Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

อยู่บ้านหยุดเชื้อช่วยชาติ อาหารคลีน กันดีกว่า

อาหารคลีน
อาหารคลีน

เป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์ขณะนี้ อยู่ในวิกฤตเชื้อไวรัสโรคร้าย “COVID – 19” ทำให้ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไทยของเราต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต เพื่อให้อยู่รอดในสถานการณ์เช่นนี้ หลายๆ องค์กรเริ่มให้พนักงานปฏิบัติกการทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home นั่นเอง และบางคนที่ไปยังสถานที่กลุ่มเสี่ยง หรือแม้กระทั่งมีอาการเสี่ยงที่จะติดเชื้อ COVID – 19 นี้ ต้องอยู่บ้านในระยะเวลา 14 วันเป็นอย่างต่ำ เพื่อเฝ้าระวังและสังเกตอาการ แน่นอน หากอยู่บ้านถ้าไม่สั่งอาหารแบบ Delivery ก็ทำรับประทานเองกันใช่ไหมเอ่ย? แต่จำไว้ว่าอย่าตามใจปากกันเกินไปนะ เพราะน้ำหนักถ้าขึ้น ขึ้นเป็นกิโล แต่ลงเป็นเอง
ดังนั้น แนะนำว่าหากจะสั่งอาหาร หรือ ทำเอง ก็ควรจะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หากเป็น อาหารคลีน ก็จะดีมาก

อาหารคลีน ทำง่ายๆ มีอะไรบ้าง?

เรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่ง ช่วงกักตัว นอกจากอยู่กับงานก็คงอยู่กับแอปพลิเคชั่นเดลิเวอร์รี่กันแน่นอน และถ้าเป็นของกินคงสั่งแบบเผื่อกินทั้งวันเลยก็ว่าได้ ยังไงสาวๆ ก็อย่าลืมรักษาหุ่นตัวเองด้วยนะ เดี๋ยวอ้วนจ้ำม่ำเอา วันนี้ด้วยความเป็นห่วงและหวังดี เราจึงมีเมนูแนะนำสำหรับสาวๆ ให้กินยังไงก็ไม่อ้วน
นั่นก็คือ อาหารคลีน นั่นเอง และที่สำคัญทำง่ายมาก มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

  1. ข้าวกล้องคลุกสับปะรดใส่อกไก่ 
    ข้าวกล้อง (Brown Rice) เป็นเมล็ดข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือขัดสีเพียงครั้งเดียว มีลักษณะสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม มีรสชาติมันปานกลาง และมีคุณค่าประโยชน์จากสารอาหารต่างๆ มากกว่าข้าวขาวธรรมดา เพราะผ่านการกะเทาะเปลือกออกเพียงครั้งเดียวทำให้เยื่อหุ้มเมล็ดข้าว (รำ) ยังอยู่ ซึ่งเป็นส่วนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และวิตามินต่างๆ รวมทั้งกากใยอาหารที่มีมากกว่าในข้าวขาวถึง 3 เท่าทีเดียวในปริมาณเท่ากัน ดังนั้นข้าวกล้องจึงเหมาะกับการนำมาทำอาหาร เพื่อสุขภาพ และเมนูข้าวกล้องคลุกสับปะรดใส่อกไก่นี้ แค่มีเพียงมีไมโครเวฟก็สามารถทำได้เลย องค์ประกอบของเมนูนี้ ได้แก่
    – ข้าวกล้อง
    – สับปะรด
    – เนื้ออกไก่
    – ผักต่างๆ
    – มะนาว 1 ซีก
  2. ข้าวคลุกอโวคาโดอกไก่ + ไข่เจียวใส่ดอกขจร
    เมนูนี้ มีส่วนประกอบ ได้แก่ 
    – ข้าวไรซ์เบอรรี่
    – ปูอัด 1 แท่ง
    – แครอท
    – อะโวคาโดหั่นเป็นลูกเต๋า
    – อกไก่อบ 2 – 3 ชิ้น
    – ไข่เจียวใส่ดอกขจร
    วิธีทำง่ายมากๆ นำส่วนผสมที่เตรียมไว้ทุกอย่างมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นนำเข้าเตาไมโครเวฟ เมื่อสุกได้ที่ก็นำเอาอะโวคาโดมาคลุกใส่เข้าไป รอประมาณ 2 – 3 นาที เสิร์ฟพร้อมกับเสาวรส เท่านี้ก็ได้อาหาร เพื่อสุขภาพ ที่คุณทำเองแล้ว

  3. ก๋วยเตี๋ยวหมี่ข้าวกล้องต้มยำแห้ง
    ช่วงกักตัว แบบนี้ หากเบื่อเมนูข้าวแล้ว ก๋วยเตี๋ยวก็เป็นอีกเมนูที่น่าสนใจ สำหรับเมนูก๋วยเตี๋ยวหมี่ข้าวกล้องต้มยำแห้งนี้ ต้องขอบอกก่อนเลยว่าอาจจะไม่ได้คลีน 100% แต่ก็ไม่มีแคลอรี่ที่สูงอย่างก๋วยเตี๋ยวทั่วๆ ไปซึ่งส่วนผสมก็ประกอบไปด้วย
    – เส้นหมี่ข้าวกล้อง
    – ถั่วฝักยาว
    – ผักลวกแล้วแต่ตามชอบ
    – ลูกชิ้นอกไก่ หรืออกไก่

แล้วถ้าไม่อยากทำอาหารเองล่ะ?

