Categories
ดูแลร่างกาย

จัดโต๊ะทำงานเพียงครั้งเดียว ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้อย่างไร

จัดโต๊ะทำงานเพียงครั้งเดียว-ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้อย่างไร

ทุกคนทราบหรือไม่ว่าโต๊ะทำงานมีความสัมพันธ์กับสุขภาพจิตของเราอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ปัจจุบันเราใช้เวลาอยู่กับโต๊ะทำงานมากขึ้นเฉลี่ยแล้ววันละ 10 ชั่วโมงซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยดังนั้นแล้วเราควรให้ความสำคัญกับการดูแลโต๊ะทำงานของเราให้ออกมา เป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงามเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้เรามีความรู้สึกดีดีในการทำงานมากยิ่งขึ้นรวมถึงส่งผลให้งานของเราออกมาสำเร็จและมีประสิทธิผลมากขึ้นอีกด้วยเทคนิคการจัดโต๊ะทำงานง่ายๆที่จะทำให้ทุกคนสามารถมีโต๊ะทำงานที่สวยและสะอาดเรียบร้อยเป็นของตัวเอง

จัดโต๊ะทำงานเพียงครั้งเดียว-ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้อย่างไร

 ต้นไม้เพิ่มสีสัน

ช่วงนี้กระแสการปลูกต้นไม้กำลังเป็นที่นิยมการที่เรามีสิ่งสีเขียวมาประดับไว้บนโต๊ะทำงานของเราก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้โต๊ะทำงานของเราดูมีชีวิตชีวาและน่ามองยิ่งขึ้น ยิ่งในขณะที่เราเหนื่อยล้าจากการทำงานหรือมองหน้าจอคอมพิวเตอร์บ่อยครั้งการได้มองสิ่งที่เป็นจุดพักสายตาเช่นต้นไม้บนโต๊ะทำงานจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นนอกจากนี้ยังมีการวิจัยพบว่าต้นไม้จะช่วยลดความดันโลหิตและช่วยให้งานของเราสำเร็จมากยิ่งขึ้น

 เก็บของให้เป็นระเบียบด้วยอุปกรณ์จัดเก็บ

การที่เรามีโต๊ะทำงานที่เป็นระเบียบได้สิ่งหนึ่ง ที่สำคัญในการให้โต๊ะของเราออกมาดูดี และเรียบร้อยคือการมีอุปกรณ์ตัวช่วยเสริมอยากอุปกรณ์จัดเก็บซึ่งจะมาในรูปแบบของกล้องหรือตัวหนีบต่างๆให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสามารถทำให้เราหางานได้ง่ายขึ้นรวมถึง จัดลำดับความสำคัญของงานแต่ละประเภทได้ง่าย และสะดวกมากขึ้นนอกจากจะสะดวกกับงานแล้วยังทำให้สภาพอารมณ์ของเราบนโต๊ะทำงานมีการแบ่งลำดับสิ่งของเป็นระเบียบมากกว่าความสับสนวุ่นวาย

 กระดาษโน้ตเพิ่มสีสัน

แน่นอนว่ากระดาษโน้ตเป็นสิ่งสำคัญที่จะ ทำให้เราสามารถรู้และทราบได้ว่างานที่เราต้องทำมีอะไรบ้างรวมถึงเป็นจุดย้ำเตือนของงานแต่ละประเภทว่า ควรทำงานไหนมาเป็นลำดับก่อนหลังนอกจากนี้ยังมีการวิจัยพบว่ากระดาษโน้ตแต่ละสีให้ความจำที่แตกต่างกันรวมถึงให้ความผ่อนคลายที่แตกต่างกันอีกด้วยดังนั้นแล้วควรเลือกกระดาษโน้ตตามประเภทสีของการใช้งานที่เหมาะสมจะ ทำให้เราไม่เครียดกับงานมากเกินไปรวมถึงยังมีการเพิ่มสีสันให้กับโต๊ะทำงานของเราดูน่ามองอีกด้วย

สีโต๊ะทำงานเสริมอารมณ์

สีโต๊ะทำงานก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเสริมและกระตุ้นอารมณ์ในการทำงานให้เรามีความอยากทำมากยิ่งขึ้นยิ่งหากใช้สีที่ดึงดูดและรู้สึกผ่อนคลาย จะทำให้เราอยากที่จะนั่งโต๊ะทำงานยาวยาวแต่แน่นอนว่าเมื่อเราต้องทำงานในบริษัทหรือออฟฟิศต่างๆเราไม่สามารถเลือกสีโต๊ะทำงานเองได้เราจึงมีวิธีเลือกที่ง่ายกว่านั้นคือการคุมโทนสีโต๊ะให้ไปในทิศทางเดียวกันเช่นหากเราใช้ปากกาสีชมพูก็ใช้แฟ้มหรือ อุปกรณ์จัดเก็บที่เป็นสีชมพูไม่รวมสีกันจนมากเกินไปจะทำให้โต๊ะทำงานของเราไม่น่ามอง

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเทคนิคต่างๆที่จะช่วยให้โต๊ะทำงานของเรามีระเบียบมากยิ่งขึ้นหลายคนอาจมองว่าโต๊ะทำงานเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญอะไรมากแต่แท้จริงแล้วโต๊ะทำงานนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตของเราเป็นระเบียบมากขึ้น และช่วยจัดการให้ชีวิตของเราในแต่ละวันรู้สึกดีขึ้นแน่นอนว่าการจัดโต๊ะทำงานเป็นเรื่องที่ใหญ่ เพราะด้วยเอกสารต่างๆที่เคยมีอาจทำให้การจัดโต๊ะทำงานในวันเดียวเป็นเรื่องยากอย่างไรก็ตามลองปรับจากสิ่งของที่วางอยู่บนโต๊ะให้เป็นระเบียบก่อนก็ได้หากทุกอย่างอยู่ในที่ที่บง่ายและสะดวกก็จะทำให้การทำงานราบรื่นขึ้นและ ส่งผลดีต่อเนื้องานของเราด้วย

สล็อตฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา

Categories
ดูแลร่างกาย

กาแฟจะให้คุณหรือโทษนั้นขึ้นอยู่กับเรา

กาแฟจะให้คุณหรือโทษนั้นขึ้นอยู่กับเรา

กาแฟจะให้คุณหรือโทษนั้นขึ้นอยู่กับเรา

                กาแฟเป็นอาหารที่อยู่กับมนุษย์เรามาช้านาน ในกาแฟมีสารออกฤทธิ์ก็คือคาเฟอีน และในกาแฟก็ยังมีสารออกฤทธิ์อีกหลายอย่างเลยค่ะ วันนี้เราจะแยกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ประโยชน์ของกาแฟและข้อเสียของกาแฟ แน่นอนค่ะว่ากาแฟหรืออาหารทุกชนิดบนโลกนี้เราไม่สามารถตอบได้เต็มปากว่าอะไรดี อะไรไม่ดี เพราะตัวอาหารต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นมาจากธรรมชาติให้มีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครรับประทานแล้วดี ใครรับประทานแล้วไม่ดี กาแฟก็เช่นกัน ทุกอย่างที่เป็นอาหารต้องดำเนินตามทางสายกลาง ทานเยอะเกินไปอาจจะให้โทษได้ หรือถ้าทานน้อยเกินไปอาจจะไม่ออกฤทธิ์  

