะคะ พอมาเจอโรคติดต่ออีกก็หนักเข้าไปใหญ่

               โรค NCDs มีโรคเบาหวาน โรคความดัน โรคเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตกโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือแตก โรคมะเร็ง โรคปอด โรคอ้วน ซึ่งมีประชากรในโลกใบนี้เป็นโรค NCDs ถึง 75% ตัวเลขในประเทศไทยก็มีคนเป็นโรค NCDs ถึง 75% เช่นเดียวกัน เพิ่มเติมไปกว่านั้นหน่อยประเทศไทยเราตอนนี้มีภาวะคนเป็นโรคอ้วนอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากประเทศมาเลเซีย และตัวเลขยังขึ้นเรื่อย ๆ คราวนี้ทราบแล้วใช่ไหมคะว่าภัยคุกคามนี้สำคัญไฉน แล้วส่วนใหญ่เกิดจากการอยากจะกิน อยากลดความเครียด แต่ต้องคุมสตินะคะ ไม่ใช่ว่าห้ามกินเลยนะคะแต่เราต้องทานอย่างเหมาะสม อาหาร 1 อย่างไม่ได้แปลว่าดีหรือไม่ดีหรอกนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนกิน ถ้าเกิดว่าเราผอม ขาดสารอาหาร ขาดไขมัน จะกินไข่หรือกินขาหมูบ้างนาน ๆ ทีคงไม่มีปัญหาอะไร แต่หลายคนที่เป็นโรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง คอเลสเตอรอลสูง LDL สูง ไขมันพอกตับ การจะทานอะไรก็ตามต้องคิดก่อนเสมอ การกินดีนั้นไม่ได้แปลว่าต้องกินผักไปตลอดชีวิตนะคะ แต่เราต้องทำให้ตัวเรามีความสมดุล ความเหมาะสมหรือการเดินทางสายกลางนี่คือสิ่งสำคัญที่เราควรปฏิบัติ

                 คราวนี้เราถึงยุคสมัยที่เราอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาตินะคะ การอยู่บ้านเฉย ๆ หลายคนก็บอกว่าอ้วนขึ้น น้ำหนักขึ้นมากเลยทีเดียว อยู่บ้านก็กินอย่างเดียว แต่เมื่อเรากินเข้าไปแล้วก็ควรจะออกกำลังกายบ้าง คราวนี้เรามาถึงเรื่องการสั่งอาหารหรือการทานอาหารกันหน่อย การทานก็ต้องมีสตินะคะ อาจจะตามใจปากได้สัปดาห์ละหนึ่งวัน ร่วมทานอาหารกับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ในวันธรรมดาเราก็ต้องทานให้ดีนะคะ

การสั่งอาหาร

1.เน้นไปที่ของต้ม ของย่างนะคะ ไม่ใช่ของทอดของผัด จะทำให้น้ำมันน้อย ของต้ม ของนึ่ง ของย่าง ถ้ามันเยอะ ทอดเยอะ น้ำมันเยอะ ก็อ้วนแน่ ๆ ค่ะ อย่าลืมนะคะว่าไขมัน 1 กรัมก็มี 9 กิโลแคลอรี่เลย

2.เนื้อสัตว์ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ อาหารทะเล เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อแกะ เนื้อวัว เราต้องเลือกให้มีมันน้อย ๆ ถ้าเป็นเนื้อก็ควรจะเป็นสันในไม่ใช่ส่วนที่มีมันเยอะ ไม่ใช่มันแทรกเยอะ ดังนั้นถ้าเลือกได้ก็พยายามลดอาหารที่มีมันเยอะนะคะ ส่วนปลาเป็นอาหารวิเศษที่เป็นไขมันดีสามารถทานทุกวันได้แล้วไม่อ้วนด้วย แต่ไม่ใช่ทานไข่ปลาอย่างเดียวทุกวันนะคะ ต้องระวังด้วย ส่วนที่ทำให้อ้วนอีกก็คือส่วนเหลือง ๆ ส่วนใหญ่ เช่น ไข่แดง หัวกุ้ง ไข่ปู ตับห่าน ต้องระวังนะคะ

3.ทานผักให้เยอะ การทานไฟเบอร์ให้เยอะคือทุกจาน ทุกมื้อ ต้องมีผักครึ่งหนึ่งอย่างอื่นครึ่งหนึ่ง ผัก 50% แป้ง 25% โปรตีน 25% ถ้าทำได้บอกเลยว่าไม่อ้วนแน่ ๆ ค่ะ

4.พยายามทานแกงที่มีน้ำใส ๆ แผนที่จะเป็นแกงกะทิ แทนที่จะเป็นแกงเขียวหวานใส่กะทิเยอะ ๆ ให้เปลี่ยนเป็นแกงเลียง แกงส้ม แกงน้ำใสหรือต้มน้ำใสก็จะช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่า

5.ต้องระวังเรื่องเค็ม ๆ ด้วยนะคะ เพราะเมื่อเราทานเค็มมากน้ำหนักของเราก็จะขึ้น มีการบวมน้ำ แล้วเวลาเราทานแยกน้ำจิ้มก็อย่าใส่เยอะ อย่าใส่เกลือเยอะ โดยให้ชิมก่อนปรุงนะคะ

                นี่คือเคล็ดลับการที่เราจะดูแลในเรื่องของอาหารการกินให้ห่างไกลจากภาวะอ้วนหรือโรคอ้วนนั่นเอง อาหารที่ไม่ดีหรืออาหารที่ทำลายสุขภาพไม่ว่าจะเป็นอาหาร  จังก์ฟู๊ด น้ำอัดลม ใส่นม ใส่เนย ใส่ครีม เพื่อเพิ่มหวานเยอะ ๆ ใครติดกาแฟก็ควรจะทานกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล เราค่อย ๆ ปรับลิ้นไป วันนี้เราอาจจะกินแล้วไม่อร่อย แต่ว่าวันหน้าเราก็จะค่อย ๆ ชินกับรสชาติและอร่อยขึ้นเองค่ะ ไหน ๆ ถ้าเราจะหยุดอยู่บ้านแล้วเราอยู่บ้านเพื่อหยุดเชื้อ และให้เพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายของตัวเอง ดังนั้นมาใช้เวลาที่เรามีอยู่ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองกันเถอะค่ะ

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

10 อาหารเช้าช่วยปลุกสมองลองแล้วตื่นตัว    

10 อาหารเช้าช่วยปลุกสมองลองแล้วตื่นตัว    

10 อาหารเช้าช่วยปลุกสมองลองแล้วตื่นตัว    

               ตื่นเช้าแล้วมีอาการมึนหน่อย ๆ ต้องลองกินอาหารเช้าต่อไปนี้สักทีแล้วชีวิตจะดีขึ้นนะคะ สมองจะตื่นตัวถ้าเราให้ความสำคัญกับมื้อเช้าเพราะมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญอย่างที่ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว ถ้าหากว่าใครยังไม่รู้ว่าจะกินอะไรเพื่อให้ร่างกายตื่นตัวช่วยกระตุ้นสมองให้พร้อมทำงานและเตรียมท้องให้อิ่มแบบได้คุณค่าทางสารอาหาร วันนี้เราขอแนะนำเป็น 10 อาหารเช้าช่วยปลุกสมองลองแล้วตื่นตัว รับรองว่าเมื่อได้ทานแล้วจะทำให้ตาสว่างตื่นตัวขึ้นมาพร้อมที่จะทำงานเลยค่ะ แล้วจะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

1.น้ำเปล่า

                 น้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มอย่างแรกที่เราอยากให้ตกถึงท้องทุกคนก่อนก็คือน้ำเปล่านั่นเองค่ะ เพราะขณะที่ร่างกายของเราหลับไป 6-8 ชั่วโมง เราจะไม่ได้ดื่มน้ำเลย ดังนั้นเราจึงควรเติมน้ำให้เซลล์และอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย และน้ำเปล่าก็ควรเป็นสิ่งที่เราเติมเต็มให้ตัวเองเป็นอันดับแรก และที่สำคัญเมื่อดื่มน้ำเปล่าเข้าไปแล้วก็จะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นและตื่นตัวขึ้นมาอีกด้วย

2.น้ำมะนาว

               สำหรับคนที่ตื่นมาแล้วเพลียหนักมาก การดื่มน้ำเปล่าเพียว ๆ อาจจะยังไม่พอ ต้องดื่มน้ำมะนาวและควรเป็นน้ำมะนาวอุ่น ๆ สักแก้ว หรือจะบีบมะนาวลงไปในน้ำเปล่าสักครึ่งซีกก็ได้ กลิ่นซิตรัสของมะนาวจะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้สมอง ส่วนน้ำก็จะช่วยขับไล่ความอ่อนเพลียให้หมดไปนั่นเองค่ะ