หากคุณไม่อยากทำอาหารเองใน ช่วงกักตัว ก็สามารถสั่ง อาหารคลีน จากร้านอาหารผ่านแอปพลิเคชั่นเดลิเวอร์รี่ต่างๆ กันได้เลย  นอกจากการใช้ชีวิตให้ปลอดภัยจากโควิดแล้ว สุขภาพเราก็เป็นสิ่งสำคัญทีต้องดูแล ดังนั้น ควรเลือกรับประทานอาหาร เพื่อสุขภาพ กันด้วยนะ

 

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารบำรุงหัวใจ ที่ใครๆ ก็ควรรู้

อาหารบำรุงหัวใจ ที่ใครๆ ก็ควรรู้
อาหารบำรุงหัวใจ ที่ใครๆ ก็ควรรู้

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะคะว่า หัวใจ ถือเป็นอวัยวะที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยทีเดียว เพราะหัวใจนั้นทำหน้าที่หลักในการสูบฉีดเลือดเพื่อไปเลี้ยงยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ดังนั้น เราควรดูแลสุขภาพหัวใจด้วยการเลือกรับประทาน อาหารบำรุงหัวใจ เพื่อช่วยให้หัวใจของเรานั้นแข็งแรงในระยะยาวได้นั่นเองค่ะ

อาหารบำรุงหัวใจ มีอะไรบ้างนะ

อาหารบำรุงหัวใจ ที่จะแนะนำดังต่อไปนี้ ช่วยบำรุง หลอดเลือดหัวใจ ให้แข็งแรงได้ มีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

  1. พืชสมุนไพร อาหารที่ทำจากสมุนไพรนานาชนิดอย่างขิง ข่า ตะไคร้ กระเทียม กะเพรา โหระพา สะระแหน่ มีสารพฤษเคมีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ทำให้ลดการอักเสบของหลอดเลือดและยังสามารถช่วยให้อาหารมีรสชาติดีขึ้นด้วย 
  2. น้ำมันมะกอก น้ำมันมะกอกมีกรดไขมันดีชนิดไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวสูง (Monounsaturated Fats) และวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระหรือแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยป้องกันหลอดเลือดจากความเสื่อมและการอักเสบภายในหลอดเลือด

  3. ข้าวโอ๊ต ซึ่งข้าวโอ๊ตเป็นธัญพืชที่มีใยอาหารสูง ทั้งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน กรดอะมิโน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการ ดูแลหัวใจ และหลอดเลือดหัวใจให้แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

  4. ปลาทะเลและปลาน้ำจืดไทย เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วนะคะว่า ปลามีคุณค่าสารอาหารสูง นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันที่จำเป็นในกลุ่มโอเมก้า 3 ช่วยลดการแข็งตัวของหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะปลาไทย ไม่ว่าจะเป็นปลากะพง ปลาทู ปลาดุก ปลานิล ปลาสวาย  เป็นต้น

  5. ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่วอัลมอนด์ แมคคาเดเมีย วอลนัท เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง ดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ เนื่องจากมีกรดไขมันโอเมก้า 3 และไขมันดีชนิดไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวและไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง ที่สามารถลดระดับไขมันเลวในเลือด ที่เป็นสาเหตุของหลอดเลือดตีบได้

แต่หากเป็นผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคหัวใจ ก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน ได้แก่

  1. พยายามหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เนย เนื้อสัตว์ติดมัน เค้ก คุ้กกี้ เป็นต้น
  2. ไม่รับประทานอาหารที่ทอดในน้ำมันซ้ำหลายครั้ง เช่น กล้วยทอด ทอดมัน ปาท่องโก๋ เป็นนต้นเนื่องจากมีไขมันทรานส์สูง
  3. งดใช้น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าวในการทำอาหารเพื่อรับประทาน เพราะมีไขมันไม่ดีคือไขมันอิ่มตัวในปริมาณมาก
  4. เน้นการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น นมพร่องมันเนย โยเกิร์ตไขมันต่ำ เป็นต้น
  5. รับประทานผักและผลไม้ที่มีกากใยมาก เช่น ฝรั่ง แก้วมังกร เป็นต้น
  6. ปรุงอาหารให้สุกด้วยวิธีการอบ นึ่ง ลวก ย่างแทนการทอด

หัวใจเราสำคัญจึงต้องดูแล

การ ดูแลหัวใจ นอกจากควรใส่ใจเรื่อง อาหารบำรุงหัวใจ เพื่อให้ หลอดเลือดหัวใจ แข็งแรง แล้ว ทั้งนี้การออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพใจให้ห่างไกลจากความเครียด ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้การทำงานของระบบหัวใจนั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารบำรุงเลือด

อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารบำรุงเลือด
อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารบำรุงเลือด

โรคโลหิตจาง จากการรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีสาร อาหารบำรุงเลือด มีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

อาหารบำรุงเลือด ที่ควรรู้

โรคโลหิต สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายในหลายๆ ด้าน ดังนั้นแล้ว ควรหาวิธีรักษาเพื่อให้ระดับ เซลล์เม็ดเลือดแดง กลับมาอยู่ในระดับที่ปกติในรวดเร็วที่สุด ด้วยการรับประทานอาหารดังต่อไปนี้