               ก่อนจะไปเรื่องประโยชน์และโทษของกาแฟ หลายคนคงสงสัยว่าทำไมบางคนกินกาแฟแล้วดี ทำไมคนกินกาแฟก่อนนอนแล้วหลับได้ บางคนกินแค่ช่วงบ่ายกลางคืนก็นอนไม่หลับ ทำไมมนุษย์เราแต่ละคนต่างกัน ในปัจจุบันมีการวิจัยออกมารองรับแล้วว่าร่างกายมนุษย์ไม่เหมือนกันสักคน โดยเฉพาะเรื่องยีนส์ หรือ Genetics ยีนหรือรหัสพันธุกรรมในร่างกายของเรานี้จะมีอยู่ประมาณ 2-3 ยีนส์ในปัจจุบันที่วิจัยว่ามีส่วนรับผิดชอบสำคัญในเรื่องของการจัดการขจัดคาเฟอีนในร่างกายเรา เวลาเรารับประทานกาแฟหรืออะไรก็ตามที่มีคาเฟอีนก็จะถูกเข้าไปในร่างกายเพื่อออกฤทธิ์ คาเฟอีนนั้นเวลาเราทานประมาณ 20 นาทีจะเข้าไปอยู่ในกระแสเลือดและเริ่มออกฤทธิ์แล้ว โดยจะออกฤทธิ์สูงสุดประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อเราทานกาแฟไปแล้วอีก 1 ชั่วโมงก็จะออกฤทธิ์ทำให้รู้สึกกะปรี้กะเปร่า ทำงานได้

กาแฟ
ภาพจาก : khundee

ประโยชน์ของกาแฟ

               1.กาแฟเนี่ยเป็นแหล่งอาหารสำคัญของ สารต้านอนุมูลอิสระ ในเมล็ดกาแฟมีสาร Antioxidant เยอะมาก อยู่ในระดับต้น ๆ ของอาหารทั้งหมดเลย และมีหลายบริษัทที่เขานำเมล็ดกาแฟไปทำเป็นครีมทาหน้า ทำเป็นแมสก์เพื่อเอาไว้แมสก์หน้า ซึ่งสรรพคุณในด้านสารต้านอนุมูลอิสระในเมล็ดกาแฟประกอบไปด้วยวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 หรือ Riboflavin วิตามินบี 3 หรือ Niacin วิตามินบี 5 หรือ Pantothenic acid โฟลิก หรือวิตามินบี 9 มีแมงกานีส โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส นี่คือประโยชน์ของเมล็ดกาแฟ

               2.เมื่อกาแฟมีสารคาเฟอีนอยู่ในนั้นเยอะก็จะมีฤทธิ์กระตุ้นสมอง ก็คือคาเฟอีนไปยับยั้งการออกฤทธิ์ของสารที่ชื่อว่าอะดีโนซีน ซึ่งสารอะดีโนซีนตัวนี้มีฤทธิ์ผ่อนคลายสมองทำให้เราง่วงนอนเพราะคาเฟอีนไปหยุดสมองก็ตื่นตัว เพราะว่าตัวหนึ่งที่ทำให้อยากง่วงอยากนอนผ่อนคลาย โดยหยุดไว้แล้วทำให้สมองหลั่งฮอร์โมนหรือว่าสารที่กระตุ้นสมองมากขึ้นก็คือโดปามีน นอร์เอพิเนฟริน ทำให้เราสมองตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า นั่นก็คือเคล็ดลับที่ซ่อนอยู่ว่าทำไมเวลาเราทานกาแฟเข้าไปอีกสัก 20 นาทีเริ่มมาแล้วสัก 1 ชั่วโมงรู้สึกทำงานได้ จริง ๆ แล้วนี่คือสิ่งสำคัญว่าในปัจจุบันที่คนเรานอนไม่ดี มีคุณภาพน้อยลง นอนดึก นั่งสมาธิน้อย หลับไม่ลึก พอตื่นมาพลังเราก็ขาดแคลน พลังเราขาดแคลนเราก็เติมอาหารกระตุ้นเข้าไป ถ้าวันสองวันทำบางครั้ง นาน ๆ ทำทีคงไม่เป็นไร แต่หลายคนทำแบบนี้เป็นกิจวัตรประจำวันทำให้เกิดผลเสียไม่ใช่ยาวิเศษที่เวลานอนไม่อิ่มแล้วตอนเช้ามาก็เติมกาแฟเข้าไป 1 แก้ว แล้วพอพลังหมดเติมอีกแบบนี้จะมีปัญหาในอนาคต                                                        

               3.มีการวิจัยไว้ว่ากาแฟสามารถเพิ่มการเผาผลาญในร่างกายเราได้ผ่านสารที่ชื่อว่าคาเฟอีน, ทีโอฟิลลีน (Theophylline) มีการวิจัยไว้ใน American Journal of Clinical Nutrition และ Annals of Nutrition and Metabolism ว่าการทานกาแฟสามารถเพิ่มการเผาผลาญและอุณหภูมิการเผาผลาญในร่างกายได้ประมาณ 3-11% และมีการวิจัยไว้ใน The American Journal of Physiology ในปี 1995 ว่ากาแฟสามารถเพิ่มการเผาผลาญหรือเผาผลาญเซลล์ไขมันได้ ในการวิจัยยังระบุไว้ด้วยว่าคนที่มีหุ่นปกติสามารถเพิ่มการเผาผลาญไขมันได้ถึง 29% และในคนหุ่นอ้วนหรือว่าคนเป็นโรคอ้วนสามารถเพิ่มการเผาผลาญได้ 10% นี่คือประโยชน์ของกาแฟในเรื่องของการเผาผลาญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ Boost Metabolism ไม่ว่าจะเป็นการสลายเซลล์ไขมันในร่างกายเป็นต้น มีงานวิจัยอีก 1 อันในข้อที่ 3 นี้ว่า The International Journal of Obesity ก็คือสมาคมโรคอ้วน ในปี 1999 พบว่าเมื่อทานกาแฟเข้าไปแล้วคาเฟอีนจะไปไปกระตุ้น Noradrenaline Lipolysis ก็คือฮอร์โมนตัวหนึ่งที่มากระตุ้นให้เซลล์ไขมันเขาทำลายหรือเผาตัวเอง และที่เรากำลังพูดถึงนั้นคือกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล

ข้อเสียของกาแฟ

               1.สำหรับผู้ที่เป็น Slow Metabolism หรือตับมีพันธุกรรม Cytochrome P1A2 เผาผลาญคาเฟอีนได้ช้ากว่าปกติใครที่เคยเจาะพันธุกรรมไปดูรหัสตัวนี้ ส่วนใครที่ไม่เคยเจาะก็ให้สังเกตดู การสังเกตก็พอจะบอกได้ว่าของบางอย่างถ้าเราทานแล้วรู้สึกไม่ดีมีอาการตามนี้น่าจะเผาผลาญช้า ดังนั้นเราควรจะหลีกเลี่ยงหรือทานน้อย เวลาที่คาเฟอีนเข้าไปอยู่ในร่างกายมากกว่าที่ร่างกายต้องการจะเกิดอาการกระสับกระส่าย วิตกกังวล เวียนหัว คลื่นไส้อยากอาเจียน ท้องไส้ปั่นป่วนอาจจะมีท้องเสียในบางคน นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท ตื่นบ่อย ปัสสาวะเยอะ หัวใจเต้นแรง หัวใจเต้นเร็ว มีอาการปวดหัว และมือสั่น ใครมีอาการเหล่านี้พอจะอนุมานได้ว่าเผาผลาญคาเฟอีนได้น้อยแน่ ๆ เลยการรับประทานชา กาแฟ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มชูกำลัง ต้องระมัดระวังมาก ๆ คนที่มีอาการเหล่านี้ก็ควรจะทานวันหนึ่งไม่เกิน 100 มิลลิกรัมคาเฟอีนต่อวัน

               2.คาเฟอีนหรือกาแฟไม่แนะนำในคนท้อง เพราะคาเฟอีนสามารถข้ามไปสู่ทารกได้ทางสายสะดืออาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กได้ มีการวิจัยว่าถ้าทานคาเฟอีนในช่วงคุณแม่ตั้งท้องเยอะอาจจะทำให้คลอดก่อนกำหนด อาจจะทำให้ทารกที่เกิดมาตัวเล็กหรือน้ำหนักน้อย

               3.การรับประทานกาแฟถ้าเป็นกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลก็น่าจะมีประโยชน์บ้าง แต่กาแฟในปัจจุบันที่หลายคนทานนั้นเป็นกาแฟที่ใส่น้ำตาล ครีมเทียม และนมข้นค่อนข้างเยอะ เพราะชอบรสหวานมัน นอกจากนี้ยังชอบใส่วิปครีมอีก ต้องระวังให้มาก ๆ เพราะมีการวิจัยไว้ข้อมูลจาก สสส. ว่ากาแฟเย็น 1 แก้วที่ใส่นม ใส่น้ำตาล ใส่ครีมเทียมให้พลังงานสูงถึง 100-400 กิโลแคลอรี่ ถ้าเกิดว่าทานเยอะนี่ทำให้อ้วนได้เลย และใน 1 แก้วกาแฟเย็นขนาดประมาณ 20 ออน มีน้ำตาลประมาณ 3-10 ช้อนชา มนุษย์เรา 1 คน 1 วัน ควรจะบริโภคน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา แบ่งออกเป็น อาหารเช้า กลางวัน เย็น รวมกับผลไม้แล้วไม่เกิน 6 ช้อนชา เจอกาแฟเย็นเข้าไปแก้วเดียว 10 ช้อนชา เบาหวานถามหาแน่ ๆ แบบนี้น่ากลัวมาก ๆ ต้องระมัดระวัง แถมมีไขมันสูงถึง 22 กรัม ดังนั้นถ้าใครชอบกินกาแฟเย็นหวานมันต้องระวังมาก และมีข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุขว่าลาเต้เย็น 1 แก้ว มีแคลอรี่สูงถึง 288 กิโลแคลอรี่ คาปูชิโนเย็น 1 แก้ว มีแคลอรี่สูงถึง 303 กิโลแคลอรี่ มอคค่าเย็น 1 แก้ว มีแคลอรี่สูงถึง 400 กิโลแคลอรี่ แฟรบปูชิโน่มีครีมเทียม วิปครีมเข้าไปด้วย 1 แก้ว มีแคลอรี่สูงถึง 561 กิโลแคลอรี่ ต้องบอกว่าเยอะมากมากจริง ๆ และชาไข่มุกนี้ก็มีคาเฟอีนเช่นกัน ซึ่งชาไข่มุกมีน้ำตาลเฉลี่ยในตลาดประมาณ 10-18 ช้อนชา โดยปกติแล้วให้รับประทานน้ำตาลได้ไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา รวมไข่มุกเข้าไปอีกแก้วเดียวได้ถึง 18 ช้อนชาเลยทีเดียว และสิ่งที่จะตามมาก็คือโรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองแตก และแคลอรี่ชาไข่มุก 1 แก้วประมาณ 300-400 กิโลแคลอรี่ กาแฟนี่ไม่เท่าไหร่แต่สารที่ใส่เข้าไปเติมนี่แหละที่เราต้องระวังมาก ๆ นี่คือสิ่งสำคัญ

                วันนี้เราก็ได้รู้ว่ากาแฟนั้นมีประโยชน์และโทษอย่างไรบ้างแล้วพอสมควรนะคะ ตอนนี้อาจจะทำให้หลาย ๆ คนรู้แล้วว่ากาแฟหรืออะไรก็ตามถ้าทานมากเกินไปอาจจะให้โทษ แต่ถ้าไม่ทานเลยก็อาจจะขาดแคลน ดังนั้นไม่ว่าจะทานอะไรเราก็ควรดูที่ความเหมาะสม ที่สำคัญเอาตัวเราเป็นหลักและอยู่ในทางสายกลางจะดีที่สุดค่ะ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงตามที่ปรารถนาไว้นะคะ

Categories
ดูแลร่างกาย

สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ

สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ

สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ

                ตลอดช่วงมาตรการปิดกั้นที่รุนแรงมากขึ้นที่ผ่านมานี้ ทางรถโดยสารสาธารณะ ยืนกรานที่จะสนับสนุนให้ผู้ใช้อยู่บ้านไม่ว่าจะนอกแอปและนอกถนนเพื่อช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของ COVID-19 ขณะนี้ในขณะที่บางส่วนของประเทศเริ่มเปิดใหม่ทีละน้อยและประชาชนก็พิจารณาทางเลือกในการเดินทางช่วงฤดูร้อนมากขึ้นบริการแชร์รถโดยสารยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาผู้ขับขี่และผู้ขับขี่ให้ปลอดภัยที่สุด

สิ่งที่ควรทำเมื่อเดินทาง
  1. สวมหน้ากากอนามัย

                เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางด้านสุขภาพเชิงป้องกันของ ขณะนี้ รถโดยสารสาธารณะ กำหนดให้ผู้ขับขี่ทุกคนต้องสวมหน้ากากหรือผ้าคลุมหน้าระหว่างการเดินทาง นอกจากนี้ผู้ขับขี่มีเหตุผลที่จะยกเลิกการเดินทางหากคนขับ รถโดยสารสาธารณะ ไม่สวมใส่ผ้าปิดหน้า