3.ไข่

               ไข่เป็นอาหารที่กินมื้อไหนก็อร่อยแต่หากกินไข่เป็นอาหารเช้าก็จะได้ประโยชน์ในแง่ของการบำรุงสมองที่อื่น ๆ ให้ตื่นตัวขึ้นด้วย เนื่องจากไข่นั้นมีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีน นอกจากนี้ไข่ไก่ 1 ฟองยังมีโคลีนซึ่งเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ เยื่อหุ้มสมอง อยู่มากถึง 20% ส่งผลให้สมองและระบบประสาทแข็งแรงพร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างตื่นตัว และยังมีผลการศึกษาในวารสาร The International Journal of the Obesity พบว่าคนกินไข่ไก่เป็นมื้อเช้าจะรู้สึกตื่นตัวและพร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ มากกว่าคนที่กินอาหารที่ให้พลังงานเท่ากัน อย่างเช่น ขนมปังเบเกิล เป็นต้น

                    กล้วยเป็นผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นกลูโคสเพื่อให้พลังงานแก่เซลล์และอวัยวะต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะเซลล์สมองได้ทันที อีกทั้งในกล้วยหนึ่งผลยังเปี่ยมไปด้วยวิตามินบี 2 วิตามินบี 3 โพแทสเซียม และแมกนีเซียมที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าได้อีกต่างหาก ดังนั้นหากมีเวลาจำกัดต้องรีบเร่งให้พกกล้วยน้ำว้าสัก 1-2 ผลไปกินเป็นมื้อเช้าได้เลยค่ะ

5.ข้าวโอ๊ต โฮลเกรน โฮลวีต และธัญพืชไม่ขัดสี

                ธัญพืชไม่ขัดสีกลุ่มนี้มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนในร่างกายเปลี่ยนแปลงเป็นกลูโคสด้วยเหมือนกันค่ะ แต่ที่ดีไปกว่านั้นก็คือนอกจากจะเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนในร่างกายรู้สึกอิ่มได้นานแล้ว ธัญพืชเหล่านี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นวัตถุดิบหลักของระบบประสาทและสมอง ช่วยให้อวัยวะและเซลล์ในร่างกายตื่นตัว ส่วนคาร์โบไฮเดรตที่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลก็จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ

6.ข้าวกล้อง

                ข้าวกล้องมีกาบาสารอาหารที่สำคัญที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง อีกทั้งข้าวกล้องยังมีวิตามินบีสูงมากจึงช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองให้ตื่นตัวได้อีกทาง ดังนั้นมื้อเช้าก็ควรจะรับประทานข้าวกล้องจะช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและยังได้ประโยชน์อื่น ๆ อีกด้วยค่ะ

7.ถั่วชนิดต่าง ๆ

               ถั่วเป็นแหล่งของสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกายทั้งโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ดังนั้นการกินถั่วเป็นมื้อเช้าก็ช่วยให้มีพลังกายมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญกรดไขมันชนิดดีและธาตุสังกะสีจากถั่วยังจะเข้าไปเป็นพลังงานให้แก่เซลล์สมองพร้อมทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ ซึ่งถ้าหากใครไม่สะดวกที่จะกินถั่วเปล่า ๆ ก็ลองกินถั่วกับโยเกิร์ต หรือจะเป็นเมนูขนมปังโฮลวีตทาเนยถั่วก็ได้เช่นกัน

8.องุ่น

                มีการศึกษาพบว่าไม่ว่าจะกินองุ่นเขียว องุ่นดำ หรือองุ่นแดง ก็จะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากองุ่นในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระนี่แหละที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของสมอง ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ที่มีสาเหตุมาจากความเสื่อมของเซลล์ ในขณะเดียวกันก็เป็นพลังงานสำคัญของเซลล์สมองด้วย ดังนั้นหากเบื่ออาหารเช้าแบบเดิม ๆ ลองหันมากินองุ่นกันบ้างก็ได้นะคะ

9.บลูเบอร์รี่

                ผลไม้ชนิดนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มากเช่นกัน และยังมีการศึกษาพบว่าคนที่รับประทานบลูเบอร์รี่เป็นประจำจะมีความจำและทักษะการเคลื่อนไหวที่ดีอันเนื่องมาจากสารแทนนินในบลูเบอร์รี่ที่มีส่วนช่วยเสริมการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ให้สมอง จากที่ตื่นมาด้วยความมึนงง พอได้กินบลูเบอร์รี่ก็จะช่วยให้เชื่อมต่อข้อมูลได้ดีขึ้น นอกจากนี้บลูเบอร์รี่ยังมีสารพฤกษเคมีที่เชื่อกันว่าเป็นสารที่ช่วยเติมเต็มความสามารถของสมองในด้านการเรียนรู้ ความคิด และความจำ

10.แอปเปิล

                ผลไม้อย่างแอปเปิลมีน้ำและน้ำตาลที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที ดังนั้นใครที่รู้สึกเพลีย ๆ หลังตื่นนอน แอปเปิลก็จะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายได้อย่างรวดเร็วและประโยชน์ของแอปเปิ้ลยังไม่จบแค่นั้นนะคะ เพราะการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์แนลยังพบว่าแอปเปิลมีสารพฤกษเคมีที่ชื่อว่าเควอซิทินที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์สมองและเซลล์ประสาทถูกทำลาย จึงช่วยให้สมองทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยไม่เสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร

               เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ 10 อาหารเช้าที่ช่วยทำให้ร่างกายตื่นตัว ต้องบอกเลยว่าเป็นอาหารที่หาทานได้ไม่ยากเลยและอยู่ใกล้ตัวเราด้วยซ้ำ ลองเปลี่ยนมื้อเช้าที่เต็มไปด้วยไขมัน ของทอด แป้งขัดขาว และอาหารแช่แข็ง มาเป็นอาหารที่ช่วยปลุกร่างกายและสมองให้ตื่นตัวพร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ จะดีกว่านะคะ นอกจากจะช่วยทำให้เราตื่นตัวแล้วยังทำให้สุขภาพร่างกายของเราดีขึ้นอีกด้วย

Categories
ดูแลร่างกาย

กาแฟจะให้คุณหรือโทษนั้นขึ้นอยู่กับเรา

กาแฟจะให้คุณหรือโทษนั้นขึ้นอยู่กับเรา

กาแฟจะให้คุณหรือโทษนั้นขึ้นอยู่กับเรา

                กาแฟเป็นอาหารที่อยู่กับมนุษย์เรามาช้านาน ในกาแฟมีสารออกฤทธิ์ก็คือคาเฟอีน และในกาแฟก็ยังมีสารออกฤทธิ์อีกหลายอย่างเลยค่ะ วันนี้เราจะแยกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ประโยชน์ของกาแฟและข้อเสียของกาแฟ แน่นอนค่ะว่ากาแฟหรืออาหารทุกชนิดบนโลกนี้เราไม่สามารถตอบได้เต็มปากว่าอะไรดี อะไรไม่ดี เพราะตัวอาหารต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นมาจากธรรมชาติให้มีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครรับประทานแล้วดี ใครรับประทานแล้วไม่ดี กาแฟก็เช่นกัน ทุกอย่างที่เป็นอาหารต้องดำเนินตามทางสายกลาง ทานเยอะเกินไปอาจจะให้โทษได้ หรือถ้าทานน้อยเกินไปอาจจะไม่ออกฤทธิ์  

               ก่อนจะไปเรื่องประโยชน์และโทษของกาแฟ หลายคนคงสงสัยว่าทำไมบางคนกินกาแฟแล้วดี ทำไมคนกินกาแฟก่อนนอนแล้วหลับได้ บางคนกินแค่ช่วงบ่ายกลางคืนก็นอนไม่หลับ ทำไมมนุษย์เราแต่ละคนต่างกัน ในปัจจุบันมีการวิจัยออกมารองรับแล้วว่าร่างกายมนุษย์ไม่เหมือนกันสักคน โดยเฉพาะเรื่องยีนส์ หรือ Genetics ยีนหรือรหัสพันธุกรรมในร่างกายของเรานี้จะมีอยู่ประมาณ 2-3 ยีนส์ในปัจจุบันที่วิจัยว่ามีส่วนรับผิดชอบสำคัญในเรื่องของการจัดการขจัดคาเฟอีนในร่างกายเรา เวลาเรารับประทานกาแฟหรืออะไรก็ตามที่มีคาเฟอีนก็จะถูกเข้าไปในร่างกายเพื่อออกฤทธิ์ คาเฟอีนนั้นเวลาเราทานประมาณ 20 นาทีจะเข้าไปอยู่ในกระแสเลือดและเริ่มออกฤทธิ์แล้ว โดยจะออกฤทธิ์สูงสุดประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อเราทานกาแฟไปแล้วอีก 1 ชั่วโมงก็จะออกฤทธิ์ทำให้รู้สึกกะปรี้กะเปร่า ทำงานได้