  1. อารหารที่เป็นธัญพืช แป้ง ไข่ ผักใบเขียวเข้ม
    ถึงแม้ว่า ธัญพืช แป้ง ไข่ และผักใบเขียวเข้ม จะเป็นสารประกอบที่ไม่ใช่ฮีม (Nonheme Iron) แต่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เช่นกัน ทั้งนี้ต้องอาศัยกรดเกลือในกระเพาะอาหารช่วยทำให้ธาตุเหล็กออกมาจากอาหารก่อน ร่างกายจึงจะดูดซึมไปใช้ได้
  2. อาหารทะเล ปลา เป็ด ไก่ ม้าม และไข่แดง
    ซึ่งอาหารทะเล โดยเฉพาะเมนูหอยนั้นมีธาตุเหล็กสูงมาก หรือพวกปลาทะเลก็ให้ธาตุเหล็กที่ดีต่อร่างกาย เช่น ปลาแซลมอนกระป๋อง หรือ ทูน่ากระป๋อง หากเบื่ออาหารทะเลแล้ว ก็ควรหันมากินพวกเป็ด หรือ ไก่ก็ได้เช่นกันค่ะ
  3. อาหารที่เป็นประเภทซีเรียล ข้าวโอ๊ต ถั่วแดง ถั่วดำ อัลมอนด์ จมูกข้าวสาลี
    อาหารเช้าที่เหมาะกับเป็น อาหารบำรุงเลือด ก็คือซีเรียล ข้าวโอ๊ต หรือธัญพืชตระกูลถั่วนั่นเองค่ะ
  4. อาหารที่มีส่วนประกอบเป็นพริก กระเทียม ขมิ้น
    เนื่องจากพริก กระเทียม และขมิ้น เป็นสมุนไพรยอดนิยมที่อยู่ในอาหารหลายเมนู สำหรับใครที่ไม่กินเผ็ด หรือไม่ชอบกลิ่นขมิ้นก็ใส่พอเหมาะได้ค่ะ
  5. เมนูน้ำว่านหางจระเข้
    เราอาจคุ้นชินกันที่ ว่านหางจระเข้สามารถนำมาทาหน้า รักษาสิว รักษาแผลเป็น หรือแผลไฟไหม้ได้ แต่รู้หรือไม่ว่าเมนูน้ำว่านหางจระเข้มีธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือดอีกด้วย 
  6. เลือด ตับ เนื้อสัตว์ต่างๆ
    อาหารที่ประกอบด้วย เลือด ตับ และเนื้อสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะเนื้อแดง มีสารประกอบฮีม (Heme Iron) ซึ่งร่างกายจะดูดซึมไปใช้ได้ดี ทั้งนี้ยัง บำรุงโลหิต ได้ดีอีกด้วย

มีสารอาหารที่สำคัญอะไรบ้าง ในการบำรุงเลือด

สารอาหารจาก อาหารบำรุงเลือด ที่มีส่วนช่วยให้เม็ดเลือดแข็งแรง หรือ บำรุงโลหิต มีดังนี้

  1. กรดโฟลิค
    ซึ่งกรดโฟลิค หรือวิตามิน B 9 ทำงานควบคู่กับ วิตามิน B 12 เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซับ และใช้งานธาตุเหล็กในร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  2. วิตามิน B 12 โดยอาหารที่มี วิตามิน B 12 สูง ได้แก่ เนื้อไก่, เนื้อไก่ดำ, เนื้อวัว, เนื้อปลา, นมโค, ชีส และไขไก่ เป็นต้น
  3. ทองแดง
    ทองแดง เป็นแร่ธาตุที่มีสำคัญต่อร่างกาย และกระบวนการสร้าง เซลล์เม็ดเลือดแดง อย่างมาก โดยร่างกายต้องการ ทองแดง เพื่อลำเลียงธาตุเหล็กไปสูงไขกระดูก ได้แก่ เนื้อสัตว์, หอย, ตับ, ถั่ว และเชอรี่
  4. วิตามิน A
    วิตามิน A หรือ Retinol เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้เม็ดเลือดแดงในร่างกายแข็งแรง อาหารที่แนะนำ เช่น ผักใบเขียว, มันหวาน, แครอท, สควอซ, พริกแดง, แตงโม, องุ่น และแคนตาลูป เป็นต้น
Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารลดน้ำหนัก ที่ควรทานหลังออกกำลังกาย

อาหารหลังออกกำลังกาย
อาหารหลังออกกำลังกาย

การออกกำลังกาย ช่วยทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิ ช่วยให้รูปร่างดูดี ผอมเพรียวเรียวบาง ได้สัดส่วน ซึ่งหลังการออกกำลังกาย ร่างกายก็ต้องการอาหารเพื่อเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เราลองมาดูกันว่ามีอาหารชนิดไหนบ้างที่ช่วยฟื้นพลังหลังการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญต้องเป็น อาหารลดน้ำหนัก ได้ด้วย

เมนู อาหารลดน้ำหนัก หลังออกกำลังกาย

เมื่อออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานแล้ว แน่นอนว่ามีการเอาออกก็ต้องมีการเอาเข้า นั่นก็คือต้องรับประทานอาหรที่ช่วยซ่อมแซมร่างกายหลังออกกำลังกายนั่นเอง ที่สำคัญต้องบอกได้เลยว่าอาหารเหล่านี้ล้วนแต่เป็น อาหารลดน้ำหนก ทั้งสิ้น รับรอง กินแล้ว ไม่อ้วน แน่ แถมทำให้ สุขภาพแข็งแรง อีกด้วย

1.โยเกิร์ต

โยเกิร์ตนั้นมีปริมาณโปรตีนสูง มีปริมาณไขมันและคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสม ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ ดังนั้นให้เลือกซื้อโยเกิร์ตมาเก็บไว้ โดยเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เพราะมีส่วนผสมของน้ำตาลน้อย หากอยากปรุงแต่งรสชาติเพิ่มเติมสามารถใส่ผลไม้แบบหวานน้อยลงไปได้ เพียงแค่นี้ก็ทำให้โยเกิร์ตมีรสชาติอร่อย ทำให้ร่างกายฟื้นฟูหลังออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ แถมยังช่วยลดความหิวหลังการออกำลังกายได้เป็นอย่างดี

2.ไข่

ไข่ถือเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีราคาถูก เป็นแหล่งของโปรตีนชั้นเยี่ยม ไข่จึงถือเป็นอาหารหลังออกกำลังกายที่ดีมาก เนื่องจากไข่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น ที่ร่างกายจะต้องในไปใช้ย่อยเพื่อดูดซับโปรตีน เพื่อนำไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่เสียหาย ป้องกันอาการบาดเจ็บหลังออกกำลังกายได้ดี และช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ดีอีกด้วย

3.อะโวคาโด

อะโวคาโดจัดว่าเป็นผลไม้ที่ดีต่อย่างมาก เนื่องจากมีไขมันดีสามารถรักษากล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ อะโวคาโดมีวิตามินบี ที่ช่วยกระตุ้นการผลิตเมตาบอลิซึม ทำให้ร่างกายเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตได้มากขึ้น ในอะโวคาโดยังมีโปแตสเซียมสูง ที่จะทำให้ระบบเลือดมีความสมดุลมากขึ้นได้ด้วย