  1. ล้างมือของคุณ

                คุณเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนและจะไม่หายไปไหน การล้างมือให้สะอาดและถูกต้องเป็นวิธีที่ง่ายและชัดเจนที่สุดวิธีหนึ่งในการฆ่าการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่เราสามารถเลือกได้จากการสัมผัสอะไรก็ได้ตั้งแต่จมูกของเราเองไปจนถึงที่จับประตูรถ รถโดยสารสาธารณะ กล่าวว่าการปฏิบัติตามสุขอนามัยอย่างมีความรับผิดชอบโดยการล้างมือก่อนและหลังการเดินทางทุกครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการนำเชื้อโรคเข้าสู่ รถโดยสารสาธารณะ และนำติดตัวไปในภายหลัง

  1. เปิดหน้าต่าง

                เนื่องจากการไหลเวียนของอากาศที่เหมาะสมจะช่วยลดการแพร่กระจายของไวรัสได้อย่างมาก จึงสนับสนุนให้ประชาชน เพิ่มการระบายอากาศโดยการเปิดหน้าต่างขณะอยู่ที่บ้าน ดังนั้นถ้าเป็นไปได้การเปิดหน้าต่างลงมาเมื่อขี่รถเข้าไปใกล้ ๆ ก็เป็นไปตามตรรกะเดียวกัน เปิดหน้าต่าง รถโดยสารสาธารณะ ไว้ตลอดการเดินทางเพื่อการหมุนเวียนที่ดีขึ้น

  1. นั่งเบาะหลัง

                แม้ว่าจะรู้สึกอึดอัด แต่ระยะห่างระหว่างผู้คนยังคงเป็นกุญแจสำคัญ รถโดยสารสาธารณะ แนะนำให้ผู้โดยสารหลีกเลี่ยงการนั่งเบาะหน้าเพื่อให้มีที่ว่างเพียงพอระหว่างพวกเขากับคนขับ และสบายใจสำหรับทั้งคู่

  1. จัดการสิ่งของของคุณเอง

                เป็นเรื่องดีที่จะได้รับความช่วยเหลือเกี่ยวกับกระเป๋าของคุณ แต่นี่เป็นช่วงเวลาพิเศษ หากทำได้ให้ยกและบรรทุกสิ่งของของคุณเองเพื่อลดความเสี่ยงที่ทั้งคุณและคนขับจะต้องเผชิญสุดท้ายปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของท้องถิ่นเสมอและอย่าออกจากบ้านเพื่อเดินทางแม้จะผ่าน รถโดยสารสาธารณะ ก็ตามหากคุณป่วยหรือเคยสัมผัสกับคนที่ป่วย

Categories
ดูแลร่างกาย

มะเร็งเต้านม  ภัยไม่เงียบสำหรับคุณผู้หญิง

มะเร็งเต้านม  ภัยไม่เงียบสำหรับคุณผู้หญิง

มะเร็งเต้านม  ภัยไม่เงียบสำหรับคุณผู้หญิง

อัตราการเสียชีวิตของคนไทย อันดับ1พบว่ามีสาเหตุมาจากโรคมะเร็ง ซึ่งถือเป็นโรคที่พบบ่อยและควรระมัดระวังป้องกันอยู่เสมอ วันนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับโรคมะเร็งเต้านม รวมทั้งมาดูวิธีป้องกันความเสี่ยงจากโรคมะเร็งเต้านม

สาเหตุการเกิดมะเร็งเต้านม

สาเหตุการเกิดมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในเพศหญิง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่เนื้อเยื่อมีการติดเชื้อ และเชื้อที่ติดในเต้านมนั้นได้เปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็ง แต่อย่างไรก็ตาม ทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดถึงสาเหตุของการเกิดมะเร็งเต้านม แต่พบว่าปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นก่อให้เกิดโรค ได้แก่อายุ ความผิดปกติทางพันธุกรรม ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งจะพบได้ว่าปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมนั้น มีอยู่หลากหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งเราสามารถตรวจอาการผิดปกติของการเกิดมะเร็งเต้านมในเบื้องต้นนี้ได้คือ

อาการเบื้องต้นของมะเร็งเต้านมซึ่งหากมีอาการดังนี้ควรรีบพบแพทย์ทันที

  1. เมื่อจับหรือคลำไปที่บริเวณเต้านมหรือรักแร้ จะพบว่ามีก้อนแข็งๆหรือเป็นไตแข็งผิดปกติ
  2. สังเกตว่าหัวนมมีลักษณะดึงหรือรั้งผิดปกติ
  3. มีแผลหรือรอยบุ๋มที่บริเวณหัวนมเกิดขึ้น
  4. มีน้ำเหลืองออกมาจากบริเวณเต้านม
  5. ลักษณะรูปร่างของเต้านมผิดปกติ
  6. เต้านมมีขนาดที่ใหญ่กว่าเดิม

โรคมะเร็งเต้านมไม่ใช่โรคที่อันตรายอย่างที่คิด  มีโอกาสในการรักษาให้หายได้ ซึ่งเราควรหมั่นสังเกตอาการความผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ เพราะในระยะแรกเริ่มยังสามารถรักษาและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยได้ทัน ก่อนที่โรคจะลุกลามมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมได้ในเบื้องต้น เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเรา

การป้องกันมะเร็งเต้านม

  1. เข้ารับการตรวจสุขภาพเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ1ครั้ง
  2. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งทุกชนิดได้
  3. น้ำหนักตัวของเรามีส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมเช่นกัน ดังนั้นควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  4. ทานอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ และคำนึงถึงสารอาหารเหมาะสมของแต่ละช่วงวัยที่ควรได้รับ
  5. ผู้ที่มีบุตร ควรให้นมบุตรด้วยตนเองเพื่อลดอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดโรค

เมื่อทราบอย่างนี้กันแล้ว  ควรป้องกันตนเองอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการเข้ารับการตรวจเต้านมหรือหมั่นตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ และหากมีอาการควรพบแพทย์ทันที และอย่างนิ่งนอนใจกับโรคชนิดนี้อย่างเป็นอันขาด เพื่อสุขภาพที่ดีสำหรับตัวเราและครอบครัว

Categories
ดูแลร่างกาย

เคล็ดลับวิธีการออกกำลังกายด้วยการเคลื่อนไหวที่จำกัด

เคล็ดลับวิธีการออกกำลังกายด้วยการเคลื่อนไหวที่จำกัด

เคล็ดลับวิธีการออกกำลังกายด้วยการเคลื่อนไหวที่จำกัด

                อย่าปล่อยให้ปัญหาการบาดเจ็บความพิการความเจ็บป่วยหรือน้ำหนักเข้ามาขวางทาง การออกกำลังกายด้วยเก้าอี้เหล่านี้และเคล็ดลับการออกกำลังกายง่ายๆอื่น ๆ สามารถทำให้เรามีความกระตือรือร้นและพัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นการเคลื่อนไหวที่ จำกัด ไม่ได้หมายความว่าเราจะออกกำลังกายไม่ได้เราไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวเต็มที่เพื่อสัมผัสกับประโยชน์ต่อสุขภาพของการออกกำลังกาย หากปัญหาการบาดเจ็บความพิการความเจ็บป่วยหรือน้ำหนัก จำกัด การเคลื่อนไหวของเรายังมีอีกหลายวิธีที่เราสามารถใช้การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มอารมณ์บรรเทาอาการซึมเศร้าคลายความเครียดและความวิตกกังวลเพิ่มความนับถือตนเองและปรับปรุงมุมมองทั้งหมดของเรา