กาแฟ
ภาพจาก : khundee

ประโยชน์ของกาแฟ

               1.กาแฟเนี่ยเป็นแหล่งอาหารสำคัญของ สารต้านอนุมูลอิสระ ในเมล็ดกาแฟมีสาร Antioxidant เยอะมาก อยู่ในระดับต้น ๆ ของอาหารทั้งหมดเลย และมีหลายบริษัทที่เขานำเมล็ดกาแฟไปทำเป็นครีมทาหน้า ทำเป็นแมสก์เพื่อเอาไว้แมสก์หน้า ซึ่งสรรพคุณในด้านสารต้านอนุมูลอิสระในเมล็ดกาแฟประกอบไปด้วยวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 หรือ Riboflavin วิตามินบี 3 หรือ Niacin วิตามินบี 5 หรือ Pantothenic acid โฟลิก หรือวิตามินบี 9 มีแมงกานีส โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส นี่คือประโยชน์ของเมล็ดกาแฟ

               2.เมื่อกาแฟมีสารคาเฟอีนอยู่ในนั้นเยอะก็จะมีฤทธิ์กระตุ้นสมอง ก็คือคาเฟอีนไปยับยั้งการออกฤทธิ์ของสารที่ชื่อว่าอะดีโนซีน ซึ่งสารอะดีโนซีนตัวนี้มีฤทธิ์ผ่อนคลายสมองทำให้เราง่วงนอนเพราะคาเฟอีนไปหยุดสมองก็ตื่นตัว เพราะว่าตัวหนึ่งที่ทำให้อยากง่วงอยากนอนผ่อนคลาย โดยหยุดไว้แล้วทำให้สมองหลั่งฮอร์โมนหรือว่าสารที่กระตุ้นสมองมากขึ้นก็คือโดปามีน นอร์เอพิเนฟริน ทำให้เราสมองตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า นั่นก็คือเคล็ดลับที่ซ่อนอยู่ว่าทำไมเวลาเราทานกาแฟเข้าไปอีกสัก 20 นาทีเริ่มมาแล้วสัก 1 ชั่วโมงรู้สึกทำงานได้ จริง ๆ แล้วนี่คือสิ่งสำคัญว่าในปัจจุบันที่คนเรานอนไม่ดี มีคุณภาพน้อยลง นอนดึก นั่งสมาธิน้อย หลับไม่ลึก พอตื่นมาพลังเราก็ขาดแคลน พลังเราขาดแคลนเราก็เติมอาหารกระตุ้นเข้าไป ถ้าวันสองวันทำบางครั้ง นาน ๆ ทำทีคงไม่เป็นไร แต่หลายคนทำแบบนี้เป็นกิจวัตรประจำวันทำให้เกิดผลเสียไม่ใช่ยาวิเศษที่เวลานอนไม่อิ่มแล้วตอนเช้ามาก็เติมกาแฟเข้าไป 1 แก้ว แล้วพอพลังหมดเติมอีกแบบนี้จะมีปัญหาในอนาคต                                                        

               3.มีการวิจัยไว้ว่ากาแฟสามารถเพิ่มการเผาผลาญในร่างกายเราได้ผ่านสารที่ชื่อว่าคาเฟอีน, ทีโอฟิลลีน (Theophylline) มีการวิจัยไว้ใน American Journal of Clinical Nutrition และ Annals of Nutrition and Metabolism ว่าการทานกาแฟสามารถเพิ่มการเผาผลาญและอุณหภูมิการเผาผลาญในร่างกายได้ประมาณ 3-11% และมีการวิจัยไว้ใน The American Journal of Physiology ในปี 1995 ว่ากาแฟสามารถเพิ่มการเผาผลาญหรือเผาผลาญเซลล์ไขมันได้ ในการวิจัยยังระบุไว้ด้วยว่าคนที่มีหุ่นปกติสามารถเพิ่มการเผาผลาญไขมันได้ถึง 29% และในคนหุ่นอ้วนหรือว่าคนเป็นโรคอ้วนสามารถเพิ่มการเผาผลาญได้ 10% นี่คือประโยชน์ของกาแฟในเรื่องของการเผาผลาญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ Boost Metabolism ไม่ว่าจะเป็นการสลายเซลล์ไขมันในร่างกายเป็นต้น มีงานวิจัยอีก 1 อันในข้อที่ 3 นี้ว่า The International Journal of Obesity ก็คือสมาคมโรคอ้วน ในปี 1999 พบว่าเมื่อทานกาแฟเข้าไปแล้วคาเฟอีนจะไปไปกระตุ้น Noradrenaline Lipolysis ก็คือฮอร์โมนตัวหนึ่งที่มากระตุ้นให้เซลล์ไขมันเขาทำลายหรือเผาตัวเอง และที่เรากำลังพูดถึงนั้นคือกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล

ข้อเสียของกาแฟ

               1.สำหรับผู้ที่เป็น Slow Metabolism หรือตับมีพันธุกรรม Cytochrome P1A2 เผาผลาญคาเฟอีนได้ช้ากว่าปกติใครที่เคยเจาะพันธุกรรมไปดูรหัสตัวนี้ ส่วนใครที่ไม่เคยเจาะก็ให้สังเกตดู การสังเกตก็พอจะบอกได้ว่าของบางอย่างถ้าเราทานแล้วรู้สึกไม่ดีมีอาการตามนี้น่าจะเผาผลาญช้า ดังนั้นเราควรจะหลีกเลี่ยงหรือทานน้อย เวลาที่คาเฟอีนเข้าไปอยู่ในร่างกายมากกว่าที่ร่างกายต้องการจะเกิดอาการกระสับกระส่าย วิตกกังวล เวียนหัว คลื่นไส้อยากอาเจียน ท้องไส้ปั่นป่วนอาจจะมีท้องเสียในบางคน นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท ตื่นบ่อย ปัสสาวะเยอะ หัวใจเต้นแรง หัวใจเต้นเร็ว มีอาการปวดหัว และมือสั่น ใครมีอาการเหล่านี้พอจะอนุมานได้ว่าเผาผลาญคาเฟอีนได้น้อยแน่ ๆ เลยการรับประทานชา กาแฟ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มชูกำลัง ต้องระมัดระวังมาก ๆ คนที่มีอาการเหล่านี้ก็ควรจะทานวันหนึ่งไม่เกิน 100 มิลลิกรัมคาเฟอีนต่อวัน

               2.คาเฟอีนหรือกาแฟไม่แนะนำในคนท้อง เพราะคาเฟอีนสามารถข้ามไปสู่ทารกได้ทางสายสะดืออาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กได้ มีการวิจัยว่าถ้าทานคาเฟอีนในช่วงคุณแม่ตั้งท้องเยอะอาจจะทำให้คลอดก่อนกำหนด อาจจะทำให้ทารกที่เกิดมาตัวเล็กหรือน้ำหนักน้อย

               3.การรับประทานกาแฟถ้าเป็นกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลก็น่าจะมีประโยชน์บ้าง แต่กาแฟในปัจจุบันที่หลายคนทานนั้นเป็นกาแฟที่ใส่น้ำตาล ครีมเทียม และนมข้นค่อนข้างเยอะ เพราะชอบรสหวานมัน นอกจากนี้ยังชอบใส่วิปครีมอีก ต้องระวังให้มาก ๆ เพราะมีการวิจัยไว้ข้อมูลจาก สสส. ว่ากาแฟเย็น 1 แก้วที่ใส่นม ใส่น้ำตาล ใส่ครีมเทียมให้พลังงานสูงถึง 100-400 กิโลแคลอรี่ ถ้าเกิดว่าทานเยอะนี่ทำให้อ้วนได้เลย และใน 1 แก้วกาแฟเย็นขนาดประมาณ 20 ออน มีน้ำตาลประมาณ 3-10 ช้อนชา มนุษย์เรา 1 คน 1 วัน ควรจะบริโภคน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา แบ่งออกเป็น อาหารเช้า กลางวัน เย็น รวมกับผลไม้แล้วไม่เกิน 6 ช้อนชา เจอกาแฟเย็นเข้าไปแก้วเดียว 10 ช้อนชา เบาหวานถามหาแน่ ๆ แบบนี้น่ากลัวมาก ๆ ต้องระมัดระวัง แถมมีไขมันสูงถึง 22 กรัม ดังนั้นถ้าใครชอบกินกาแฟเย็นหวานมันต้องระวังมาก และมีข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุขว่าลาเต้เย็น 1 แก้ว มีแคลอรี่สูงถึง 288 กิโลแคลอรี่ คาปูชิโนเย็น 1 แก้ว มีแคลอรี่สูงถึง 303 กิโลแคลอรี่ มอคค่าเย็น 1 แก้ว มีแคลอรี่สูงถึง 400 กิโลแคลอรี่ แฟรบปูชิโน่มีครีมเทียม วิปครีมเข้าไปด้วย 1 แก้ว มีแคลอรี่สูงถึง 561 กิโลแคลอรี่ ต้องบอกว่าเยอะมากมากจริง ๆ และชาไข่มุกนี้ก็มีคาเฟอีนเช่นกัน ซึ่งชาไข่มุกมีน้ำตาลเฉลี่ยในตลาดประมาณ 10-18 ช้อนชา โดยปกติแล้วให้รับประทานน้ำตาลได้ไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา รวมไข่มุกเข้าไปอีกแก้วเดียวได้ถึง 18 ช้อนชาเลยทีเดียว และสิ่งที่จะตามมาก็คือโรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองแตก และแคลอรี่ชาไข่มุก 1 แก้วประมาณ 300-400 กิโลแคลอรี่ กาแฟนี่ไม่เท่าไหร่แต่สารที่ใส่เข้าไปเติมนี่แหละที่เราต้องระวังมาก ๆ นี่คือสิ่งสำคัญ