4.ถั่ว

ถั่วถือว่าเป็นของกินเล่นที่มีประโยชน์ เพราะมีสารอาหารหลักครบถ้วน เหมาะสำหรับการทานหลังออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ถั่วมีคุณสมบัติที่ช่วยฟื้นตัวของร่างกาย ทำให้ร่างกายเต็มไปด้วยพลังงาน ถึงแม้การกินถั่วเป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องคำนึงถึงปริมาณในการกินให้พอดีด้วย เนื่องจากถั่วมีปริมาณแคลอรี่สูง การทานที่เหมาะสมคือ 1 กำมือ โดยการรวมถั่วหลาย ๆ ชนิดเข้าด้วยกัน จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารหลากหลายชนิด

5.ชีสและแอปเปิล

แอปเปิลจัดว่าเป็นผลไม้ลดน้ำหนักที่ดี แถมมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง เต็มไปด้วยไฟเบอร์ที่ทำให้รู้สึกอิ่มท้อง การทานแอปเปิลร่วมกับชีสหลังการออกกำลังกาย จะทำให้ร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตเพียงพอ ส่วนชีสจะทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนเพื่อนำมาฟื้นฟูร่างกาย ให้ลองผ่าแอปเปิลออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ทานพร้อมกับชีสชิ้นเล็ก ๆ รับรองว่าอร่อยฟินอย่างแน่นอน

การออกกำลังกายทำให้ร่างกายสูญเสียพลังงาน

หลังการออกกำลังกาย ทำให้ สุขภาพแข็งแรง แต่ร่างกายได้สูญเสียพลังงานไปอย่างมาก จึงควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ มีความสมดุลของคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน ซึ่งเมื่อกินแล้วต้อง ไม่อ้วน แลละเป็น อาหารลดน้ำหนัก ที่สำคัญทำให้ร่างกายฟื้นตัว ทำให้รู้สึกสดชื่น ช่วยชดเชยพลังงานที่เสียไป ลองหาอาหารเหล่านี้ มาตุนเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อทานหลังจากออกกำลังกายกัน

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

เมนู อาหารบำรุงผม ช่วยให้ผมสุขภาพดี

เมนู อาหารบำรุงผม ช่วยให้ผมสุขภาพดี
เมนู อาหารบำรุงผม ช่วยให้ผมสุขภาพดี

อาหาร นอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ยังช่วยดูแลผมได้ดีอีกด้วย สำหรับผู้ที่มีอาการผมแห้งเสีย ผมบาง ผมร่วง วันนี้เรามีเมนูมาแนะนำ ซึ่งเป็นเมนูที่ทำให้ผมกลับมาสุขภาพดีขึ้นได้

10 เมนูสำหรับ อาหารบำรุงผม

การรับประทานอาหาร นอกจากจะต้องเลือกอาหารที่ดี ทำให้อิ่มอร่อยในแต่ละวันแล้ว การเลือเมนูที่ดูแลผม ช่วยฟื้นฟูผมเสีย ก็เป็นอีกวิธีในการเลือกรับประทานที่น่าสนใจ มาดู 10 เมนูแนะนำ เกี่ยวกับ อาหารบำรุงผม กันเลยดีกว่า

  1. ธัญพืชที่่ ช่วยฟื้นฟูผมเสีย เช่น ซีเรียล ขนมปังที่มีกาก และลูกเดือย  เมนูอาหารกลุ่มนี้จะมีวิตามินบีสูง โดยวิตามินบีมีความสำคัญมากในการเจริญเติบโตของเส้นผม
  2. เม็ดอัลมอนด์ คือแหล่งของโปรตีนที่ดีมาก อุดมไปด้วย ธาตุเหล็กและวิตามินอี รวมทั้งยังช่วยลดคลอเลสเตอรอลด้วย ควรรับประทานเม็ดอัลมอนด์พร้อมเปลือกวันละ 20 เม็ดจะทำให้เส้นผมมีขนาดใหญ่และยาวเร็วขึ้น
  3. ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วปากอ้า ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา ล้วนแล้วแต่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อเส้นผม ที่ทำให้ เส้นผมมีความแข็งแรง โดยอาหารเมนูถั่วจะมีทั้งโปรตีน ธาตุเหล็ก, สังกะสีและไบโอตินสูง ช่วยกระตุ้นการเจริญของผม ขณะเดียวกันการดื่มน้ำนมถั่วเหลืองในปริมาณ1ลิตรต่อวัน ยังช่วยให้เส้นผมมีขนาดใหญ่ขึ้นและยาวเร็วขึ้นอีกด้วย
  4. ปลาแซลมอน มีกรดไขมันที่จำเป็นโอเมก้า 3 รวมถึงยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพ วิตามิน บี 12 และธาตุเหล็กในปริมาณมาก การบริโภคเมนูอาหารที่ทำจากปลาแซลมอนจึงมีส่วนทำให้ เส้นผมมีความแข็งแรง ขึ้น
  5. หอยนางรม เมนูอาหารที่เกี่ยวข้องกับหอยนางรมจะมีสังกะสีสูง ซึ่งจะช่วยทำให้เส้นผมมีสุขภาพดี และต่อต้านอนุมูลอิสระได้
  6. ข้าวโอ๊ต เมนูอาหารจากข้าวโอ๊ตให้ทั้งธาตุเหล็กที่ดูดซึมได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีโปรแตสเซียม, ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียมสูง โดยแร่ธาตุเหล่านี้สำคัญและจำเป็นต่อการทำงานปกติของร่างกายและเส้นผม
  7. แครอท ซึ่งเป็นพืชที่ให้วิตามินเอสูง ช่วยฟื้นฟูผมเสีย ทำให้หนังศีรษะมีสุขภาพดี ทำให้ผมมีความชุ่มชื้น 
  8. ผักใบเขียวเข้ม เป็นแหล่งที่มีวิตามินเอและซีสูงที่ร่างกายต้องการใช้ในการผลิตไขมันและน้ำมันจากรากขน เพื่อหล่อเลี้ยงเส้นผม การรับประทานอาหารเมนูผักใบเขียวเข้มจึงมีส่วนที่ช่วยในการบำรุงเส้นผมทางอ้อม
  9. นมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ตและชีสที่มีไขมันต่ำ เต็มไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นมากมายทั้ง ไอโอดีน, สังกะสี แคลเซียม และเกลือแร่ ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้มีความสำคัญต่อการเจริญของเส้นผมอย่างมาก
  10. ไข่ เมนูไข่เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงและมีวิตามินหลายอย่าง โดยเฉพาะวิตามิน บี 12 และไบโอติน ที่มีความสำคัญต่อเส้นผม อีกทั้งไข่ยังหาทานได้ง่าย ช่วยแก้ปัญหาผมร่วงได้