การออกกำลังกายประเภทใดบ้างที่สามารถทำได้

                หากเรามีความพิการปัญหาน้ำหนักตัวรุนแรงภาวะการหายใจเรื้อรังโรคเบาหวานโรคข้ออักเสบหรือการเจ็บป่วยอื่น ๆ ที่กำลังดำเนินอยู่เราอาจคิดว่าปัญหาสุขภาพของเราทำให้เราไม่สามารถออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเลย หรือบางทีเราอาจจะอ่อนแอลงตามวัยและกังวลว่าจะล้มหรือได้รับบาดเจ็บหากเราพยายามออกกำลังกาย ความจริงก็คือไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่สภาพร่างกายในปัจจุบันและไม่ว่าเราจะเคยออกกำลังกายมาก่อนหรือไม่ก็ตามมีหลายวิธีที่จะเอาชนะปัญหาการเคลื่อนไหวและเก็บเกี่ยวผลตอบแทนทางร่างกายจิตใจและอารมณ์จากการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายประเภทใดบ้างที่สามารถทำได้ด้วยการเคลื่อนไหวที่จำกัด

                สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าการออกกำลังกายทุกประเภทจะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ปัญหาด้านการเคลื่อนไหวทำให้การออกกำลังกายบางประเภทง่ายกว่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์ใดเราควรตั้งเป้าหมายที่จะรวมการออกกำลังกายสามประเภทไว้ในกิจวัตรของเรา

                การออกกำลังกายหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและเพิ่มความอดทน ซึ่งอาจรวมถึงการเดินการวิ่งการขี่จักรยานการเต้นรำเทนนิสว่ายน้ำแอโรบิกในน้ำหรือ “การจ็อกกิ้ง” หลายคนที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวพบว่าการออกกำลังกายในน้ำมีประโยชน์อย่างยิ่งเนื่องจากช่วยพยุงร่างกายและลดความเสี่ยงต่อการไม่สบายของกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ แม้ว่าเราจะต้องนั่งอยู่บนเก้าอี้หรือเก้าอี้รถเข็น แต่ก็ยังสามารถออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอและหลอดเลือดได้

                แบบฝึกหัดฝึกความแข็งแรงเกี่ยวข้องกับการใช้น้ำหนักหรือแรงต้านอื่น ๆ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อและมวลกระดูกปรับปรุงความสมดุลและป้องกันการหกล้ม หากเรามีข้อ จำกัด ในการเคลื่อนไหวของขาเราจะเน้นไปที่การฝึกความแข็งแรงของร่างกายส่วนบน ในทำนองเดียวกันหากเรามีอาการบาดเจ็บที่ไหล่เช่นเราจะเน้นไปที่การฝึกความแข็งแรงของขาและแกนกลางของเรา

            การออกกำลังกายที่ยืดหยุ่นช่วยเพิ่มระยะการเคลื่อนไหวของเราป้องกันการบาดเจ็บและลดอาการปวดและตึง ซึ่งอาจรวมถึงการออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อและโยคะ แม้ว่าเราจะมีข้อ จำกัด ในการเคลื่อนไหวของขาตัวอย่างเช่นเราอาจยังคงได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกายแบบยืดเหยียดและยืดหยุ่นเพื่อป้องกันหรือชะลอการลีบของกล้ามเนื้อเพิ่มเติม

Categories
ดูแลร่างกาย

เคล็ดลับดีๆสำหรับการป้องกันและรักษาความเหนื่อยล้า

เคล็ดลับดีๆสำหรับการป้องกันและรักษาความเหนื่อยล้า

เคล็ดลับดีๆสำหรับการป้องกันและรักษาความเหนื่อยล้า

                หากความเครียดอย่างต่อเนื่องทำให้เรารู้สึกหมดหนทางท้อแท้และเหนื่อยล้าอย่างสิ้นเชิงเราอาจอยู่บนท้องถนนที่เหนื่อยล้า บทความนี้จะช่วยให้เรากลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้งเพื่อฟื้นคืนความสมดุลและรู้สึกเป็นบวกและมีความหวังอีกครั้ง

ความเหนื่อยล้าคืออะไร?

ความเหนื่อยล้าคืออะไร?

                ความเหนื่อยล้าคือสภาวะของความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ร่างกายและจิตใจที่เกิดจากความเครียดที่มากเกินไปและเป็นเวลานาน มันเกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกหนักใจระบายอารมณ์และไม่สามารถตอบสนองความต้องการอย่างต่อเนื่องได้ เมื่อความเครียดดำเนินต่อไปเราจะเริ่มสูญเสียความสนใจและแรงจูงใจที่ทำให้เรามีบทบาทบางอย่างในตอนแรกความเหนื่อยล้าลดประสิทธิภาพการทำงานและทำให้พลังงานของเราหมดไปทำให้เรารู้สึกหมดหนทางสิ้นหวังเหยียดหยามและไม่พอใจมากขึ้น ในที่สุดเราอาจรู้สึกว่าไม่มีอะไรจะให้อีกแล้วผลเสียของความเหนื่อยล้าแผ่ซ่านไปทั่วทุกด้านของชีวิตไม่ว่าจะเป็นบ้านที่ทำงานและชีวิตทางสังคม ความเหนื่อยล้ายังสามารถทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวซึ่งทำให้เราเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเช่นหวัดและไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากผลที่ตามมามากมายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องจัดการกับความเหนื่อยล้าในทันที

สัญญาณและอาการทางกายภาพของความเหนื่อยล้า

  • รู้สึกเหนื่อยและระบายเกือบตลอดเวลา
  • ภูมิคุ้มกันลดลงเจ็บป่วยบ่อย
  • ปวดหัวบ่อยหรือปวดกล้ามเนื้อ
  • เปลี่ยนความอยากอาหารหรือพฤติกรรมการนอนหลับ
  • สัญญาณและอาการทางอารมณ์ของความเหนื่อยล้า
  • ความรู้สึกล้มเหลวและสงสัยในตนเอง
  • รู้สึกหมดหนทางติดกับดักและพ่ายแพ้
  • ความรู้สึกโดดเดี่ยวในโลก
  • การสูญเสียแรงจูงใจ
  • ทัศนคติเชิงเหยียดหยามและเชิงลบที่เพิ่มมากขึ้น
  • ความพึงพอใจและความรู้สึกสำเร็จลดลง