                วันนี้เราก็ได้รู้ว่ากาแฟนั้นมีประโยชน์และโทษอย่างไรบ้างแล้วพอสมควรนะคะ ตอนนี้อาจจะทำให้หลาย ๆ คนรู้แล้วว่ากาแฟหรืออะไรก็ตามถ้าทานมากเกินไปอาจจะให้โทษ แต่ถ้าไม่ทานเลยก็อาจจะขาดแคลน ดังนั้นไม่ว่าจะทานอะไรเราก็ควรดูที่ความเหมาะสม ที่สำคัญเอาตัวเราเป็นหลักและอยู่ในทางสายกลางจะดีที่สุดค่ะ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงตามที่ปรารถนาไว้นะคะ

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

แนะนำ 10 อันดับเวย์โปรตีน สร้างกล้ามเนื้อ ซิกแพคแน่น ช่วยลดน้ำหนัก

แนะนำ 10 อันดับเวย์โปรตีน

หลายคนนิยมรับประทานเวย์โปรตีนเป็นอาหารเสริมโปรตีนควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเพื่อปรับปรุงการสังเคราะห์โปรตีนในกล้ามเนื้อและส่งเสริมการเติบโตของมวลกล้ามเนื้อแบบไร้ไขมัน ซึ่งเวย์โปรตีนเป็นหนึ่งในอาหารเสริมโปรตีนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากโปรตีนเป็นหนึ่งในจุลธาตุที่สำคัญที่สุดที่ร่างกายต้องการ โดยปกติเวย์โปรตีน จะอยู่ในรูปแบบผงและสามารถเติมลงไปในเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้อย่างง่ายดาย เพื่อเพิ่มปริมาณโปรตีนในแต่ละวัน ซึ่งเวย์โปรตีนทำมาจากนมที่ตกค้างในระหว่างการผลิตชีส และที่สำคัญเวย์ถือเป็นโปรตีนคุณภาพสูง เนื่องจากเป็นโปรตีนที่สมบูรณ์พร้อมด้วยกรดอะมิโนทั้ง 22 ชนิดที่ร่างกายต้องการจากแหล่งภายนอก และมีน้ำตาลแลคโตสต่ำ

โปรตีน

มีงานวิจัยมามากมายว่าการเพิ่มปริมาณโปรตีนในแต่ละวันอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อน้ำหนักตัวของเรา เนื่องจากโปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่อิ่มตัวมากที่สุดชนิดหนึ่ง และเวย์โปรตีนเป็นหนึ่งในแหล่งโปรตีนที่ดีที่สุดที่สามารถรวมไว้ในอาหารของคุณ บางครั้งการลดน้ำหนักก็ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่คุณได้รับจากอาหาร แต่เป็นสิ่งที่คุณใส่ลงไปในอาหารการเพิ่มโปรตีนให้มากขึ้นในแผนโภชนาการของคุณเป็นขั้นตอนง่ายๆเพียงขั้นตอนเดียวที่สามารถลดไขมันได้มากขึ้น โดยเวย์โปรตีนเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใส่ลงไปในอาหารของคุณได้ ซึ่งวันนี้เราก็จะมาพูดถึงข้อมูลเกี่ยวกับเวย์โปรตีนที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อและเหมาะสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก  พร้อมทั้งแนะนำ 10 อันดับเวย์โปรตีนเพิ่มกล้ามเนื้อและซิกแพค อีกทั้งยังช่วยลดน้ำหนัก จะเป็นอย่างไรบ้างตามมาดูกันเลยค่ะ

เวย์โปรตีน คืออะไร?

เวย์โปรตีนเป็นส่วนผสมของโปรตีนที่แยกได้จากเวย์ซึ่งเป็นส่วนที่เป็นของเหลวจากนมที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตชีส โดยนมมีโปรตีน 2 ประเภทหลักคือเคซีน (80%) และเวย์ (20%) ซึ่งเวย์มักพบได้ในส่วนที่เป็นน้ำของนม เมื่อผลิตชีสชิ้นส่วนไขมันของนมจะจับตัวเป็นก้อนและเวย์จะถูกแยกออกมา หลังจากนั้นเวย์จะต้องผ่านขั้นตอนการแปรรูปต่างๆ เพื่อให้ได้เวย์โปรตีนที่รักสุขภาพหลายคนรู้จักกันดีในปัจจุบัน โดยปกติจะมาในรูบแบบเป็นผงปรุงรสที่สามารถเติมลงในเชคทดแทนอาหารและโปรตีนบาร์ได้ ซึ่งเวย์โปรตีนไม่ได้มีรสชาติดีมากนัก และด้วยเหตุนี้จึงมักมีการปรุงแต่ง โดยการใส่ผงรสชาติลงไป เช่น ผงรสช็อคโกแลต ผงรสวานิลลา ผงรสสตรอเบอร์รี่ เป็นต้น  การรับประทานเวย์โปรตีนเป็นวิธีที่สะดวกในการเพิ่มโปรตีนให้แก่ร่างกายที่นอกเหนือจากที่คุณได้รับในแต่ละวัน 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้านสุขภาพ

เวย์โปรตีนเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้านสุขภาพที่อาจมีความสำคัญสำหรับนักเพาะกายและผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายเช่นเดียวกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักหรือขาดโปรตีนในอาหาร โดยได้มีบทวิจารณ์ที่ตีพิมพ์ในปี 2010 ใน European Food Safety Authority Journal ที่สรุปไว้ว่า เวย์โปรตีนช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อที่แสดงให้เห็นว่าได้ผลดีกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับโปรตีนประเภทอื่นๆ เช่น เคซีนหรือถั่วเหลือง เป็นต้น เวย์โปรตีนส่วนใหญ่สามารถใช้เพื่อเพิ่มรสชาติที่น่าทึ่งให้กับสูตรอาหารเพื่อสุขภาพได้

ประเภทเวย์โปรตีน มีอะไรบ้าง?

ผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีนในปัจจุบันมีทั้งหมด 3 ประเภทหลักใหญ่ๆ ได้แก่ เวย์โปรตีนเข้มข้น (WPC), เวย์โปรตีนไอโซเลท (WPI) และเวย์โปรตีนไฮโดรไลเสต (WPH) ซึ่งทั้ง 3 ประเภทนี้อาจแตกต่างกันไปในปริมาณโปรตีน และความสามารถในการย่อย ดังนี้

เวย์โปรตีนที่มีระดับไขมันต่ำ
  • เวย์โปรตีนเข้มข้น – WPC : เป็นเวย์โปรตีนที่มีระดับไขมันต่ำและระดับคาร์โบไฮเดรตต่ำ เปอร์เซ็นต์ของโปรตีนใน WPC ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของโปรตีน โดยความเข้มข้นระดับล่างมีแนวโน้มที่จะมีโปรตีน 30 เปอร์เซ็นต์และสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์
  • เวย์โปรตีนไอโซเลท – WPIs : เป็นเวย์โปรตีนที่ได้รับการประมวลผลเพิ่มเติมเพื่อขจัดไขมันและแลคโตสทั้งหมด WPI มักเป็นโปรตีนอย่างน้อย 90 เปอร์เซ็นต์
  • เวย์โปรตีนไฮโดรไลเสต – WPH : เป็นเวย์โปรตีนรูปแบบที่ “ถูกย่อย” เนื่องจากผ่านกระบวนการไฮโดรไลซิสบางส่วนซึ่งเป็นกระบวนการที่จำเป็นสำหรับร่างกายในการดูดซึมโปรตีน เวย์โปรตีนต้องการการย่อยอาหารเท่ากับเท่ากับเวย์โปรตีนอีก 2 ประเภทข้างต้น นอกจากนี้ WPH มักใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรตีนทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูตรสำหรับทารกเนื่องจากไม่ต้องใช้ระบบย่อยอาหารเหมือนประเภทอื่นและมีศักยภาพน้อยที่สุดในการก่อภูมิแพ้