การเลือกทานอาหารอาจไม่ใช้วิธีแก้ปัญหาผมให้หมดไปเลย

นอกจากการรับประทาน อาหารบำรุงผม แล้ว ควรใช้ผลิตภัณฑ์ ช่วยฟื้นฟูผมเสีย และทำให้ เส้นผมมีความแข็งแรง เช่น ครีมนวดผม เป็นต้น

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

ยุครักสุขภาพ กับ อาหารสร้างกล้ามเนื้อ

อาหารสร้างกล้ามเนื้อ
อาหารสร้างกล้ามเนื้อ

ปัจจุบัน เทรนด์รักสุขภาพกำลังมา ใครๆ ก็ต่างหาวิธีทำให้สุขภาพดีันทั้งนั้น โดยเฉพาะการสร้างกล้ามเนื้อให้ดูแน่น 
แค่ออกกำลังกายอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องทำควบคู่กับการรับประทานอาหารด้วย ซึ่งบทความนี้เราจะมาแนะนำ อาหารสร้างกล้ามเนื้อ
ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถหามารับประทานเพื่อสุขภาพกันได้นะคะ

อาหารสร้างกล้ามเนื้อ ที่จะแนะนำ

อาหารสร้างกล้ามเนื้อ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยำคัญของการออกกำลังกายแล้วอยากมีกล้ามเนื้อแน่นๆ น่าฟัด เมนูอาการที่จะแนะนำมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ

  1. เนยแข็งประเภทคอทเทจ หรือเนยแข็งสด
    มันอาจจะดูขัดแย้งนิดหน่อย หลายคนมีเครื่องหมายคำถามแล้วว่า เอ๊ะ เนยนี่นะ ไขมันก็มี จะสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างไร? ใช่ไหมล่ะ แต่เหตุที่ต้องรับประทานชีสนั้น เพราะการจะสร้างกล้ามเนื้อ เนยแข็งคอทเทจนี้ นับว่าเป็นอาหารที่มีความสำคัญในอันดับต้นๆ เวลาเลือกซื้อมารับประทาน ให้เลือกแบบไขมันต่ำ หรือไม่มีไขมัน ด้วยปริมาณเนยแข็งคอทเทจ แบบไขมันต่ำ แค่ ½ ถ้วย ก็ให้โปรตีนถึง 14 กรัมแล้ว และมีปริมาณแคโรลี่แค่ 80 แคโรลี่ ในขณะที่มีไขมันเพียงแค่ 2 กรัมเท่านั้น ดังนั้น มันจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ
  2. นม
    หลายคนเมื่อตอนเด็กๆ อาจได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กว่า ถ้าอยากตัวใหญ่แข็งแรง ต้องดื่มนม เมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ นม ก็ยังคงมีความสำคัญอยู่ เพราะนม เป็นอาหารที่มาจากสัตว์ มี โปรตีน มีกรดอมิโนที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย มีไขมันต่ำ ที่ำคัญนมนั้นช่วยทำให้ กล้ามเนื้อแข็งแรง เราสามารถเพิ่มรสชาติของนมได้ด้วยการเลือกดื่มนมช็อกโกแล็ก สตอเบอรี่ วนิลา และในนมสด 100 กรัม ก็มีโปรตีนอยู่ถึง 20 กรัมนั่นเอง
  3. ถั่งเหลือง
    การทานถั่วเหลือง ไม่ว่าจะเป็นเต้าหู้ หรือนมถั่วเหลือง ก็มีประโยชน์ต่อการสร้างกล้ามเนื้อทั้งนั้น นอกจากนี้ถั่วเหลืองยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งอาหารจากพืชที่ดีที่สุด ในถั่วเหลือง 1 ถ้วย มีกรดอมิโนมากถึง 20 กรัม รวมทั้งยังมีวิตามิน และแร่ธาตุ
  4. ไข่ เป็นอาหารที่สามารถปรุงง่าย รับประทานง่าย แถมยังรสชาติอร่อย ในไข่ 1 ใบ มีโปรตีน 5-6 กรัม และมีแคโรลี่ไม่มาก เพียง 60 แคโรลี่ โปรตีนจากไข่ ยังนับว่ามีคุณค่าสูงกว่าโปรตีนจากอาหารชนิดอื่น ดังนั้น จึงเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคนเล่นกล้าม
  5. เนื้อไก่
    เนื้อไก่ เป็นอาหารสำหรับคนเล่นกล้ามเลยก็ว่าได้ ในเนื้อไก่ไม่ติดมัน 100 กรัม มีโปรตีน 31 กรัม และมีไขมันแค่ 4 กรัม นับว่ามีอัตราที่แตกต่างกันมาก เป็นอาหารที่คุ้มค่าสำหรับคนเล่นกล้ามจริงๆ

นอกจากนี้อาหารทะเลก็สามารถเพิ่มกล้ามได้

นอกจากแหล่งสาร อาหารสร้างกล้ามเนื้อ ดังที่ก่าวมาข้างต้นแล้ว อาหารทะเล ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการทำให้ กล้ามเนื้อแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นปลา หรือ หอยนางรม เพราะนอกจากจะอุดมไปด้วย โปรตีน แล้ว ยังมีแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนอีกด้วย