ความแตกต่างระหว่างความเครียดและความเหนื่อยล้า

                ความเหนื่อยล้าอาจเป็นผลมาจากความเครียดที่ไม่ลดละ แต่ก็ไม่เหมือนกับความเครียดที่มากเกินไป ความเครียดโดยรวมมากเกินไป ความกดดันมากเกินไปที่เรียกร้องเรามากเกินไปทั้งทางร่างกายและจิตใจ อย่างไรก็ตามคนที่เครียดมักจะจินตนาการได้ว่าหากพวกเขาสามารถควบคุมทุกอย่างได้พวกเขาจะรู้สึกดีขึ้น ในทางกลับกันความเหนื่อยล้าเป็นเรื่องไม่เพียงพอ การถูกแผดเผาหมายถึงความรู้สึกว่างเปล่าและเหนื่อยล้าทางจิตใจไร้แรงจูงใจและเกินความเอาใจใส่ ผู้ที่ประสบกับความเหนื่อยล้ามักไม่เห็นความหวังของการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกในสถานการณ์ของพวกเขา หากความเครียดมากเกินไปรู้สึกว่าเรากำลังจมอยู่กับความรับผิดชอบความเหนื่อยล้าคือความรู้สึกแห้งแล้ง และแม้ว่าโดยปกติแล้วเราจะตระหนักถึงการอยู่ภายใต้ความเครียดมากมาย แต่เรามักไม่สังเกตเห็นความเหนื่อยล้าเมื่อเกิดขึ้น

เทคนิคลดความเหนื่อยล้า

ประเมินลำดับความสำคัญของเราใหม่

                ความเหนื่อยล้าเป็นสัญญาณที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่สำคัญในชีวิตของเราไม่ได้ผล ใช้เวลาคิดถึงความหวังเป้าหมายและความฝันของเรา เรากำลังละเลยบางสิ่งที่สำคัญสำหรับเราอย่างแท้จริงหรือไม่? นี่อาจเป็นโอกาสในการค้นพบสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขจริงๆและชะลอตัวลงและให้เวลากับตัวเองในการพักผ่อนไตร่ตรองและเยียวยา

หยุดพักจากเทคโนโลยีทุกวัน

            ตั้งเวลาในแต่ละวันเมื่อเราตัดการเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์ วางแล็ปท็อปปิดโทรศัพท์และหยุดเช็คอีเมลหรือโซเชียลมีเดีย

จัดสรรเวลาพักผ่อน

            เทคนิคการผ่อนคลายเช่นโยคะการทำสมาธิและการหายใจลึก ๆ จะกระตุ้นการตอบสนองต่อการผ่อนคลายของร่างกายซึ่งเป็นสภาวะของการพักผ่อนที่ตรงข้ามกับการตอบสนองต่อความเครียดนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ความรู้สึกเหนื่อยล้าสามารถทำให้ความเหนื่อยล้ารุนแรงขึ้นโดยทำให้เราคิดอย่างไร้เหตุผล ใจเย็น ๆ ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดโดยการนอนหลับฝันดี

Categories
ดูแลร่างกาย

เคล็ดลับดีๆของความสุข เริ่มต้นที่ตัวเรา

เคล็ดลับดีๆของความสุข

เคล็ดลับดีๆของความสุข เริ่มต้นที่ตัวเรา

                เราทุกคนต้องการมีความสุข แต่จะมีความสุขมากขึ้นหรือไม่? เคล็ดลับนี้สามารถแสดงให้เราเห็นถึงวิธีการได้รับความสุขและความพึงพอใจจากชีวิตมากขึ้น

กุญแจสู่ความสุข

เทคนิคการสร้างความสุข

                เช่นเดียวกับหลาย ๆ คนมีรายการจิตที่คิดว่าเราต้องการเพื่อที่จะมีความสุขอย่างแท้จริงหรือไม่ มีสิ่งภายนอกมากมายที่สังคมของเราสอนให้เราไล่ตาม ความสำเร็จความมั่งคั่งชื่อเสียงอำนาจหน้าตาดีความรักโรแมนติก แต่เป็นกุญแจสู่ความสุขจริงหรือการวิจัยบอกว่าไม่อย่างน้อยก็เมื่อพูดถึงความสุขในระยะยาว รางวัลอันทรงเกียรติการเพิ่มจำนวนครั้งใหญ่ความสัมพันธ์ครั้งใหม่ที่น่าตื่นเต้นรถคันใหม่ที่หรูหราการลดน้ำหนักสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เรารู้สึกดีได้ในตอนแรก แต่ความตื่นเต้นนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก มนุษย์ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ได้อย่างรวดเร็วซึ่งเป็นเราสมบัติที่ช่วยให้เราอยู่รอดและเติบโตได้ แต่มันก็หมายความว่าสิ่งดีๆที่ทำให้เรามีความสุขในตอนแรกกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ของเราในไม่ช้าและเราจะกลับไปสู่ความสุขแบบเดิม ๆ

เทคนิคการสร้างความสุขได้ด้วยตัวเรา

ฝึกสมองให้คิดบวกมากขึ้น

                สมองของเรามีสายเพื่อสังเกตเห็นและจดจำสิ่งที่ผิดพลาด เป็นกลไกการเอาชีวิตรอดที่ช่วยให้บรรพบุรุษที่อาศัยอยู่ในถ้ำของเราปลอดภัยในโลกที่มีภัยคุกคามทางกายภาพมากมาย แต่ในโลกที่ค่อนข้างปลอดภัยในปัจจุบันความโน้มเอียงทางชีววิทยาที่จะมุ่งเน้นไปที่ด้านลบนี้ก่อให้เกิดความเครียดและความไม่มีความสุขแม้ว่าเราจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงธรรมชาติของเราได้ แต่เราสามารถฝึกสมองให้คิดบวกได้มากขึ้น นี่ไม่ได้หมายถึงการยิ้มและผิวปากอย่างมีความสุขไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราไม่จำเป็นต้องเพิกเฉยต่อความเป็นจริงหรือแสร้งทำเป็นว่าสิ่งที่ยอดเยี่ยมแม้ว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้นก็ตาม แต่เช่นเดียวกับการอยู่กับสิ่งที่เป็นลบจะทำให้เกิดความทุกข์ การเลือกสังเกตเห็นเราค่าและคาดหวังความดีงามก็เป็นตัวกระตุ้นความสุขที่ทรงพลัง

รู้จักขอบจำกัดของเรา

                การสอนตัวเองให้รู้จักขอบเรามากขึ้นสามารถสร้างความแตกต่างอย่างมากในความสุขโดยรวมของเรา การวิจัยแสดงให้เห็นว่าความกตัญญูช่วยให้เรามีอารมณ์เชิงบวกมากขึ้นลดภาวะซึมเศร้ารู้สึกดีกับตัวเองปรับปรุงความสัมพันธ์และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของเรา ผลการศึกษาล่าสุดพบว่าความกตัญญูทำให้เราฉลาดขึ้นเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินของเรา

Categories
ดูแลร่างกาย

เคล็ดลับการลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารอย่างปลอดภัย

เคล็ดลับการลดน้ำหนัก

เคล็ดลับการลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารอย่างปลอดภัย

                เคล็ดลับการอดอาหารเหล่านี้สามารถช่วยให้เราหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการรับประทานอาหารและประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักได้อย่างยั่งยืน

อาหารที่ดีที่สุดสำหรับการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพคืออะไร?