เวย์โปรตีนสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่

เวย์โปรตีน
  • ในปัจจุบันมีชนิดผงโปรตีนหลากหลายชนิด แต่เวย์โปรตีนกลับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลที่ดีที่สุดสำหรับการลดน้ำหนัก นั่นเป็นเพราะภายในเวย์โปรตีนมีลิวซีนสูงซึ่งเป็นกรดอะมิโนโซ่กิ่ง (BCAA) ที่มีความสำคัญต่อการสร้างกล้ามเนื้อสลายไขมัน Leucine ยังช่วยให้คุณสามารถฟื้นตัวได้ดีขึ้นโดยการป้องกันความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย ดังนั้นการรับประทานเวย์โปรตีนควบคู่กับการออกกำลังกายถือเป็นตัวเลือกอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยในการลดน้ำหนัก นอกจากนี้โปรตีนไม่ว่าจะมาจากอาหารหรืออาหารเสริมยังมีประโยชน์ในการลดน้ำหนัก เพราะมันช่วยทำให้คุณอิ่มและป้องกันไม่ให้เกิดความอยากอาหาร ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และช่วยเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น แถมยังใช้แคลอรี่ในการย่อยมากกว่าไขมันและคาร์โบไฮเดรต และที่สำคัญช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ตลอดเวลา การบริโภคเวย์โปรตีนเป็นประจำสามารถช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและลดไขมันได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อและผู้ที่ต้องการให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งยังสามารถช่วยผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักได้อีกด้วย

    ประโยชน์จากการรับประทานเวย์โปรตีน

    เวย์โปรตีนเป็นมากกว่าแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์อื่น ๆ มากมาย ซึ่งรวมถึง lactoferrin, beta-lactoglobulin, alpha-lactalbumin และimmunoglobulins นอกจากนี้เวย์โปรตีนยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นสูง และยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนซีสเทอีนซึ่งช่วยเพิ่มระดับของกลูตาไธโอนต้านอนุมูลอิสระและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายโดยประโยชน์ของเวย์โปรตีนที่มีผลต่อร่างกายดังนี้

  • สามารถช่วยในการลดน้ำหนัก : มีงานวิจัยอย่าง Nutrition & Metabolism ได้การศึกษาหนึ่งคนจาก 158 คน ผู้ที่ได้รับเวย์โปรตีนจะมีการสูญเสียไขมันในร่างกายมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและแสดงให้เห็นว่ากล้ามเนื้อไม่ติดมันมากขึ้น เมื่อเทียบกับผู้ที่รับประทานเครื่องดื่มควบคุมชนิดอื่น
ลดคอเลสเตอรอล
  • สามารถลดคอเลสเตอรอล : จากการศึกษาวารสารโภชนาการของอังกฤษได้ให้อาหารเสริมเวย์โปรตีนกับผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกินถึง 70 คนภายในระยะเวลา12 สัปดาห์ จากนั้นวัดจำนวนพารามิเตอร์ เช่น ไขมันในเลือดและระดับอินซูลิน พบว่า คอเลสเตอรอลรวมและ LDL คอเลสเตอรอลลดลงอย่างมีนัยสำคัญในสัปดาห์ที่ 12 ในกลุ่มเวย์เมื่อเทียบกับกลุ่มเคซีน
  • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน : เวย์โปรตีนสามารถปรับปรุงการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในเด็กที่มีโรคหอบหืดได้จากการศึกษาเกี่ยวกับเด็ก 11 คนในวารสารนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์อาหารและโภชนาการ พบว่าเด็กที่เป็นโรคหอบหืดที่ได้รับเวย์โปรตีน 10 กรัมวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 1 เดือนจะมีการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่ดีมากขึ้น
  • ลดความดันโลหิตและลดความเสี่ยงโรคหัวใจกับโรคหลอดเลือด : งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในInternational Dairy Journal พบว่าเครื่องดื่มที่เสริมด้วยเวย์โปรตีนช่วยลดความดันโลหิตในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงได้อย่างมีนัยสำคัญ และความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ พร้อมทั้งลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองเช่นกัน
  • เสริมสร้างการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ : เวย์โปรตีนมีส่วนช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังช่วยลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย นอกจากนี้เวย์โปรตีนยังจัดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
กล้ามเนื้อไม่ติดไขมัน

นอกจากนี้เวย์โปรตีนยังสามารถลดน้ำตาลในเลือด และลดอาการเครียดและซึมเศร้าได้ อีกทั้งยังป้องกันมะเร็ง ลดอาการของโรคตับอักเสบ เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก และเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วย HIV ได้อีกด้วย

10 อันดับเวย์โปรตีน สร้างกล้ามเนื้อ และช่วยลดน้ำหนัก

เวย์โปรตีนเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยทำให้ร่างกายสามารถสร้างฮอร์โมนและเอนไซม์เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อและพัฒนากล้ามเนื้อไม่ติดไขมัน นอกจากนี้เวย์โปรตีนยังมีส่วนสำคัญในการช่วยลดน้ำหนักอีกด้วย นักโภชนาการและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารอ้างว่าสารอาหารจากเวย์โปรตีนนี้ช่วยทำให้คุณรู้สึกอิ่มและป้องกันความอยากอาหารระหว่างมื้ออาหารและที่สำคัญมีแคลอรี่ต่ำ ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีนมากมายหลายยี่ห้อ แต่จะมียี่ห้อไหนดีบ้าง? วันนี้เราก็ได้รวบรวม10 อันดับยี่ห้อเวย์โปรตีนที่ดีที่สุดที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ และช่วยลดน้ำหนักมาฝากทุกคน ดังนี้

  1. #Dymatize-Nutrition-ISO-100
  2. #Optimum-Nutrition-Gold-Standard-100%-Isolate
  3. #Vital-Proteins-Collagen-Peptides 
  4. #OPTIMUM-100%-Whey-Protein-Gold-Standard
  5. #Nitro-Tech-Ripped-Protein 
  6. #Vega-Protein-&-Greens
  7. #NOW-Sports-Nutrition-Soy-Protein-Isolate-Unflavored-Powder
  8. #Ms-SOY-ISOLATE  
  9. #Herbalife-Nutrition-protein-drink-mix
  10. #Garden-of-Life-RAW-Organic-Meal-

Dymatize Nutrition ISO 100

Dymatize Nutrition ISO 100

รายละเอียดสินค้า

ชื่อยี่ห้อ

Dymatize Nutrition ISO 100

บรรจุ

725 กรัม, 1,400 กรัม, 2,300 กรัม

ราคาโดยประมาณ

986-2,642 บาท

ปริมาณโปรตีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

โปรตีน 25 กรัม

จุดเด่น

ช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารดูดซึมเร็วขึ้น รองรับการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อและฟื้นฟูดูแลรักษากล้ามเนื้อ 

 

Dymatize Nutrition ISO 100 เป็นเวย์โปรตีนที่ให้โปรตีน 25g จากไฮโดรไลซ์ 100% ต่อหนึ่งมื้อ และ ISO100 ผ่านกระบวนการไมโครฟิลเตอร์และเป็นโปรตีนที่ผ่านหลายขั้นตอนในการให้บริสุทธิ์เพื่อให้ได้โปรตีนที่จำเป็นในการสร้างกล้ามเนื้อ แถมกระบวนการนี้ยังกำจัดคาร์โบไฮเดรต ไขมัน แลคโตส และคอเลสเตอรอลส่วนเกินออกไป ที่สำคัญ ISO100 ผลิตขึ้นด้วยแหล่งโปรตีนที่ผ่านกระบวนการไฮโดรไลซ์ ที่มีส่วนช่วยในการย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารที่รวดเร็วแก่ร่างกายของคุณ โดย  Dymatize Nutrition ISO 100 ประกอบด้วยน้ำตาล 1 กรัมหรือน้อยกว่า คาร์โบไฮเดรต 2 กรัมหรือน้อยกว่า และ 120 แคลอรี่หรือน้อยกว่าต่อหนึ่งมื้อ เป็นอาหารเสริมที่มีโปรตีนสูง และมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ เวย์โปรตีนยี่ห้อนี้มีค่าแคลอรี่ต่ำกว่า 120 ต่อหนึ่งมื้อ ISO 100 เป็นสูตรที่ได้รับการพัฒนาสูตรเพื่อการดูดซึมที่รวดเร็วและย่อยง่ายทำให้อิ่มง่ายเหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำหนักสุดๆเลยค่ะ

สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ >> Shopee, Lazada, iherb

Optimum Nutrition Gold Standard 100% Isolate

Optimum Nutrition Gold Standard 100% Isolate

รายละเอียดสินค้า

ชื่อยี่ห้อ

Optimum Nutrition Gold Standard 100% Isolate

บรรจุ

744 กรัม, 1.36 กิโลกรัม

ราคาโดยประมาณ

1,223-2,166 บาท

ปริมาณโปรตีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

โปรตีน 25 กรัม

จุดเด่น

ช่วยย่อยอาหารได้อย่างรวดเร็ว เสริมสร้างกล้ามเนื้อไขมันต่ำและมีคาร์โบไฮเดรตเพียงหนึ่งกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

 

Optimum Nutrition Gold Standard 100% Isolate เป็นผงโปรตีนที่มีส่วนผสมของเวย์โปรตีนและไฮโดรไลซ์ไอโซเลตที่ไม่เพียงช่วยให้ระบบย่อยอาหารได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังมีปริมาณโปรตีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภคมากกว่าเวย์โปรตีนทั่วไป ซึ่งเหมาะสำหรับการช่วยสร้างกล้ามเนื้อแบบไม่ติดไขมัน นอกจากนี้เวย์โปรตีนยี่ห้อนี้ยังมีไขมันต่ำและมีคาร์โบไฮเดรตเพียงหนึ่งกรัมเท่านั้น เป็นเวย์โปรตีนที่ผ่านการไฮโดรไลซ์และผ่านกระบวนการกรองที่พิเศษเพื่อแยกไขมัน คอเลสเตอรอล และน้ำตาลส่วนเกินออก มีส่วนผสมของกรดอะมิโนที่ช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารง่ายขึ้นเหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพ และคนที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักมากๆเลยค่ะ

สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ >> Lazada, iherb

Vital Proteins Collagen Peptides

Vital Proteins Collagen Peptides

รายละเอียดสินค้า

ชื่อยี่ห้อ

Vital Proteins Collagen Peptides

บรรจุ

284 กรัม, 567 กรัม

ราคาโดยประมาณ

813-1,398 บาท

ปริมาณโปรตีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

โปรตีน 18 กรัม

จุดเด่น

ปราศจากกลูเตนและปราศจากน้ำตาลหรือสารเพิ่มความหวาน กระตุ้นการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อและช่วยต่อต้านความหิว ช่วยทำให้ผิวเปล่งปลั่ง  ไม่มีรสไม่มีกลิ่น

 

Vital Proteins Collagen Peptides เป็นผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีนที่มีส่วนผสมของโปรตีน 18 กรัมเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อและช่วยต่อต้านความอยากอาหาร และมีผงคอลลาเจนเปปไทด์ที่ใช้งานทางชีวภาพได้ถึง 20 กรัมซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพข้อต่อและกรดไฮยาลูโรนิกเพื่อทำให้ผิวหนังดูเปล่งปลั่ง  เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งหมด ปราศจากกลูเตนและปลอดสาร BPA ปราศจากน้ำตาลหรือสารเพิ่มความหวาน และด้วยความที่เป็นเวย์โปรตีนที่มีส่วนผสมคอลลาเจนเปปไทด์ จึงมีรสชาติที่ไม่ถือว่าแย่เท่าไร ทำให้เหมาะอย่างยิ่งที่จะเติมลงไปในน้ำกาแฟ สมูทตี้หรือสูตรอาหารอื่น ๆ 

สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ >> Shopee, Lazada, iherb

OPTIMUM 100% Whey Protein Gold Standard

OPTIMUM 100% Whey Protein Gold Standard

รายละเอียดสินค้า

ชื่อยี่ห้อ

OPTIMUM 100% Whey Protein Gold Standard

บรรจุ

454 กรัม, 907 กรัม, 2.27 กิโลกรัม

ราคาโดยประมาณ

765-2,333 บาท

ปริมาณโปรตีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

โปรตีน 24 กรัม

จุดเด่น

ช่วยฟื้นฟูและเสริมสร้างการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ

 

OPTIMUM 100% Whey Protein Gold Standard เป็นเวย์โปรตีนในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุดและเป็นส่วนประกอบหลักเป็น เป็น Whey Protein Isolate ซึ่งมากกว่าทุกๆ ยี่ห้อ ซึ่งทำให้มีปริมาณโปรตีนสูงที่สุด ถึง 24 กรัม ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค มีส่วนผสมของ HydroWhey หรือ Hydrolyzed Whey Protein Isolate ซึ่งผ่านกระบวนการ Peptide ที่ช่วยทำให้การดูดซึมได้เร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ OPTIMUM 100% Whey Protein Gold Standard ยังมีการใช้ Lactase และ Aminogen® ในการผลิตซึ่งเป็นเอมไซน์ช่วยย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้เร็วยิ่งขึ้น และร่างกายสามารถสังเคราะห์โปรตีน และกรดอะมิโนแอซิดต่างๆที่จำเป็นต่อการนำไปใช้ได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล และสารให้ความหวาน Aspartame ที่เป็นอันตราย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ Whey Protein คุณภาพสูงในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และฟื้นฟูกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็วค่ะ

สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ >> Shopee, Lazada, iherb

Nitro Tech Ripped Protein

Nitro Tech Ripped Protein

รายละเอียดสินค้า

ชื่อยี่ห้อ

Nitro Tech Ripped Protein

บรรจุ

1.8 กิโลกรัม

ราคาโดยประมาณ

1,899

ปริมาณโปรตีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

โปรตีน 30 กรัม 

จุดเด่น

เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยสลายไขมันและสนับสนุนการลดน้ำหนัก

 

Nitro Tech Ripped Protein เป็นเวย์โปรตีนเปปไทด์คุณภาพสูงสุดของแบรนด์ MuscleTech เป็นโปรตีนที่สะอาดและบริสุทธิ์ที่สุด พร้อมส่วนผสม C. canephora robusta ซึ่งเป็นส่วนผสมลดน้ำหนักที่ผ่านการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยเผาผลาญไขมัน ถือเป็นสุดยอดเวย์โปรตีนที่มีได้รับการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์เข้ากับ CLA, MCTs, L-carnitine L-tartrate, สารสกัดจากโรสฮิปและสาหร่ายทะเล ช่วยสนับสนุนการลดน้ำหนักและการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง พิสูจน์ได้จากแบรนด์อาหารเสริมยอดขายอันดับ 1 ของอเมริกา ซึ่งสูตรนี้เป็นสูตรพิเศษที่ได้รับการปรับแต่งอย่างดีที่สมบูรณ์และรสชาติที่ยอดเยี่ยม

สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ >> Shopee

Vega Protein & Greens

Vega Protein & Greens

รายละเอียดสินค้า

ชื่อยี่ห้อ

Vega Protein & Greens

บรรจุ

760 กรัม, 814 กรัม

ราคาโดยประมาณ

1,366 บาท

ปริมาณโปรตีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

โปรตีน 20 กรัม

จุดเด่น

ช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้ความหวานด้วยหญ้าหวาน, มีกรดอะมิโนที่จำเป็นทั้ง 9 ชนิด

ทำด้วยผักสีเขียว, เป็นตัวเลือกของอาหารมังสวิรัติ

 

Vega Protein & Greens เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเวย์โปรตีนที่มีสารอาหารมากมายที่น่าสนใจอย่างโปรตีนถั่ว โปรตีนข้าวกล้อง และโปรตีน sacha inchi ที่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นทั้ง 9 ชนิด ถือเป็นโปรตีนมังสวิรัติที่ทำจากผักสีเขียว ได้แก่ คะน้าออร์แกนิก อัลฟัลฟ่าออร์แกนิก บรอกโคลีและผักโขม พร้อมกับ PROTEIN PLUS VEGETABLES ที่ช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับทุกวันของคุณ และใช้หญ้าหวานเพื่อให้ความหวานแทนน้ำตาล มีแคลอรี่เพียง 120 แคลอรี่ต่อหนึ่งมื้อ แถมมีกลิ่นให้เลือก 2 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นวานิลลาและกลิ่นช็อกโกแลต เหมาะสำหรับเป็นผงโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย 

สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ >> iherb

NOW Sports Nutrition Soy Protein Isolate Unflavored Powder

NOW Sports Nutrition Soy Protein Isolate Unflavored Powder

รายละเอียดสินค้า

ชื่อยี่ห้อ

NOW Sports Nutrition Soy Protein Isolate Unflavored Powder

บรรจุ

544 กรัม, 907 กรัม

ราคาโดยประมาณ

417- 834 บาท

ปริมาณโปรตีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

โปรตีน 20 กรัม

จุดเด่น

โปรตีนถั่วเหลืองที่ไม่มีการปรุงแต่ง, ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและมีเส้นใยอาหารสูง, ปราศจากคาร์โบไฮเดรต

 

NOW Sports Nutrition Soy Protein Isolate Unflavored Powder เป็นผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีนจากถั่วเหลืองบริสุทธิ์มีไฟโตเอสโทรเจนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ พร้อมกรดอะมิโนที่ดีเยี่ยม และโปรตีนที่เป็นประโยชน์ เช่น genistein และ daidzeinอีกทั้งไม่มีการปรุงแต่ง ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและมีเส้นใยอาหารสูง เป็นเวย์โปรตีนมีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลต่ำ อาจลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ที่สำคัญยังปราศจากคาร์โบไฮเดรต เหมาะกับผู้ที่รักสุขภาพ และผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก เราแนะนำให้เพิ่ม NOW Sports Nutrition Soy Protein Isolate Unflavored Powder ลงไปในในสมูทตี้ผลไม้และผักที่ผสมเข้าด้วยกันเพื่อเสริมเส้นใยอาหารและทำให้อิ่มเร็วขึ้น

สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ >> iherb

Ms SOY ISOLATE

Ms SOY ISOLATE

รายละเอียดสินค้า

ชื่อยี่ห้อ

Ms SOY ISOLATE

บรรจุ

800 กรัม, 907 กรัม

ราคาโดยประมาณ

449 บาท

ปริมาณโปรตีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

โปรตีน 27 กรัม

จุดเด่น

สกัดจากถั่วเหลืองแท้ 100%, เสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ หุ่นสวยกระชับ, ดื่มง่าย, ปราศจากไขมันและคอเลสเตอรอล

 

Ms SOY ISOLATE เป็นผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีนที่สกัดจากถั่วเหลืองแท้ 100% ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่แพ้นมวัว เป็นเวย์โปรตีนที่ปราศจากโคเลสตอรอล ปราศจากไขมัน ไม่มีน้ำตาล มี BCAA 4 กรัม ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว มี GLUTAMINE 5.2 กรัม ช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีกรดอะมิโนที่จำเป็นและสารอาหารครบถ้วน ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและลดไขมันเพื่อหุ่นกระชับร่างกายแข็งแรง มีแรงและกำลังมากยิ่งขึ้น ไม่ซูบ แถมยังมีรสชาติให้เลือก2 รสคือ รสธรรมชาติ รสจืดและรสช็อกโกแลตหวานน้อยให้เลือก อีกทั้งยังเป็นผงโปรตีนที่ละลายไวไม่เป็นก้อนและดื่มง่ายอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำและผู้ที่กำลังลดน้ำหนักหรือกำลังคุมอาหาร

สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ >> Lazada

Herbalife Nutrition protein drink mix

Herbalife Nutrition protein drink mix

รายละเอียดสินค้า

ชื่อยี่ห้อ

Herbalife Nutrition protein drink mix

บรรจุ

550 กรัม

ราคาโดยประมาณ

958-969 บาท

ปริมาณโปรตีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

8 กรัม

จุดเด่น

โปรตีนไขมัน 0%, ดื่มง่าย, ปรับสมดุลของร่างกาย, ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง,ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของกระดูก

 

Herbalife Nutrition protein drink mix เป็นผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีนที่สกัดจากถั่วเหลืองตามธรรมชาติ พร้อมทั้งให้สารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ตามที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับทุกวันในปริมาณที่เหมาะสม ประกอบด้วย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และเกลือแร่ต่าง ๆ มาพร้อมกับกรดอะมิโน 18 ชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย และที่สำคัญกรดอะมิโนในจำนวนนี้มีอยู่ 9 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย เสริมสร้างภูมิต้านทาน และซ่อมแซมส่วนที่บกพร่องของร่างกายให้เป็นปกติ อีกทั้งยังช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส และช่วยทำให้สดชื่น นอนหลับสบาย บรรเทาอาการปวดหลัง ข้อ กระดูก และช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น ทำให้เวย์โปรตีนสามารถรับประทานได้แม้กระทั่งผู้สูงวัย นอกจากนี้ยังมีไขมันเป็น 0%และแคลลอรี่ต่ำเพียง 90 กิโลแคลลอรี่ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก แถมยังมีซีลีเนียมที่ช่วยพัฒนา IQ อีกด้วย และมีกลิ่นให้เลือก 6 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นวนิลลา กลิ่นคุ้กกี้แอนด์ครีม กลิ่นสตรอเบอรี่ กลิ่นช็อคโกแลต กลิ่นช็อคโกแลตมินต์ และกลิ่นคาเฟ่ลาเต้  

สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ >> Shopee

Garden of Life RAW Organic Meal 

Garden of Life RAW Organic Meal

รายละเอียดสินค้า

ชื่อยี่ห้อ

Garden of Life RAW Organic Meal

บรรจุ

454 กรัม, 907 กรัม

ราคาโดยประมาณ

954-1,775 บาท

ปริมาณโปรตีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

โปรตีน 20 กรัม

จุดเด่น

ช่วยสร้างกล้ามเนื้อไม่ติดไขมันและเพิ่มพลังงานด้วยการทดแทนมื้ออาหาร, เป็นผงโปรตีนมังสวิรัติ

 

Garden of Life RAW Organic Meal เป็นผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีนที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อทดแทนมื้ออาหาร และมีการควบคุมแคลอรี่ที่ได้รับอยู่ในระดับที่ไม่สูงและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยมีส่วนผสมโปรตีนจากพืชออร์แกนิกที่สะอาด 20 กรัม พร้อมสารอาหาร 44 ชนิดรวมทั้งน้ำหญ้าออร์แกนิก ผลไม้และผักที่มีไฟเบอร์ ที่สำคัญเวย์โปรตีนนี้ทำจากโปรตีนถั่ว โปรตีนข้าวกล้องและเมล็ดธัญพืช รวมทั้งลูกเดือย ควินัว ดอกบานไม่รู้โรย และเมล็ดพืช เช่นเชียแฟลกซ์ และถั่วเลนทิล เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ที่ต้องการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ รวมทั้งผู้ที่ขาดสารอาหาร หรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ >> Shopee, iherb

วิธีการบริโภคเวย์โปรตีนเพื่อลดน้ำหนัก

วิธีกินเวย์

สำหรับวิธีกินเวย์เพื่อลดน้ำหนัก เราแนะนำให้เพิ่มเวย์โปรตีนกับน้ำโยเกิร์ตหรือนมของคุณขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณต้องการจะผสม นอกจากนี้ยังสามารถบริโภคเวย์โปรตีน 1 ช้อนเป็นของว่าง เพื่อส่งเสริมความอิ่มท้อง และช่วยในการลดน้ำหนักได้อีกด้วย ห้ามใช้ผงเวย์โปรตีนที่มีน้ำตาลสูง เพราะอาจทำให้น้ำหนักของคุณเพิ่มมากกว่าลดได้ นอกจากนี้เวย์โปรตีนยังย่อยได้เร็วกว่าโปรตีนชนิดอื่น ๆ และช่วยให้คุณมีระบบย่อยอาหารที่ดี อีกทั้งยังช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากอีกด้วย

หากคุณมีข้อสงสัยว่าเวย์จะช่วยคุณในการลดน้ำหนักได้หรือไม่ ตอนนี้ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเราสามารถผสมเวย์โปรตีนลงในอาหารลดน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย แต่จำไว้ว่ามันจะทำให้เราได้ผลลัพธ์ที่ต้องการหากเราทุ่มเทอย่างหนักในการออกกำลังกายด้วยเช่นกันค่ะ!