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

มาทำความรู้จัก ผักที่มีแคลเซียมสูง กันเถอะ

ผักมีแคลเซียม
ผักมีแคลเซียม

แคลเซียม เป็นเกลือแร่ที่มีมากที่สุดในร่างกาย โดยแคลเซียมทั้งหมดที่มีในร่างกายร้อยละ 99 อยู่ที่กระดูกและฟัน ซึ่งทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง แคลเซียม ส่วนที่เหลืออยู่ในเนื้อเยื่อต่างๆ และของเหลวในร่างกาย ซึ่งวันนี้เรามี ผักที่มีแคลเซียมสูง มาแนะนำให้ท่านผู้อ่านได้รู้จัก และสามารถนำไปประกอบอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณกันนะคะ

แนะนำ ผักที่มีแคลเซียมสูง 5 ชนิด

ผักที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่

  1. ผักแพว
    ผักแพวเป็น 
    ผักพื้นบ้าน ที่มีแคลเซียมสูง สาารถเปรียบได้โดยผักแพว ปริมาณ 100 กรัม มีแคลเซียมสูงถึง 390 มิลลิกรัม ทั้งนี้ยังอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร โปรตีน วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย ซึ่งสรรพคุณของผักแพวมีส่วนช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร ช่วยเจริญอาหาร ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันและแก้อาการท้องผูก ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมาย นิยมนำมากินกับลาบ น้ำตก น้ำพริก ใส่ในสลัด ปอเปี๊ยะสด รวมไปถึงนำมากับดับกลิ่นคาว
  2. ใบชะพลู
    กรมอนามัย ได้ระบุไว้ว่า ใบชะพลูในปริมาณ 100 กรัม มีแคลเซียมสูงถึง 601 มิลลิกรัม นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส ฯลฯ ซึ่งใบชะพลูมีสรรพคุณ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตา ช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น
  3. คะน้า
    ผักคะน้า ถือเป็นพืชที่ให้แคลเซียม และ ฟอสฟอรัสสูง โดยการรับประทานผักคะน้าเพียง 1 ถ้วย ทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมพอๆ กับการดื่มนม 1 แก้วเลยทีเดียว อีกทั้งในคะน้ายังช่วยเพิ่มปริมาณสารอิเล็กโทรไลต์ในร่างกายที่ทำให้ระบบการทำงานที่เกี่ยวข้องกับแคลเซียมและธาตุเหล็กไม่ว่าจะเป็นระบบฮอร์โมน ระบบกระดูก และกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างปกติ นอกจากนี้แล้ว คะน้ายังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ สร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย บำรุงสายตา มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ ได้แก่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม เป็นต้น
  4. ผักกระเฉด
    กระเฉดเป็นผักฤทธิ์เย็นที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ เช่น ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 3 วิตามินซี และแคลเซียมที่สูง
  5. ใบยอ
    ใบยอเป็นผักสมุนไพรพื้นบ้านที่นิยมนำส่วนใบอ่อนมาทำเป็นอาหาร อุดมไปด้วยแคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี โปรตีน ฯลฯ โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากถึง 469 มิลลิกรัม ต่อใบยอ 100 กรัม ทั้งนี้ในใบยอยังมีสรรพคุณเป็นยาระบาย บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้อาการท้องร่วงในเด็ก แก้เหงือกปวดบวม เป็นต้น

ความสำคัญของแคลเซียม

เนื่องจากแคลเซียม เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในกระบวนการสร้างเสริมกระดูกและฟัน รวมทั้งยังมีส่วนช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจ ระบบประสาท และกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังเป็นธาตุที่จำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือด ดังนั้นใครอยากบำรุงดูแลร่างกายด้วยการเสริมแคลเซียม อย่าลืมนึกถึง ผักที่มีแคลเซียมสูง ดังกล่าวมารับประทานกันนะคะ เชื่อว่าหามาได้ไม่ยาก เพราะเป็น ผักพื้นบ้าน ที่สำคัญให้ทั้ง แคลเซียมและ ฟอสฟอรัสสูง อีกด้วย

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

ผลไม้ต้านหวัด เสริมภูมิคุ้มกัน

ผักผลไม้ที่เสริมสร้างภูมิต้านทาน ให้แก่ร่างกาย
ผักผลไม้ที่เสริมสร้างภูมิต้านทาน ให้แก่ร่างกาย

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของการเข้าสู่ฤดูฝน และสิ่งที่ามากับฝนก็คือปัญหาของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่มาจากสภาพอากาศ หรือ ภูมิแพ้จากตัวของผู้ป่วยอีกด้วย แต่ทั้งนี้ โรคหวัดก็ามารถเกิดขึ้นได้ในทุกฤดูกาล ซึ่งโรคหวัดถึงแม้จะไม่ร้ายแรง เป็นแล้วสามารถหายเองได้ แต่ระหว่างที่เป็นไข้หวัดก็ทำให้เราทุกข์ทรมานได้ไม่น้อย และวิธีที่ดีก็คือ การเลือกกินอาหารที่มีวิตามินซีสูง การรับประทานวิตามินซีอย่างน้อย 60 mg ต่อวัน จะเพียงพอต่อความต้องการของคนปกติ แต่วิตามินซี  1000 mg ต่อวันจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย และบำรุงผิว

ผลไม้ต้านหวัด เสริมภูมิคุ้มกัน มีอะไรบ้าง

วันนี้เราจะมาแนะนำ ผลไม้ต้านหวัด เพื่อเป็นตัวช่วยในการสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกายไม่ให้ป่วย มีดังนี้

  1. ฝรั่ง
    ฝรั่ง จัดได้ว่าเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีวิตามินซีสูง ในฝรั่ง 165 กรัมจะมีวิตามินซีถึง 377 mg  ซึ่งสูงกว่าส้มถึง 5 เท่า แถมยังมีวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด การรับประทานฝรั่งควรรับประทานทั้งเปลือกเพื่อให้ได้รับคุณค่าสารอาหารในฝรั่งอย่างครบถ้วน

  2. มะขามป้อม
    เพราะมะขามป้อมมีวิตามินซีสูงมาก ซึ่งถ้าเทียบกับแอ๊ปเปิ้ลแล้ว มะขามป้อมจะมีวิตามินซีสูงกว่าถึง 160 เท่า ในมะขามป้อม 100 กรัม จะมีวิตามินซี 276 mg เพียงแค่เรารับประทานมะขามป้อมแค่วันละ 1 ผล ก็จะได้รับวิตามินซีที่เพียงพอในแต่ละวัน และวิตามินซีในมะขามป้อมนั้นจะไม่ลดลงถึงแม้ว่าผลของมันจะแห้ง หรือ ถูกเก็บไว้นานๆ

  3. กีวี่
    กีวี่ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงเช่นกัน กีวี่ 1 ลูก(100 กรัม) จะได้รับวิตามินซี 105 mg
    การรับประทานกีวี่ วันละ 2 ผลจะช่วยกระตุ้นการทำงานของ ระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคหวัด ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอละกระต้นการสร้างเซลล์ใหม่ๆ

  4. มะละกอสุก
    เป็นที่ทราบกันดีว่า มะละกอเป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานทั้งดิบและสุก ในมะละกอสุก 100 กรัม จะมีวิตามินซี 62 mg  ช่วยขับปัสสาวะแถมยังเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

  5. ลิ้นจี่
    ผลไม้พื้นบ้าน ของไทยที่หาง่ายตามฤดูกาลในลิ้นจี่ 100 กรัม มีวิตามินซี 71.5 mg ในตำราจีนโบราณได้นำลิ้นจี่มารักษาอาการหวัด ช่วยแก้อาการติดเชื้อในลำคอ บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย และบรรเทาอาการคัดจมูก

  6. n
  7. สตรอว์เบอร์รี
    สตรอว์เบอร์รีในปริมาณ 100 กรัม จะมีวิตามินซี 60 mg ช่วยป้องกันโรคหวัดและโรคต่างๆ อีกทั้งยังช่วยบำรุงสายตา และลดอัตราการเสื่อมของจอประสาทตาได้อีกด้วย

ผลไม้รสหวานที่มีวิตามินซีสูง

หลายคนอาจเข้าใจว่า มีแค่ผลไม่รสเปรี้ยวเท่านั้นที่ให้วิตามินซีสูง แต่รู้หรือไม่ว่า ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง และมีรสชาติที่หวานอย่าง เงาะ ก็มีวิตามินซีสูง เพราะในเงาะ 100 กรัม จะมีวิตามินซี 53 mg ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ แต่การทานเงาะที่มากเกินไปอาจจะทำให้ท้องอืดหรือท้องผูกได้

และยังมี ผลไม้พื้นบ้าน ของไทยยังมีอีกหลายชนิดที่มีวิตามินซีสูง และช่วยเสริมสร้าง ระบบภูมิคุ้มกัน ของเราทำงานได้เป็นปกติ ที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

เปิดเมนู อาหารช่วยบำรุงผิว ที่สาวๆ ไม่ควรพลาด

อาหารบำรุงผืว
อาหารบำรุงผืว

ในแต่ละวัน เราต้องรับประทานอาหารกันอยู่แล้ว เพื่อให้ร่างกายสามารถดำรงชีวิตไปได้อย่างปกติ แต่ด้วยกิจกรรม หรือ พฤติกรรม ของเราในแต่ละวันที่ต้องออกไปเจอแสงแดด หรือ สิ่งที่ทำให้ผิวของเราหมองคล้ำ ดังนั้นเราจึงควรรีบแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการรับประทาน อาหารบำรุงผิว เพื่อให้ผิวแลดูสวยสุขภาพดี บอกเลยบทความนี้เป็นประโยชน์่อสาวๆ มากๆ เลยนะ

เมนู อาหารช่วยบำรุงผิว มีอะไรบ้าง

วันนี้เรามีเมนู อาหารช่วยบำรุงผิว หรือ ส่วนประกอบอาหารที่ทำให้ ผิวพรรณดี มาบอกต่อสาวๆ กันค่ะ มีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

  1. น้ำผึ้ง 
    น้ำผึ้ง มีสารอาหารที่ดีต่อสภาพผิว คือ มีวิตามินบี วิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม เกลือแร่ และกรดอะมิโน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยบำรุงผิว หรือสามารถใช้ทานเพื่อบรรเทาอาการไอคู่กับมะนาว และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ด้วย นอกจากใช้ในการรับประทานแล้ว สาวๆ ยังนิยมใช้น้ำผึ้งมาส์กหน้า อีกด้วย และน้ำผึ้งเองก็เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ จึงสามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงมี Humectant ซึ่งจะทำการดึงดูดน้ำ และความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวได้เป็นอย่างดีเลนทีเดียวค่ะ
  2. นมถั่วเหลือง
    นมถั่วเหลือง เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่สาวๆ ขาดไม่ได้เลยนะ เพราะถั่วเหลืองช่วยในเรื่องของการซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอแล้ว และยังมีสารไอโซฟลาโวน ที่เมื่อดื่มเข้าไปแล้ว สารนี้จะเปลี่ยนเป็นไฟโตรเอสโตรเจน ซึ่งมีลักษณะคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้ ผิวขาวกระจ่างใส ขึ้น แถมถ้าดื่มนมถั่วเหลืองเป็นประจำ ยังทำให้ผิวนุ่มเนียนขึ้นมาได้อีกด้วย
  3. ถั่ว และธัญพืชต่างๆ
    นอกจากถั่วเหลืองแล้ว ยังมีถั่วชนิดอื่นๆ อีก ที่สามารถบำรุงผิวพรรณสาวๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วแดง เมล็ดทานตะวัน และอัลมอนด์ เป็นต้น ซึ่งอาหารดังกล่าวมีสารอาหารประเภท เบต้าแคโรทีน กรดไขมันโอเมก้า 3 สังกะสี วิตามินอี และวิตามินบี 12 ซึ่งช่วยยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ และปกป้องผิวจากรังสี UV รวมถึงแร่ธาตุ และ วิตามินอื่น ๆ อย่าง วิตามินบี ซีลีเนียน และวิตามินซี ที่ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ลงชะลอการเกิดริ้วรอยได้ดีเลยละ
  4. ปลาทะเล
    เนื่องจากปลาทะเล มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ซึ่งมีอยู่ใน ปลาแซลมอล ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีน ปลาทูน่า โอเมก้า และ คอลลาเจนในปลาเหล่านี้ จำเป็นต่อผิวพรรณของสาว ๆ มาก เพราะจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น และลดการอักเสบ แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินอี สารต้านอนุมูลอิสระ และแร่ธาตุอย่างสังกะสี ที่ช่วยกำจัดสิว และ อาการระคายเคือง บำรุงผิวให้เต่งตึง ดูสดใส และมีออร่าจากภายในได้

อาหารดูแลผิวที่ยืนหนึ่งตลอดการ

เราคงทราบกันใช่ไหมคะว่า “มะเขือเทศ” เป็น อาหารช่วยบำรุงผิว ที่เรียกได้ว่ายืนหนึ่งตลอดกาลเลยก็ว่าได้ เพราะมะเขือเทศมีสารไลโคปีน ที่มีวิตามินหลายหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินเค วิตามินเอ และวิตามินซี ซึ่งช่วยลดฮอร์โมน ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำแล้ว ยังมีเบตาแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปกป้องผิว จากรังสี UV ป้องกันไม่ให้แสงแดดมาสร้างความเสียหายให้กับผิว ป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอย ต้านการอักเสบของผิว แถมยังช่วยให้ ผิวดูขาวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง จึงเป็นตัวช่วยที่ดีในที่ทำให้ ผิวพรรณดี ขึ้นนั่นเองค่ะ

Categories
อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อ อยากมีกล้ามห้ามพลาดนะ

กล้าม สร้างกล้าม
กล้าม สร้างกล้าม

การออกกำลังกาย สำหรับแต่ละคนมีจุดประสงค์ที่ต่างกันออกไป บางคนออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วน แต่สำหรับบางคนก็ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อจะช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มความอึดในการใช้กำลังกายมากขึ้น และกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ยังช่วยรองรับข้อต่อไม่ให้รับแรงมากเกินไป รวมถึงอาการเคล็ดขัดยอก แต่การออกกำลังกายอย่างเดียวคงไม่เพียงพอต่อการสร้างกล้ามเนื้อ ดังนั้นต้องรับประทาน อาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ด้วย 

อยากมีกล้ามสวย ห้ามพลาด กับ อาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

อาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อ มีดังนี้

  1. ปลาแซลมอน
    อีกหนึ่ง อาหารลดน้ำหนัก ที่ดี และเสริมกล้ามเนื้อได้ดี เพราะเป็นแหล่ง โปรตีน ชั้นดี มีโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังเป็นปลาที่มีไขมันเยอะมาก โดยเฉพาะไขมันดี ทานแล้วจะช่วยเพิ่มปริมาณ HDL ในเลือด ซึ่งมีผลไปช่วยลดปริมาณไขมันชนิดไม่ดี LDL ได้อีกด้วย

  2. หมูเนื้อแดงไม่ติดมัน
    เนื้อหมูเป็นอาหารที่ย่อยยาก ซึ่งกระเพาะต้องใช้เวลานานในการย่อย ทำให้อิ่มท้องและอยู่ท้องได้นาน จึงช่วยลดการทานจุบจิบลงได้ และโปรตีนจากเนื้อหมูยังเป็นตัวช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี แต่ควรเลือกทานหมูเนื้อแดงแบบไม่ติดมัน เพื่อจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องของแคลอรี ดีต่อคนลดน้ำหนักอีกด้วย

  3. ไข่ไก่
    เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีทั้งวิตามินและสารอาหาร อีกทั้งยังเป็นแหล่งของโปรตีนที่ร่างกายนำมาใช้ในการสร้างกล้ามเนื้อหลังจากที่ออกกำลังกาย และมีแคลอรี่ต่ำ หากทานในปริมาณที่เหมาะสมก็จะไม่ทำให้อ้วนขึ้น โดยเฉพาะไข่ต้ม เหมาะสำหรับคนที่กำลังลดหุ่นอย่างยิ่ง

  4. ชีส
    มีโปรตีนเคซีนสูง โดยจะช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ และยังมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ การทานแต่พอดีก็จะไม่ทำให้อ้วนขึ้น แต่หากไม่ชอบชีสก็สามารถดื่มนมไขมันต่ำแทนได้

  5. ผักโขม
    เป็นผักที่มีส่วนช่วยในการรักษากล้ามเนื้อ เพราะมีแร่ธาตุและสารอาหารมากมายที่จำเป็นต่อร่างกาย อีกทั้งยังเป็นผักที่มีธาตุเหล็กสูง และที่สำคัญผักโขมยังมีกลูตามีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นในการสร้างกล้ามเนื้อ โดยกลูตามีนที่มีอยู่ในร่างกายมากกว่า 60% จะอยู่ในเซลล์ต่างๆ ของกล้ามเนื้อ

กินอาหารเหล่านี้แล้ว ควรทำอย่างไรต่อ 

นอกจากการทาน อาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่ง นอกจากนี้แล้วอาหารต่างๆ ยังเป็น อาหารลดน้ำหนัก ที่อุดมไปด้วย โปรตีน เราควรดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อเป็นการเตรียมไฮโดรเจนหรือเพิ่มความรู้สึกชุ่มชื้น ซึ่งสามารถซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อได้ดี นอกจากนี้ เรายังคงสามารถดื่มกาแฟได้ เนื่องจากกาแฟเป็นยาขับปัสสาวะอ่อนๆ และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นเดียวกัน