อาหารที่ดีที่สุด

                ร่างกายของเราตอบสนองต่ออาหารที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและปัจจัยด้านสุขภาพอื่น ๆ ในการค้นหาวิธีการลดน้ำหนักที่เหมาะกับเรานั้นอาจจะต้องใช้เวลาและต้องใช้ความอดทนความมุ่งมั่นและการทดลองกับอาหารและอาหารต่างๆในขณะที่บางคนตอบสนองได้ดีกับการนับแคลอรี่หรือวิธีการ จำกัด ที่คล้ายคลึงกัน แต่คนอื่น ๆ ก็ตอบสนองดีกว่าที่จะมีอิสระในการวางแผนโปรแกรมลดน้ำหนัก การมีอิสระที่จะหลีกเลี่ยงอาหารทอดหรือลดคาร์โบไฮเดรตที่กลั่นแล้วสามารถทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นอย่าท้อแท้เกินไปหากอาหารที่เหมาะกับคนอื่นไม่ได้ผลสำหรับเรา และอย่าเอาชนะตัวเองหากอาหารมีข้อ จำกัด เกินกว่าที่เราจะยึดติด ท้ายที่สุดแล้วอาหารที่เหมาะกับเราก็ต่อเมื่อเราสามารถรับประทานได้ตลอดเวลา

                โปรดจำไว้ว่าแม้ว่าการลดน้ำหนักจะไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ แต่มีหลายขั้นตอนที่เราสามารถทำได้เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีต่อสุขภาพกับอาหารควบคุมอารมณ์ที่กระตุ้นให้กินมากเกินไปและมีน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพ

ลดน้ำหนักยอดนิยม

    1.ตัดแคลอรี่

                การลดน้ำหนักไม่ใช่เหตุการณ์เชิงเส้นเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อเราลดแคลอรี่เราอาจลดน้ำหนักในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกเช่นแล้วมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป เรากินแคลอรี่เท่าเดิม แต่น้ำหนักลดน้อยลงหรือไม่มีน้ำหนักเลย นั่นเป็นเพราะเมื่อเราลดน้ำหนักเรากำลังสูญเสียน้ำและเนื้อเยื่อที่ไม่ติดมันรวมถึงไขมันการเผาผลาญของเราจะช้าลงและร่างกายของเราจะเปลี่ยนไปในรูปแบบอื่น ๆ ดังนั้นในการลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่องในแต่ละสัปดาห์เราต้องลดแคลอรี่ต่อไปพวกเราหลายคนไม่ได้กินเพื่อสนองความหิวเสมอไป นอกจากนี้เรายังหันไปหาอาหารเพื่อความสะดวกสบายหรือเพื่อคลายเครียดซึ่งอาจทำให้แผนการลดน้ำหนักทุกอย่างพังทลายได้อย่างรวดเร็ว

    2.ตัดคาร์โบไฮเดรต

                หากเราทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง (เช่นพาสต้าข้าวขนมปังหรือเฟรนช์ฟรายด์) ร่างกายของเราจะปล่อยอินซูลินเพื่อช่วยในการไหลเข้าของกลูโคสทั้งหมดนี้เข้าสู่เลือด เช่นเดียวกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอินซูลินทำสองสิ่ง: ป้องกันไม่ให้เซลล์ไขมันของเราปล่อยไขมันเพื่อให้ร่างกายเผาผลาญเป็นเชื้อเพลิง (เพราะลำดับความสำคัญคือการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสออก) และสร้างเซลล์ไขมันมากขึ้นเพื่อเก็บทุกอย่าง ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้ ผลลัพธ์ก็คือเรามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นและร่างกายของเราต้องใช้เชื้อเพลิงในการเผาผลาญมากขึ้นดังนั้นเราจึงกินมากขึ้น เนื่องจากอินซูลินเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตเท่านั้นเราจึงอยากทานคาร์โบไฮเดรตดังนั้นจึงเริ่มวงจรที่เลวร้ายของการบริโภคคาร์โบไฮเดรตและการเพิ่มน้ำหนัก ในการลดน้ำหนักเราต้องตัดวงจรนี้ด้วยการลดการทานคาร์โบไฮเดรต

    3.ตัดไขมัน

                เป็นแนวทางหลักในการรับประทานอาหารหลายอย่าง: ถ้าเราไม่อยากอ้วนก็อย่ากินไขมัน เดินไปตามทางเดินของร้านขายของชำและเราจะถูกถล่มด้วยขนมลดไขมันนมและอาหารบรรจุกล่อง แต่ในขณะที่ตัวเลือกที่มีไขมันต่ำของเราได้ระเบิดออกไปดังนั้นก็มีอัตราโรคอ้วน แล้วทำไมอาหารไขมันต่ำจึงไม่เหมาะกับพวกเรามากขึ้น ไขมันไม่ดีทั้งหมด ไขมันที่ดีต่อสุขภาพหรือ ดี สามารถช่วยควบคุมเราได้จริง

Categories
ดูแลร่างกาย

เคล็ดลับการกินเพื่อสุขภาพและอาหารสำหรับผู้หญิง

เคล็ดลับการกินเพื่อสุขภาพและอาหารสำหรับผู้หญิง

เคล็ดลับการกินเพื่อสุขภาพและอาหารสำหรับผู้หญิง

                ผู้หญิงมีความต้องการทางโภชนาการที่ไม่เหมือนใคร การรับประทานอาหารที่ดีในทุกช่วงของชีวิตคุณสามารถควบคุมความอยากควบคุมน้ำหนักเพิ่มพลังงานและดูดีที่สุดได้

ผู้หญิงกับการกินเพื่อสุขภาพ

ผู้หญิงกับการกินเพื่อสุขภาพ

                การพยายามสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของครอบครัวและที่ทำงานหรือโรงเรียนและยังรับมือกับแรงกดดันของสื่อให้มองและกินอาหารด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งอาจทำให้ผู้หญิงทุกคนต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่อาหารที่เหมาะสมไม่เพียง แต่ทำให้อารมณ์ดีขึ้นเพิ่มพลังงานและช่วยรักษาน้ำหนักให้แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยสนับสนุนคุณผ่านขั้นตอนต่างๆในชีวิตของผู้หญิงได้อีกด้วย

                ในฐานะผู้หญิงพวกเราหลายคนมักละเลยความต้องการอาหารของตัวเอง คุณอาจรู้สึกว่ายุ่งเกินไปที่จะกินให้อิ่มหรือเคยชินกับความต้องการของครอบครัวมาก่อนของคุณเอง หรือบางทีคุณกำลังพยายามรับประทานอาหารที่มากเกินไปซึ่งทำให้คุณขาดสารอาหารที่สำคัญและรู้สึกกระปรี้กระเปร่าหิวและมีพลังงานต่ำ

                ความต้องการเฉพาะของผู้หญิงมักถูกละเลยจากการวิจัยด้านอาหารเช่นกัน การศึกษาทางโภชนาการมักจะอาศัยตัวผู้ที่มีระดับฮอร์โมนคงที่และคาดการณ์ได้มากกว่าดังนั้นบางครั้งอาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ตรงประเด็นหรือทำให้เข้าใจผิดกับความต้องการของผู้หญิง ทั้งหมดนี้สามารถเพิ่มความขาดแคลนอย่างร้ายแรงในโภชนาการประจำวันของคุณ

ความต้องการทางโภชนาการของผู้หญิงแตกต่างจากผู้ชายอย่างไร

                ในฐานะเด็กความต้องการอาหารของเด็กชายและเด็กหญิงส่วนใหญ่คล้ายคลึงกัน แต่เมื่อวัยแรกรุ่นเริ่มขึ้นผู้หญิงก็เริ่มมีความต้องการทางโภชนาการที่ไม่เหมือนใคร และเมื่อเราอายุมากขึ้นและร่างกายของเราต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและฮอร์โมนมากขึ้นดังนั้นความต้องการทางโภชนาการของเราจึงยังคงพัฒนาไปเรื่อย ๆ ทำให้อาหารของเรามีวิวัฒนาการเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ

                ในขณะที่ผู้หญิงมักต้องการแคลอรี่น้อยกว่าผู้ชาย แต่ความต้องการของเราสำหรับวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดนั้นสูงกว่ามาก การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือนการมีบุตรและวัยหมดประจำเดือนหมายความว่าผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคโลหิตจางกระดูกอ่อนแอและโรคกระดูกพรุนโดยต้องได้รับสารอาหารในปริมาณที่สูงขึ้นเช่นธาตุเหล็กแคลเซียมแมกนีเซียมวิตามินดีและวิตามินบี 9

ทำไมอาหารเสริมจึงไม่เพียงพอ

                ในอดีตผู้หญิงมักพยายามชดเชยการขาดดุลในอาหารด้วยการใช้วิตามินและอาหารเสริม อย่างไรก็ตามแม้ว่าอาหารเสริมจะเป็นประโยชน์ในการป้องกันการขาดสารอาหารในบางครั้ง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยอาหารที่ไม่สมดุลหรือไม่ดีต่อสุขภาพได้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับสารอาหารทั้งหมดที่คุณต้องการจากอาหารที่คุณกินพยายามมุ่งเป้าไปที่อาหารที่อุดมด้วยผลไม้ผักโปรตีนที่มีคุณภาพไขมันที่ดีต่อสุขภาพและอาหารแปรรูปทอดและน้ำตาลต่ำ

แคลเซียมเพื่อให้กระดูกแข็งแรง

                เหนือสิ่งอื่นใดคุณต้องมีแคลเซียมเพื่อสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรงรักษาความแข็งแรงเมื่ออายุมากขึ้นควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจและดูแลให้ระบบประสาททำงานอย่างถูกต้อง การขาดแคลเซียมอาจนำไปสู่หรือทำให้รุนแรงขึ้นปัญหาทางอารมณ์เช่นหงุดหงิดวิตกกังวลซึมเศร้าและปัญหาการนอนหลับ หากคุณไม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอในอาหารร่างกายของคุณจะดึงแคลเซียมออกจากกระดูกเพื่อให้แน่ใจว่าเซลล์ทำงานเป็นปกติซึ่งอาจนำไปสู่กระดูกอ่อนแอหรือโรคกระดูกพรุน ผู้หญิงมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ชายที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนดังนั้นการได้รับแคลเซียมในปริมาณมากร่วมกับแมกนีเซียมและวิตามินดีจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสนับสนุนสุขภาพกระดูกของคุณ

 

Categories
ดูแลร่างกาย

ส่องข้อดีของการออกกำลังกายตอนเช้า

ส่องข้อดีของการออกกำลังกายตอนเช้า

ส่องข้อดีของการออกกำลังกายตอนเช้า

            เวลาที่ดีที่สุดในการออกกำลังกายคือเวลาที่คุณสามารถใช้เวลากับตัวเองและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการออกกำลังกายไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายในช่วงเวลาใดคุณจะได้รับสมรรถภาพและความแข็งแรงของระบบทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นแล้วสำหรับผู้ที่มีเวลาว่างแค่ช่วงเช้า เราจะพามาดูกันว่าข้อดีของการออกกำลังกายในตอนเช้ามีอะไรบ้าง

ประการแรกการวิจัยด้านสุขภาพร่างกายและวิทยาศาสตร์ ข้อดีอย่างหนึ่งของการออกกำลังกายตอนเช้าอาจเชื่อมโยงกับการเผาผลาญ ผู้ที่ออกกำลังกายในตอนเช้า ก่อนเที่ยง จะลดน้ำหนักได้มากกว่าผู้ที่ออกกำลังกายหลัง 15.00 น. งานวิจัยอื่น ๆ พบว่าการวิ่ง 100 นาทีก่อนอาหารเช้ามีผลกระทบมากที่สุดใน 24 ชั่วโมง ออกซิเดชั่นของไขมันเทียบกับการแบ่งช่วงการวิ่งออกเป็น 50 นาทีก่อนอาหารเช้าและอีก 50 นาทีในตอนบ่ายหรือวิ่ง 100 นาทีในช่วงบ่าย

                ชี้ให้เห็นว่าการเผาผลาญมีความแตกต่างจากการออกกำลังกายตอนเช้า ในขณะที่การลดน้ำหนักไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับกิจวัตรการออกกำลังกาย แต่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และอาจเป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพส่วนบุคคลซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทราบ เช่นคนที่พยายามไม่ลดน้ำหนักอาจพิจารณากำหนดเวลาจ็อกกิ้งทุกวันเป็นเวลา 17.00 น. แทนที่จะเป็น 9.00 น.

ปัจจัยทางสรีรวิทยา

แต่นอกเหนือจากปัจจัยทางสรีรวิทยาแล้วการออกกำลังกายในตอนเช้ายังช่วยให้คุณเคลื่อนไหวได้ดีอีกด้วย  การออกกำลังกายในตอนเช้าจะทำให้คุณไม่มีโอกาสหาข้ออ้างในระหว่างวันที่จะไม่ออกกำลังกายได้เนื่องจากคุณได้ทำไปแล้ว และเนื่องจากการออกกำลังกายสามารถปรับปรุงการทำงานของความรู้ความเข้าใจซึ่งจะส่งผลต่อความจำความสนใจและการประมวลผลการออกกำลังกายในตอนเช้าจึงอาจเป็นประโยชน์มากกว่าหากคุณกำลังมุ่งหน้าไปทำงานหรือไปโรงเรียน อาจกระตุ้นให้คุณเลือกรับประทานอาหารที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้นในระหว่างวัน

                เนื่องจากส่วนใหญ่มีการเริ่มต้นในตอนเช้าจึงขอแนะนำให้คุณฝึกในเวลาเดียวกันของวันที่จะมีการจัดงานด้วยเหตุผลในทางปฏิบัติมากกว่าการวิ่งในตอนเช้าจะดีกว่า และในขณะที่ไม่ควรพูดหากคุณออกกำลังกายกลางแจ้งในเดือนที่อากาศอบอุ่นการออกกำลังกายในตอนเช้าอาจเป็นช่วงเวลาที่เย็นลงและมีความชื้นน้อยกว่า