บทส่งท้าย

ลดอาการอยากอาหาร

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะทุกคน สำหรับสาระความรู้เกี่ยวกับเวย์โปรตีนเพื่อลดน้ำหนัก และ10 อันดับเวย์โปรตีน ที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซิกแพค อีกทั้งยังช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งเวย์โปรตีนเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณได้รับธาตุอาหารหลักที่จำเป็นในปริมาณที่เหมาะสมในอาหารประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังพยายามลดน้ำหนักการรับประทานเวย์โปรตีนก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะโปรตีนเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ความร่างกายมีความสามารถสร้างฮอร์โมนและเอนไซม์เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อและพัฒนากล้ามเนื้อไม่ติดไขมัน โดยนักโภชนาการและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารอ้างว่าธาตุอาหารหลักจากเวย์โปรตีนนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มและสามารถลดอาการอยากอาหาร นอกจากนี้คุณควรออกกำลังกายควบคู่กับการรับประทานเวย์โปรตีนไปด้วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมที่สุด

Author

นักเขียนดี

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน นักเขียนออยนะคะ ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบทความแนวแนะนำสินค้า, เทคโนโลยี,สาระความรู้, แฟชั่น และGraphic Design ด้วยความที่ส่วนตัวชอบทำอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีงานเขียนแนวใหม่ๆออกมา ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

Contact >> Instagram, Facebook, Line

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารเพื่อสุขภาพเสริมสร้างกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุน

อาหารเพื่อสุขภาพเสริมสร้างกระดูก

อาหารเพื่อสุขภาพเสริมสร้างกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุน

                แคลเซียมเป็นกุญแจสำคัญของสุขภาพกระดูกตลอดชีวิต เรียนรู้วิธีการกินเพื่อเสริมสร้างกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุน

แคลเซียมมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร

แคลเซียมมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร?

                แคลเซียมเป็นสารอาหารหลักที่พวกเราหลายคนมองข้ามในอาหารของเรา เกือบทุกเซลล์ในร่างกายใช้แคลเซียมไม่ทางใดก็ทางหนึ่งรวมถึงระบบประสาทกล้ามเนื้อและหัวใจ ร่างกายของเราใช้แคลเซียมในการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรงรักษาความแข็งแรงเมื่ออายุมากขึ้นส่งข้อความผ่านระบบประสาทช่วยให้เลือดแข็งตัวกล้ามเนื้อหดตัวและควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ

                หากเราได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอในอาหารร่างกายของเราจะนำมันออกจากกระดูกเพื่อให้แน่ใจว่าเซลล์ทำงานเป็นปกติซึ่งอาจนำไปสู่กระดูกอ่อนแอหรือโรคกระดูกพรุน การขาดแคลเซียมอาจทำให้เกิดปัญหาทางอารมณ์เช่นหงุดหงิดวิตกกังวลซึมเศร้าและนอนหลับยาก

แคลเซียมและโรคกระดูกพรุน

                โรคกระดูกพรุนเป็นโรค“ เงียบ” โดยมีการสูญเสียมวลกระดูก เนื่องจากกระดูกอ่อนแอการแตกหักจึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ร้ายแรง ผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุนมักจะไม่ฟื้นตัวหลังการหกล้มและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองในผู้หญิงโดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ชายยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน แต่มักจะช้ากว่าผู้หญิง 5 ถึง 10 ปี สำหรับคนส่วนใหญ่โรคกระดูกพรุนสามารถป้องกันได้และการได้รับแคลเซียมเพียงพอในอาหารของเราเป็นจุดเริ่มต้น

เราต้องการแคลเซียมเท่าไร?

  • แรกเกิดถึง 6 เดือน 200 มก. / วัน 200 มก. / วัน
  • 6 ถึง 12 เดือน 260 มก. / วัน 260 มก. / วัน
  • 1 ถึง 3 ปี 700 มก. / วัน 700 มก. / วัน
  • 4-8 ปี 1,000 มก. / วัน 1,000 มก. / วัน
  • 9 ถึง 18 ปี 1,300 มก. / วัน 1,300 มก. / วัน
  • 19 ถึง 50 ปี 1,000 มก. / วัน 1,000 มก. / วัน
  • 51 ถึง 70 ปี 1,000 มก. / วัน 1,200 มก. / วัน
  • 71 ปีขึ้นไป 1,000 มก. / วัน 1,000 มก. / วัน

ที่มา: สถาบันสุขภาพแห่งชาติ

อาหารเป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีที่สุด

                แพทย์แนะนำให้เราได้รับแคลเซียมในแต่ละวันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จากอาหารและใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในปริมาณต่ำเท่านั้นเพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดแคลน ร่างกายของเราสามารถดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้ดีกว่าอาหารเสริม ในความเป็นจริงการศึกษาแสดงให้เห็นว่าแม้ว่าผู้ที่รับประทานอาหารเสริมแคลเซียมจะมีปริมาณที่มากขึ้นโดยเฉลี่ย แต่ผู้ที่ได้รับแคลเซียมจากอาหารจะมีกระดูกที่แข็งแรงกว่า นอกจากนี้การใช้อาหารเสริมแคลเซียมในปริมาณสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วในไตและโรคหัวใจแหล่งแคลเซียมที่ดี ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากนมผักใบเขียวปลาบางชนิดข้าวโอ๊ตและธัญพืชอื่น ๆ เต้าหู้กะหล่ำปลีสควอชฤดูร้อนถั่วเขียวกระเทียมผักทะเลและอาหารเสริมแคลเซียมเช่นซีเรียลและน้ำส้ม

 

Categories
เกร็ดความรู้

อยากมีผิวสวยใช้ผลิตภัณฑ์ ตัวไหนในการขัดผิว

อยากมีผิวสวยใช้ผลิตภัณฑ์

อยากมีผิวสวยใช้ผลิตภัณฑ์ ตัวไหนในการขัดผิว

                การขัดผิวโดยใช้ผลิตภัณฑ์เช่น สครับเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผิวที่มีชีวิตชีวาและเปล่งประกายในทุกช่วงอายุการดูแลผิวพรรณให้สวยงาม เรียบเนียน และมีสุขภาพดีนั้น นอกจากการทาครีมบำรุงแล้ว การใช้ สครับขัดผิว ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับการดูแลผิวมีหน้าที่หลักในการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วผ่านการขัดผิวรวมทั้งทำความสะอาดผิวและเพิ่มการไหลเวียนโลหิตของร่างกายเช่นกัน วันนี้เราจึงมีผลิตภัณฑ์ตัวช่วยสำรับการขัดผิวสวยมาฝากกัน

ผลิตภัณฑ์ขัดผิวสำหรับผิวสวย

ขมิ้น

                ขมิ้นช่วยจัดการการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บนผิวหนังช่วยขจัดแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวและป้องกันการติดเชื้ออื่น ๆ ไม่ให้แพร่กระจาย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณที่สำคัญในการต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพปรับสมดุลการหลั่งซีบัมและช่วยทำความสะอาดรูขุมขนจะทำให้ผิของคุณเป็นผิวที่สวยได้ทันที่หลังการทำ

Salt Scrub

                ประโยชน์ของการขัดผิวด้วยเกลือคือไม่เพียง แต่ช่วยผลัดเซลล์ผิวนำไปสู่ผิวที่เนียนนุ่มและมีสุขภาพดีเท่านั้น แต่ยังมีสรรพคุณที่ช่วยกระตุ้นการขับสารพิษอีกด้วย ด้วยการกระตุ้นระบบน้ำเหลืองการขัดผิวด้วยเกลือสามารถช่วยให้ร่างกายของเราล้างพิษตามธรรมชาติช่วยให้เรากำจัดสารพิษที่ตกค้างในร่างกายได้ดีอีกด้วย

กากกาแฟ

กากกาแฟ

                กาแฟถือเป็นตัวช่วยขัดผิวได้ดี นอกจากการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วกากกาแฟยังช่วยลดการเกิดเซลลูไลท์ได้เนื่องจากคาเฟอีนมีผลในการกระชับ โดยกากกาแฟจะช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนและเนียนนุ่ม การนวดยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดดังนั้นจึงมีผิวสุขภาพดีสำหรับคุณด้วย

มะขาม

                มะขามถือเป็นตัวช่วยสำหรับการสครับผิวที่ดีที่สุดเช่นกัน โดยในอดีตก็ใช้มะขามในการสครับผิวเช่นกัน เนื่องจากมีวิตามินซีที่ยอดเยี่ยมมะขามจึงช่วยขจัดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำอย่างอ่อนโยนและลดสัญญาณแห่งวัยเพื่อเผยผิวที่เนียนนุ่มและเปล่งประกาย

                จะเห็นได้ว่าโดยภาพรวมแล้วประโยชน์ของการขัดผิวคือผิวของคุณจะมีลักษณะที่เรียบเนียนสม่ำเสมอมากขึ้นและคุณจะดูมีชีวิตชีวาด้วยความเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์เกี่ยวกับตัวคุณให้คุณมีผิวสวยและใสอีกครั้งจากการขัดผิว ดังนั้นควรใช้สครับขัดผิวที่มีคุณภาพและที่สำคัญเลือกใช้สครับที่เหมาะสำหรับผิวของคุณหลังจากสครับผิวแล้วสิ่งที่สำคัญคือการทาครีมบำรุง และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะสครับผิวในทุกวัน